A review of blended learning course design based on ADDIE model in health science education
11
1
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiii, 113 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2022
Suggested Citation
Natthaphong Angasudhasavit A review of blended learning course design based on ADDIE model in health science education. Thematic Paper (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2022. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114209
Title
A review of blended learning course design based on ADDIE model in health science education
Alternative Title(s)
การทบทวนวรรณกรรมเพื่อศึกษาการออกแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานตามรูปแบบแอดดี้โมเดล ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
Nowadays, many schools and universities over the world are closing due to unstable situations caused by an outbreak of COVID-19 pandemic. As a result, blended learning, an innovative concept that incorporates the benefits of traditional classroom teaching and Information Communication Technology (ICT), has been adopted to teach various health science classes. In this regard, the aim of this research was to identify how one can apply blended learning course designs based on ADDIE (analysis, design, development, implementation, evaluation) model in health science education. Methodology of this research started with the identification of the problem, database search, reliability assessment, usage evaluation, and analysis of evaluation quality. Overall, according to the study of 10 empirical pieces of evidence, the optimal analysis techniques that have been widely used to identify problems and participants’ needs by most studies are literature review and survey. For design, face-to-face teaching should be the core teaching approach for every blended learning as it is the most effective teaching approach for every health science field; whereas other teaching approaches such as group discussion or role play should act as complementary approaches to make the class more engaging and more knowledgeable. Furthermore, additional learning materials such as a learning management system and online tests should be added as a complement to make the class more comprehensive and enable students to study independently. For development and implementation, it is recommended that the class owner implement the designed blended learning course in a pilot study to test the initial effectiveness, gather primary information, reduce risks, and save time and money. Lastly, in evaluation, it is recommended that tests and a satisfaction survey are applied to gauge the obtained knowledge and identify the course satisfaction among participants, respectively. In conclusion, even though blended learning is effective in health science education, it is hard to pinpoint the best blended learning method for each individual classroom as it must be tailored to suit different groups of health science students in different learning environments and different cultures as each class has different learning objectives and learning preferences. Implication of the Thematic Paper: Health science instructors can utilize the findings of this study to develop a blended learning program based on the ADDIE model concept, which can significantly increase academic achievement.
ในช่วงปี ค.ศ. 2020-2021 โรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลกได้ปิดตัวลง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 สถานศึกษาทั่วโลกได้พยายามปรับตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงได้มีการออกแบบและพัฒนาการเรียนรู้แบบผสมผสาน ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่รวบรวมข้อดีของการสอนแบบดั้งเดิมในห้องเรียนเข้ากับเทคโนโลยีการเรียนการสอน ซึ่งถูกนำมาใช้ในการสอนชั้นเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพต่าง ๆ จุดมุ่งหมายของการวิจัยครั้งนี้คือการวิเคราะห์และวิพากษ์การออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้แบบผสมผสานที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ระบบการออกแบบการสอน แอดดี้ โมเดล ซึ่งเป็นกรอบการออกแบบการเรียนการสอนที่ใช้สร้างและประเมินโมดูลและโปรแกรมการศึกษาที่มีศักยภาพ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ในขั้นตอนกำหนดระเบียบวิธีวิจัยเริ่มต้นด้วยการระบุปัญหา การค้นหาฐานข้อมูล การประเมินความน่าเชื่อถือ การประเมินการใช้งาน และการวิเคราะห์คุณภาพการประเมิน โดยภาพรวมแล้ว จากการศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ์ 10 ฉบับ การวิเคราะห์ที่เหมาะสมที่สุดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อระบุปัญหาและความต้องการของผู้เข้าร่วมในการศึกษาส่วนใหญ่คือ การทบทวนวรรณกรรม และ การสำรวจความต้องการของผู้เรียน สำหรับการออกแบบ การสอนแบบตัวต่อตัวควรเป็นแนวทางการสอนหลักสำหรับการเรียนรู้แบบผสมผสาน เนื่องจากเป็นวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขา ในขณะที่วิธีการสอนอื่น ๆ เช่น การอภิปรายกลุ่ม หรือ การแสดงบทบาทสมมติ ควรทำหน้าที่เป็นส่วนเสริม เพื่อทำให้ชั้นเรียนมีความน่าสนใจและมีความรู้มากขึ้น นอกจากนี้ ควรเพิ่มสื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมต่าง ๆ เช่น ระบบจัดการเรียนการสอน และ แบบทดสอบออนไลน์ เพื่อให้ชั้นเรียนมีความสมบูรณ์มากขึ้นและทำให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างอิสระ สำหรับการพัฒนาและการนำหลักสูตรไปใช้ ควรทดสอบหลักสูตรที่ออกแบบไว้ในการศึกษานำร่องก่อนนำไปใช้ในชั้นเรียนจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้น รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ลดความเสี่ยง และประหยัดเวลาและเงิน สุดท้าย สำหรับการประเมินหลักสูตร ควรใช้ข้อสอบและแบบสำรวจความพึงพอใจเพื่อวัดความรู้ที่ได้รับและสอบถามความพึงพอใจต่อหลักสูตรของผู้เข้าร่วมตามลำดับ โดยสรุป แม้ว่า การเรียนแบบผสมผสาน จะมีประสิทธิภาพในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ แต่ยากที่จะระบุวิธีการเรียนรู้ แบบผสมผสาน ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละห้องเรียนได้ เนื่องจากต้องได้รับการปรับให้เหมาะกับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพกลุ่มต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นเรียนที่มีวัตถุประสงค์การเรียนรู้และความชอบในการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้ อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัยนี้ นำไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้แบบผสมผสานตามหลักการ แอดดี้ โมเดล เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
ในช่วงปี ค.ศ. 2020-2021 โรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลกได้ปิดตัวลง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 สถานศึกษาทั่วโลกได้พยายามปรับตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงได้มีการออกแบบและพัฒนาการเรียนรู้แบบผสมผสาน ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่รวบรวมข้อดีของการสอนแบบดั้งเดิมในห้องเรียนเข้ากับเทคโนโลยีการเรียนการสอน ซึ่งถูกนำมาใช้ในการสอนชั้นเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพต่าง ๆ จุดมุ่งหมายของการวิจัยครั้งนี้คือการวิเคราะห์และวิพากษ์การออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้แบบผสมผสานที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ระบบการออกแบบการสอน แอดดี้ โมเดล ซึ่งเป็นกรอบการออกแบบการเรียนการสอนที่ใช้สร้างและประเมินโมดูลและโปรแกรมการศึกษาที่มีศักยภาพ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ในขั้นตอนกำหนดระเบียบวิธีวิจัยเริ่มต้นด้วยการระบุปัญหา การค้นหาฐานข้อมูล การประเมินความน่าเชื่อถือ การประเมินการใช้งาน และการวิเคราะห์คุณภาพการประเมิน โดยภาพรวมแล้ว จากการศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ์ 10 ฉบับ การวิเคราะห์ที่เหมาะสมที่สุดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อระบุปัญหาและความต้องการของผู้เข้าร่วมในการศึกษาส่วนใหญ่คือ การทบทวนวรรณกรรม และ การสำรวจความต้องการของผู้เรียน สำหรับการออกแบบ การสอนแบบตัวต่อตัวควรเป็นแนวทางการสอนหลักสำหรับการเรียนรู้แบบผสมผสาน เนื่องจากเป็นวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขา ในขณะที่วิธีการสอนอื่น ๆ เช่น การอภิปรายกลุ่ม หรือ การแสดงบทบาทสมมติ ควรทำหน้าที่เป็นส่วนเสริม เพื่อทำให้ชั้นเรียนมีความน่าสนใจและมีความรู้มากขึ้น นอกจากนี้ ควรเพิ่มสื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมต่าง ๆ เช่น ระบบจัดการเรียนการสอน และ แบบทดสอบออนไลน์ เพื่อให้ชั้นเรียนมีความสมบูรณ์มากขึ้นและทำให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างอิสระ สำหรับการพัฒนาและการนำหลักสูตรไปใช้ ควรทดสอบหลักสูตรที่ออกแบบไว้ในการศึกษานำร่องก่อนนำไปใช้ในชั้นเรียนจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้น รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ลดความเสี่ยง และประหยัดเวลาและเงิน สุดท้าย สำหรับการประเมินหลักสูตร ควรใช้ข้อสอบและแบบสำรวจความพึงพอใจเพื่อวัดความรู้ที่ได้รับและสอบถามความพึงพอใจต่อหลักสูตรของผู้เข้าร่วมตามลำดับ โดยสรุป แม้ว่า การเรียนแบบผสมผสาน จะมีประสิทธิภาพในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ แต่ยากที่จะระบุวิธีการเรียนรู้ แบบผสมผสาน ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละห้องเรียนได้ เนื่องจากต้องได้รับการปรับให้เหมาะกับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพกลุ่มต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นเรียนที่มีวัตถุประสงค์การเรียนรู้และความชอบในการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้ อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัยนี้ นำไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้แบบผสมผสานตามหลักการ แอดดี้ โมเดล เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Health Science Education
Degree Grantor(s)
Mahidol University
