แนวทางการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารองค์กรกระบวนการยุติธรรม : ศึกษากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
dc.contributor.advisor | ฐานันดร์ศักดิ์ บวรทันทกุล | |
dc.contributor.advisor | เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล | |
dc.contributor.author | ณัฐ วิมลพีรพัฒนา | |
dc.date.accessioned | 2024-01-23T01:30:45Z | |
dc.date.available | 2024-01-23T01:30:45Z | |
dc.date.copyright | 2556 | |
dc.date.created | 2567 | |
dc.date.issued | 2556 | |
dc.description | อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล 2556) | |
dc.description.abstract | การศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานองค์กรกระบวนการ ยุติธรรม : ศึกษากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและปัญหาอุปสรรครวมทั้ง ศึกษาแนวทางการแก้ไขการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นการศึกษาวิจัย แบบผสม (Mixed Method) ในเชิงปริมาณ (Quantitative Study) ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลกับเจ้าพนักงาน สอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ และข้าราชการในตำแหน่งทั่วไป จำนวน 289 คน และเชิงคุณภาพ (Qualitative Study) ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสนทนากลุ่ม (Focus Group) ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ฝ่าย บริหาร และฝ่ายปฏิบัติการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 10 คน จากผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านการศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้านปัจจัยส่วนบุคคลกับการนำนโยบายไป ปฏิบัติ พบว่าบุคลากรที่มีรายได้แตกต่างกันมีความคิดเห็นในการนำนโยบายไปปฏิบัติแตกต่างกัน ส่วนด้านปัจจัย ส่วนบุคคลกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล พบว่าบุคลากรที่มีสถานภาพสมรสและรายได้แตกต่างกันมี ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ ปัจจัยการนำนโยบายไปปฎิบัติที่ส่งผลต่อความสำเร็จการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารได้แก่ ปัจจัยด้าน การติดตามประเมินผล ด้านทรัพยากรนโยบาย ด้านวัตถุประสงค์และมาตรฐานของนโยบาย พบว่ามีความสัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ 0.725 2) ด้านปัญหาและอุปสรรคในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ในภาพรวมพบปัญหาที่ต้อง ได้รับการแก้ไขพัฒนาทุกด้านโดยเฉพาะด้านนโยบายและด้านทรัพยากรมนุษย์ อันเนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะ ทำให้องค์กรมีการบริหารงานเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 3) ด้านแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค พบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษควรมีการวัดผลและ ดำเนินการให้นโยบายสามารถทำการศึกษาเข้าใจได้โดยง่ายเป็นรูปธรรม และการนำเสนอผลการดำเนินงานโดยใช้ นวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ และควรมีการพลักดันนโยบายธรรมาภิบาลให้เกิดการนำไปปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง | |
dc.format.extent | ก-ฎ, 258 แผ่น | |
dc.format.mimetype | application/pdf | |
dc.identifier.citation | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2556 | |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/93535 | |
dc.language.iso | tha | |
dc.publisher | มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล | |
dc.rights | ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า | |
dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยมหิดล | |
dc.subject | การนำนโยบายไปปฏิบัติ | |
dc.subject | ธรรมรัฐ | |
dc.title | แนวทางการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารองค์กรกระบวนการยุติธรรม : ศึกษากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ | |
dc.title.alternative | Direction of implementation of good governance for criminal justice organization administration : a case study of department of special investigation | |
dc.type | Master Thesis | |
dcterms.accessRights | open access | |
mods.location.url | http://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2555/cd471/5337721.pdf | |
thesis.degree.department | คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ | |
thesis.degree.discipline | อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม | |
thesis.degree.grantor | มหาวิทยาลัยมหิดล | |
thesis.degree.level | ปริญญาโท | |
thesis.degree.name | ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต |