The relationship between learning style, academic achievement, and critical thinking skills among orthopaedic residents
3
3
Issued Date
2021
Copyright Date
2021
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiii, 76 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2021
Suggested Citation
Thos Harnroongroj The relationship between learning style, academic achievement, and critical thinking skills among orthopaedic residents. Thesis (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2021. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/116915
Title
The relationship between learning style, academic achievement, and critical thinking skills among orthopaedic residents
Alternative Title(s)
การศึกษาความสัมพันธ์ของรูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บในแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์กับผลสัมฤทธ์ทางการศึกษาและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The research purposes were to report the Kolb learning style incidence in Orthopaedic residents and the relationship to academic achievement and critical thinking. There were 48 residents included. The demographic data was reviewed. The Thai-language Kolb learning style inventory and critical thinking test questionnaires were allocated. And, the basic science orthopaedic examination scores of Thai board certification and higher graduate diploma program in clinical medical sciences orthopaedic surgery were collected representing academic achievement. The results showed the 2 most common learning styles: assimilating (37.5%) and converging (25.0%). There was no significant difference of academic achievement among each learning style. There were statistically significant difference of critical thinking score-disposition in each style as p = 0.018 and 0.023. The converging styles had the highest critical thinking score while the assimilating style had the highest critical thinking disposition. To conclude, the 2 most common converging-assimilating styles were the learning style which had the relationship with good critical thinking skills. The learning Orthopaedic experiences should encourage the reflective observation, abstract conceptualization, and active experimentation to facilitate the critical thinking ability in the residents. Implication of Thesis: The results of this study could be applied for the implementation of the Orthopaedic learning experiences that could enhance the critical thinking ability and might improve the academic achievement in Orthopaedic residents. The result of Kolb learning style incidence also had benefit in better understanding the profile of the learners.
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ การศึกษาอุบัติการณ์รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บและความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ในแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์ มีผู้เข้าร่วมงานวิจัย 48 คน ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมวิจัยจะถูกตรวจสอบ ผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคนจะได้ทำแบบทดสอบรูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ รวมถึงมีการบันทึกคะแนนสอบความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ทางออร์โธปิดิกส์ของการสอบวุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์และของประกาศนียบัตรชั้นสูง สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (วิชาเอกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า อุบัติการณ์รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บ 2 อันดับแรกที่พบมากที่สุดคือ ดูดซึม (37.5 %) และ เอกนัย (25.0 %) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในแต่ละรูปแบบการเรียนรู้ พบมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของคะแนนทดสอบและคุณลักษณะทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ของแต่ละกลุ่ม (p = 0.018 และ 0.023) โดยรูปแบบการเรียนรู้แบบเอกนัยและดูดซึมได้คะแนนทดสอบการคิดเชิงวิพากษ์และคะแนนคุณลักษณะทักษะการคิดเชิงวิพากษ์สูงสุดตามลำดับ ผลสรุปคือ รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บที่พบมากที่สุดในแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์คือ ดูดซึมและเอกนัย และมีความสัมพันธ์กับทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ที่ดี การจัดประสบการณ์เรียนรู้ในแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์ควรมีการกระตุ้นทักษะการไตร่ตรอง การสรุปหลักการและการทดลองปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของแพทย์ประจำบ้าน การนำผลของวิทยานิพนธ์ไปใช้: ผลการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์กับบริบทการเรียนการสอนแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ซึ่งอาจช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้นได้ นอกจากนั้นข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บยังมีส่วนช่วยให้ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้มีความเข้าใจพื้นฐานผู้เรียนมากขึ้นและจัดการเรียนการสอนที่ตรงตามผู้เรียนได้มากขึ้นเช่นกัน
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ การศึกษาอุบัติการณ์รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บและความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ในแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์ มีผู้เข้าร่วมงานวิจัย 48 คน ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมวิจัยจะถูกตรวจสอบ ผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคนจะได้ทำแบบทดสอบรูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ รวมถึงมีการบันทึกคะแนนสอบความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ทางออร์โธปิดิกส์ของการสอบวุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์และของประกาศนียบัตรชั้นสูง สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (วิชาเอกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า อุบัติการณ์รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บ 2 อันดับแรกที่พบมากที่สุดคือ ดูดซึม (37.5 %) และ เอกนัย (25.0 %) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในแต่ละรูปแบบการเรียนรู้ พบมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของคะแนนทดสอบและคุณลักษณะทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ของแต่ละกลุ่ม (p = 0.018 และ 0.023) โดยรูปแบบการเรียนรู้แบบเอกนัยและดูดซึมได้คะแนนทดสอบการคิดเชิงวิพากษ์และคะแนนคุณลักษณะทักษะการคิดเชิงวิพากษ์สูงสุดตามลำดับ ผลสรุปคือ รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บที่พบมากที่สุดในแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์คือ ดูดซึมและเอกนัย และมีความสัมพันธ์กับทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ที่ดี การจัดประสบการณ์เรียนรู้ในแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์ควรมีการกระตุ้นทักษะการไตร่ตรอง การสรุปหลักการและการทดลองปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของแพทย์ประจำบ้าน การนำผลของวิทยานิพนธ์ไปใช้: ผลการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์กับบริบทการเรียนการสอนแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ซึ่งอาจช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้นได้ นอกจากนั้นข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์รูปแบบการเรียนรู้ของคอล์บยังมีส่วนช่วยให้ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้มีความเข้าใจพื้นฐานผู้เรียนมากขึ้นและจัดการเรียนการสอนที่ตรงตามผู้เรียนได้มากขึ้นเช่นกัน
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Health Science Education
Degree Grantor(s)
Mahidol University
