The effectiveness of mind map as a teaching tool for medical students
2
1
Issued Date
2021
Copyright Date
2021
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiii, 100 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2021
Suggested Citation
Sidayu Suriya The effectiveness of mind map as a teaching tool for medical students. Thesis (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2021. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114243
Title
The effectiveness of mind map as a teaching tool for medical students
Alternative Title(s)
ประสิทธิภาพของการใช้แผนที่ความคิดเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการสอนนักศึกษาแพทย์
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
Mind map has shown to improve students’ learning skills. The purpose of this study is to evaluate the efficacy of mind map as a tool for teaching. We hypothesized that the mind maps helpful to enhance learning outcome by increased knowledge retention and student perception of the class for the 3rd year medical students in the Doctor of Medicine Program, Faculty of Medicine, Naresuan University. An experimental randomized controlled trial study was conducted by comparing the academic performances (MCQs scores for pre-test, immediate post-test, and delayed post-test) and the students’ perception survey (The Assessing Student Perspective of Engagement in Class Tool, ASPECT) after attending the class of “Osteoporosis” lecture with mind map (intervention group) and traditional lecture with slides (control group). In this study, 32 students were enrolled but only 28 students completed all tests (n = 14 each group). Both groups had no difference in age, gender, total academic performance with pre-test scores mean of 3.36 (intervention group) and 3.34 (control group). Both groups had similar increase in the immediate post-test score means of 7.36 (intervention group) and 6.51 (control group) and delayed post-test scores means of 6.07 (intervention group) and 6.00 (control group). The improvement in academic achievement was measured and analyzed using the paired t-test to compare the pre-test with the post-test scores and the delayed post-test scores in each group. Both groups had significantly increased in the post-test scores and the delayed post-test scores (p<.0001). There was a trend of higher ASPECT scores in the intervention group (means5.50) compared to the control group (means 5.00) in the item “The instructor’s enthusiasm and class interesting” (p = .070). In conclusion, the lecture with mind map was effective to improve the academic performance in medical students by increased students’ engagement and the class attention.
แผนที่ความคิด ช่วยพัฒนาความสามารถของผู้เรียนในการเรียนรู้ต่าง ๆ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ในการประเมินประสิทธิภาพของการใช้แผนที่ความคิด เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ โดยมีสมมติฐานงานวิจัยคือแผนที่ความคิดช่วยในการเรียนรู้โดยการเพิ่มระดับความรู้ทั้งในรูปแบบความจำระยะสั้นและความจำระยะยาว รวมถึงความรับรู้ของบทเรียนในนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นการวิจัยแบบสุ่มทดลอง เพื่อเปรียบเทียบระดับความรู้จากการสอบด้วยข้อสอบปรนัย (ทั้งก่อนการเรียน หลังการเรียนทันที และหลังการเรียนระยะหนึ่ง) และค่าเฉลี่ยของคะแนนจากแบบประเมินความรับรู้และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนของนักศึกษาแพทย์หลังการเรียนในหัวข้อ “โรคกระดูกพรุน” โดยในกลุ่มทดลอง นักศึกษาจะเรียนในหัวข้อนี้ที่ผู้สอนใช้แผนที่ความคิดประกอบการสอนบรรยาย และกลุ่มควบคุมที่ผู้สอนใช้การบรรยายรูปแบบดั้งเดิมด้วยสไลด์ (ใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบดั้งเดิม) โดยมีนักศึกษาทั้งสิ้นจำนวน 32 คนเข้าร่วมในการศึกษานี้ แต่มีนักศึกษาที่ร่วมการวิจัยโดยสมบูรณ์ทั้งสิ้นจำนวน 28 คน (กลุ่มละ 14 คน) นักศึกษาทั้งสองกลุ่มมีค่าเฉลี่ยของอายุ จำนวนนักศึกษาแต่ละเพศ ระดับเกรดเฉลี่ยสะสม คะแนนสอบวัดระดับความรู้ก่อนเริ่มการศึกษาไม่แตกต่างกัน โดยมีคะแนนระดับความรู้ก่อนการเรียนบรรยายที่ 3.36 (กลุ่มทดลอง) และ 3.34 (กลุ่มควบคุม) นักศึกษาทั้งสองกลุ่มมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นหลังการเรียนรู้ทันทีไม่ต่างกัน โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 7.36 (กลุ่มทดลอง) และ 6.51 (กลุ่มควบคุม) และมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นที่หนึ่งสัปดาห์หลังจากการเรียนบรรยายไม่ต่างกัน โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 6.07 (กลุ่มทดลอง) และ 6.00 (กลุ่มควบคุม) เมื่อเปรียบเทียบระดับความรู้ที่พัฒนาจากการเรียนในแต่ละกลุ่มโดยเปรียบเทียบระดับคะแนนสอบที่ก่อนและหลังการเรียนบรรยายพบว่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.0001) เมื่อเปรียบเทียบระดับความรับรู้และการมีส่วนร่วมในการเรียนจากแบบประเมินโดยเฉพาะในหัวข้อความกระตือรือร้นของผู้สอนในการทำให้บทเรียนมีความน่าสนใจ นั้นพบว่ากลุ่มทดลอง (คะแนนเฉลี่ย 5.50) มีแนวโน้มของระดับคะแนนนี้ที่สูงกว่ากลุ่มควบคุมเล็กน้อย (คะแนนเฉลี่ย 5.00) (p=0.070) โดยสรุปการบรรยายในห้องเรียนโดยมีการใช้แผนที่ความคิดนั้นมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้โดยนักศึกษาแพทย์มีคะแนนระดับความรู้ที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากความน่าสนใจของแผนที่ความคิดและการมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์
แผนที่ความคิด ช่วยพัฒนาความสามารถของผู้เรียนในการเรียนรู้ต่าง ๆ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ในการประเมินประสิทธิภาพของการใช้แผนที่ความคิด เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ โดยมีสมมติฐานงานวิจัยคือแผนที่ความคิดช่วยในการเรียนรู้โดยการเพิ่มระดับความรู้ทั้งในรูปแบบความจำระยะสั้นและความจำระยะยาว รวมถึงความรับรู้ของบทเรียนในนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นการวิจัยแบบสุ่มทดลอง เพื่อเปรียบเทียบระดับความรู้จากการสอบด้วยข้อสอบปรนัย (ทั้งก่อนการเรียน หลังการเรียนทันที และหลังการเรียนระยะหนึ่ง) และค่าเฉลี่ยของคะแนนจากแบบประเมินความรับรู้และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนของนักศึกษาแพทย์หลังการเรียนในหัวข้อ “โรคกระดูกพรุน” โดยในกลุ่มทดลอง นักศึกษาจะเรียนในหัวข้อนี้ที่ผู้สอนใช้แผนที่ความคิดประกอบการสอนบรรยาย และกลุ่มควบคุมที่ผู้สอนใช้การบรรยายรูปแบบดั้งเดิมด้วยสไลด์ (ใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้แบบดั้งเดิม) โดยมีนักศึกษาทั้งสิ้นจำนวน 32 คนเข้าร่วมในการศึกษานี้ แต่มีนักศึกษาที่ร่วมการวิจัยโดยสมบูรณ์ทั้งสิ้นจำนวน 28 คน (กลุ่มละ 14 คน) นักศึกษาทั้งสองกลุ่มมีค่าเฉลี่ยของอายุ จำนวนนักศึกษาแต่ละเพศ ระดับเกรดเฉลี่ยสะสม คะแนนสอบวัดระดับความรู้ก่อนเริ่มการศึกษาไม่แตกต่างกัน โดยมีคะแนนระดับความรู้ก่อนการเรียนบรรยายที่ 3.36 (กลุ่มทดลอง) และ 3.34 (กลุ่มควบคุม) นักศึกษาทั้งสองกลุ่มมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นหลังการเรียนรู้ทันทีไม่ต่างกัน โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 7.36 (กลุ่มทดลอง) และ 6.51 (กลุ่มควบคุม) และมีระดับความรู้ที่เพิ่มขึ้นที่หนึ่งสัปดาห์หลังจากการเรียนบรรยายไม่ต่างกัน โดยมีคะแนนเฉลี่ยที่ 6.07 (กลุ่มทดลอง) และ 6.00 (กลุ่มควบคุม) เมื่อเปรียบเทียบระดับความรู้ที่พัฒนาจากการเรียนในแต่ละกลุ่มโดยเปรียบเทียบระดับคะแนนสอบที่ก่อนและหลังการเรียนบรรยายพบว่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.0001) เมื่อเปรียบเทียบระดับความรับรู้และการมีส่วนร่วมในการเรียนจากแบบประเมินโดยเฉพาะในหัวข้อความกระตือรือร้นของผู้สอนในการทำให้บทเรียนมีความน่าสนใจ นั้นพบว่ากลุ่มทดลอง (คะแนนเฉลี่ย 5.50) มีแนวโน้มของระดับคะแนนนี้ที่สูงกว่ากลุ่มควบคุมเล็กน้อย (คะแนนเฉลี่ย 5.00) (p=0.070) โดยสรุปการบรรยายในห้องเรียนโดยมีการใช้แผนที่ความคิดนั้นมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้โดยนักศึกษาแพทย์มีคะแนนระดับความรู้ที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากความน่าสนใจของแผนที่ความคิดและการมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Health Science Education
Degree Grantor(s)
Mahidol University
