รายงานการวิจัยบูรณาการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
Issued Date
2551
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
218 mb
Call No.
WA541.JT3 ว582ร 2551
Rights
มหาวิทยาลัยมหิดล
Rights Holder(s)
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
Suggested Citation
วิทยา ช่อวิเชียร, วันเพ็ญ แก้วปาน, คุณากร คณา, สายัณห์ สวัสดิ์ศรี, จริยานาฎ เกวี, Wonpen Kaewpan (2551). รายงานการวิจัยบูรณาการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/58798
Title
รายงานการวิจัยบูรณาการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
Alternative Title(s)
Integration of the quality development and research of the people in 3 Southern Bordered Provinces of Thailand
Other Contributor(s)
Abstract
ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรุนแรงและต่อเนื่อง มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทำให้เกิดปัญหา 4 ด้าน คือ ด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ ด้านพึงพอใจในการรับบริการด้านสาธารณสุข ด้านสังคม จิตวิทยาและความเชื่อต่อข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสัมพันธภาพระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน และด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาทั้ง 4 ด้าน เป็นอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วัตุประสงค์ : ศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีภาวะสุขภาพดี ประเมินคุณภาพการบริการของหน่วยเฉพาะกิจ กรมการแพทย์ทหารบกส่วนหน้า พัฒนาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พัฒนาสังคมและจิตวิทยาให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจ และการแประสานความร่วมมือ ซิ่งแสดงถึงสัมพัธภาพอันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน วิธีการวิจัย: ทบทวนวรรณกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการให้บริการด้าน
สารณสุขของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมร่วมกันระหว่างทีมวิจัยกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ชุดแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยเฉพาะกิจ กรมการแพทย์ทหารบกส่วนหน้า ทหาร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ และตัวแทนภาคเอกชน ลงพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้สำรวจข้อมูลและบรการตรวจภาวะสุขภาพ บรรยายการสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ประชาชนกลุ่มชาย-หญิงวัยทองและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งประเมินภาวะสุขภาพ พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ จำนวน 531 คน และคุณภาพชีวิตของประชาชน จำนวน 1,187 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 533 คน และทหาร จำนวน 1,690 นาย สร้างเครือข่ายภาคแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบลดการสั่นสะเทือนของกล้องที่ติดตั้งบนอากาศนาวา และปรับปรุงคุณภาพของภาพที่ได้จากการถ่ายภาพทางอากาศให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเก็บข้อมูลของหน่วยทหารขนาดเล็กในการปฏิบัติการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ 3 จชด. โดยวิธีการสัมมนากลุ่มย่อย จำนวน 186 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้บังคับหน่วยทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและผู้นำทางศาสนา จำนวน 30 คน มีการใช้สื่อบูรณาการสุขภาพเชิงรุกในการส่งข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านสุขภาพให้กับกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึง
สร้างความเชื่อมโยงการวิจัยร่วมกันพร้อมารายงานไปยังหน่วยที่รับผิดชอบโดยตรง ผลการทดลอง: คุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน 3 จชต. อยู่ในระดับปานกลาง และทหารมีภาวะสุขภาพ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตการทำงานลดลงเมื่อปฏิบัติงานเป็นเวลา 1 และ 6 เดือน โดยเฉพาะสุขภาพจิตจะมีปัญหามากขึ้นเมื่อปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นเวลานานขึ้น ผู้วิจัยได้
จัดบริการสุขภาพเชิงรุกจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมการแพทย์ทหารบกส่วนหน้า ในรูปแบบการตรวจภาวะสุขภาพกับการให้ความรู้กับเครือข่ายสาธารณสุขและประชาชนพบว่า มีปัญหาสุขภาพช่องปาก มีอาการปวดหลัง และภาวะกระดูกพรุนสูงกว่าในภูมิภาคอื่น ๆ จากการประเมินคุณภาพการบริการของหน่วยเฉพาะกิจ กรมการแพทย์ทหารบกส่วนหน้า พบว่า ในภาพรวมได้คะแนนดีมาก การพัฒนาด้านความปลอดภัยได้ระบบป้อนกลับเพื่อลดการส่ายของกล้อง ทำให้สามารถปรับแก้การสั่นของภาพถ่ายทาง
อากาศจากอากาศนาวา นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศแจ้งเตือนภัยคุกคามทางการแพทย์มีประสิทธิภาพ สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จากการพัฒนาบูรณาการสื่อสุขภาพทำให้ได้ต้นแบบสื่อสุขภาพเชิงรุกที่ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยสื่อควรลักษณะสั้น เข้าใจง่าย ควรมีภามลายูในตอนเปิด-ปิดรายการ และถ้าเผยแพร่สื่อดังกล่าวในเวลาเทศของผู้นำศาสนาจะทำให้มีประสิทธิผลมากขึ้น สื่อที่ได้รับความนิยมมากคือ โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อ
บุคคล ส่วนการเพิ่มความสามารถของหน่วยทหารขนาดเล็กเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงประชาชนพบว่ามีปัญหาความไม่เข้าใจในภาษาและวัฒนธรรม การเปลี่ยนหน่วยเร็วไป เจ้าหน้าที่เสนารักษ์สามารถเข้ากับประชาชนได้ดี และถ้าชัดชวนให้กลุ่มสตรี วัยรุ่น และผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมได้จะทำให้เกิดสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างทหารกับประชาชน ต้องระวังในเรื่องชู้สสว และงดดื่มสุราอย่างเด็ดขาด สรุป: คุณภาพชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ขณะที่ทหารมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง
การจัดบริการทางการแพทย์เชิงรุกในรูปแบบหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของหน่วยเฉพาะกิจ กรมแพทย?ทหารบกส่วนหน้าร่วมกับหน่วยสาธารณสุขในพื้นที่ ทำให้สามารถบอกได้ถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การใช้บูรณการสื่อสุขภาพร่วมกับหน่วยทหารขนาดเล็กทำให้เกิดการพัฒนาด้านการบริการทางแพทย์ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการพัฒนาด้านสังคมและ
จิตวิทยาของประชาชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทหารใน จชต. ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ข้อเสนอแนะ: หัวใจของความสำเร็จจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง มีการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายสาธารณสุขไปยังภาคประชาชนซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตควรจัดกิจกรรมการดูแลสุขภาพของกลุ่มประชาชนชาย-หญิงวัยทอง ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่
และทหารซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีแพทย์สาขาใดหรือหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง เนื่องจากขาดองค์ความรู้และช่องทาง ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความต้องการในการดูแลสุขภาพสูงมาก ขณะที่การกระจายทรัพยากรทางด้านสาธารณสุขยังไม่ดีพอ ผนวกกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น จึงทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่สามารถใช้สักยภาพในการจัดการบริการสุขภาพอย่างเพียงพอและ
ทั่วถึง รวมถึงอัตลักษณ์ของมุสลิมในการไม่ค่อยเปิดเผยสุขภาพทางด้านอนามัยเจริญพันธุ์ทำให้มีปัญหาในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการในการให้บริการสุขภาพของกรมแพทย์ทหารบกร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ ด้วยความเข้าใจถึงปัญหาสุขภาพชาย-หญิงวัยทอง เข้าถึงประชาชนในกลุ่มวัยทองด้านสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าภาพให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
The unrest problems in the southern bordered provinces of Thailand are severe and continuous. They affect quality of life of people and make four dimensions of problems, i.e.,physical and mental health, satisfaction to health services, psychosocial and beliefs to news that affect the relationship between governmental officials and people, and security of life and property. The four dimensions of problem are constraints to the development of quality of life of people in this area unavoidably. Objectives: To study and develop quality of life and health evaluate quality of services of the Task Force of the Front Medical Department of the Royal Thai Army. To develop security of life and property. Todevelop psychosocial dimension. To make trust and cooperation that show good relationship between governmental officials and people. Methods: The reviews of literature of quality of life and health services of people in the three southern bordered provinces were done. The meetings of research team, provincial health officer, mobile medical unit of the Task Force of the Front Medical Department of the Royal Thai Army, military officers, physicians, nurses, health center officers, health officers in the area and representatives from private sectors were operated. The preparation of surveys and health examination services were done. The education of health promotion to andropause and menopause with evaluation of health status and health behaviors of 531 people, quality of 1,187 people, 533 health officers and 1,690 military officers were performed. The networks of physicians and medical personal were developed. Furthermore, the development of decreasing vibration system for airship’s aerial camera and aerial pictures’ quality were done. The data collection of small military unit working with people in the three southern bordered provinces by focus group discussion of 186 people, in-depth interviews of military unit commanders, governmental officials, community leaders and religious leaders of 30 persons were operated. The offensive integrative health media were used to sent news, especially in health dimension, to target group and all over the country. The cooperation of researchers was done and the reports were sent to the responsible organizations directly. Results: The average quality of life of people and health officers in the three southern bordered provinces were moderate. The health status, health promoting behaviors and quality of life soldiers were decreased when they had worked for 1 and 6 months, especially they would experience more mental health problems when they deployed longer in the area. The offensive health services from the Task Force of Medical Department of the Royal Thai Army in aspects of health examination and education to networks of health personnel and people were operated. It was found that prevalence of dental health problems, back pain and osteoporosis were higher than other regions. From the evaluations of quality of services of the Task Force of Medical Department of the Royal Thai Army, it was found that the over all services were very good. The development of security was done feedback system was obtained. To reduce vibration of aerial camera and could adjust the vibration of pictures from airship’s aerial camera. In addition, the development of efficient information system to alarm the medical treats which could be collected and analyzed quickly, was obtained. From the development of integrative health media, the prototype offensive health media according to the demand of the people in the area were produced. The media should be short, easy to understand, Malaysian language in opening and closing of the program and distributed during religious education of religious leaders which will make it more efficient. The popular media were televisions, radio and persons. For the development of capability increase of small military units for the accessibility to people, it was found that there were constants of language and culture and the frequent change of the unit. The medical field officers could make good relationship to the people, and it they persuaded women, adolescents and adults to participate in their activities, the relationship between soldiers and people would have been better. However, they should be aware of adultery and abstain from alcoholic drinking Conclusion: The quality of life of people and health officers were moderate. whereas the military officers were poorer. The offensive medical services in the from of mobile medical unit of the Task Force of the Front Medical Department of the royal Thai Army in cooperation with the local health organizations could elucidate the health status of people in the area and made them very satisfactory, cooperated and participated with health officials. The integration of health media with the small military units made the development of medical services, security of life and property, and psychosocial status of people, health officials and soldiers in the southern bordered provinces to get better quality of life. Recommendations: the success of the program depends on people participation in healthcare, development of health networks to people for sustainability. The development of quality of life should be composed of healthcare activities of andropause and menopause, officials and soldiers which are important target groups. In the present time, there are no medical specialties and no organizations responsible to this task, because of lack of knowledge and channels. The people in the area demand healthcare very much, but the distribution of public health resources is not appropriate enough and there are the unrest situations. These make available resources not enough and inappropriately distributed. In addition, the identity of Muslims conceals their health status and sexual health which make it difficult to approach the target group. Therefore, There should be integrated health services of Medical Department of the Royal Thai Army with public health organizations, both local and central, with the understanding of health problems of aging people, access to aging people with offensive health services and development of quality of life of the target groups including local health officials.
The unrest problems in the southern bordered provinces of Thailand are severe and continuous. They affect quality of life of people and make four dimensions of problems, i.e.,physical and mental health, satisfaction to health services, psychosocial and beliefs to news that affect the relationship between governmental officials and people, and security of life and property. The four dimensions of problem are constraints to the development of quality of life of people in this area unavoidably. Objectives: To study and develop quality of life and health evaluate quality of services of the Task Force of the Front Medical Department of the Royal Thai Army. To develop security of life and property. Todevelop psychosocial dimension. To make trust and cooperation that show good relationship between governmental officials and people. Methods: The reviews of literature of quality of life and health services of people in the three southern bordered provinces were done. The meetings of research team, provincial health officer, mobile medical unit of the Task Force of the Front Medical Department of the Royal Thai Army, military officers, physicians, nurses, health center officers, health officers in the area and representatives from private sectors were operated. The preparation of surveys and health examination services were done. The education of health promotion to andropause and menopause with evaluation of health status and health behaviors of 531 people, quality of 1,187 people, 533 health officers and 1,690 military officers were performed. The networks of physicians and medical personal were developed. Furthermore, the development of decreasing vibration system for airship’s aerial camera and aerial pictures’ quality were done. The data collection of small military unit working with people in the three southern bordered provinces by focus group discussion of 186 people, in-depth interviews of military unit commanders, governmental officials, community leaders and religious leaders of 30 persons were operated. The offensive integrative health media were used to sent news, especially in health dimension, to target group and all over the country. The cooperation of researchers was done and the reports were sent to the responsible organizations directly. Results: The average quality of life of people and health officers in the three southern bordered provinces were moderate. The health status, health promoting behaviors and quality of life soldiers were decreased when they had worked for 1 and 6 months, especially they would experience more mental health problems when they deployed longer in the area. The offensive health services from the Task Force of Medical Department of the Royal Thai Army in aspects of health examination and education to networks of health personnel and people were operated. It was found that prevalence of dental health problems, back pain and osteoporosis were higher than other regions. From the evaluations of quality of services of the Task Force of Medical Department of the Royal Thai Army, it was found that the over all services were very good. The development of security was done feedback system was obtained. To reduce vibration of aerial camera and could adjust the vibration of pictures from airship’s aerial camera. In addition, the development of efficient information system to alarm the medical treats which could be collected and analyzed quickly, was obtained. From the development of integrative health media, the prototype offensive health media according to the demand of the people in the area were produced. The media should be short, easy to understand, Malaysian language in opening and closing of the program and distributed during religious education of religious leaders which will make it more efficient. The popular media were televisions, radio and persons. For the development of capability increase of small military units for the accessibility to people, it was found that there were constants of language and culture and the frequent change of the unit. The medical field officers could make good relationship to the people, and it they persuaded women, adolescents and adults to participate in their activities, the relationship between soldiers and people would have been better. However, they should be aware of adultery and abstain from alcoholic drinking Conclusion: The quality of life of people and health officers were moderate. whereas the military officers were poorer. The offensive medical services in the from of mobile medical unit of the Task Force of the Front Medical Department of the royal Thai Army in cooperation with the local health organizations could elucidate the health status of people in the area and made them very satisfactory, cooperated and participated with health officials. The integration of health media with the small military units made the development of medical services, security of life and property, and psychosocial status of people, health officials and soldiers in the southern bordered provinces to get better quality of life. Recommendations: the success of the program depends on people participation in healthcare, development of health networks to people for sustainability. The development of quality of life should be composed of healthcare activities of andropause and menopause, officials and soldiers which are important target groups. In the present time, there are no medical specialties and no organizations responsible to this task, because of lack of knowledge and channels. The people in the area demand healthcare very much, but the distribution of public health resources is not appropriate enough and there are the unrest situations. These make available resources not enough and inappropriately distributed. In addition, the identity of Muslims conceals their health status and sexual health which make it difficult to approach the target group. Therefore, There should be integrated health services of Medical Department of the Royal Thai Army with public health organizations, both local and central, with the understanding of health problems of aging people, access to aging people with offensive health services and development of quality of life of the target groups including local health officials.
Sponsorship
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยประเภทบูรณาการจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2549 เล่มที่ 1/3