The relationship between psychological capital and leadership in high school student, Samsenwittayalai School
Issued Date
2014
Copyright Date
2014
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
ix, 84 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Clinical Psychology))--Mahidol University, 2014
Suggested Citation
Jeeranan Kantasorn The relationship between psychological capital and leadership in high school student, Samsenwittayalai School. Thesis (M.Sc. (Clinical Psychology))--Mahidol University, 2014. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/95222
Title
The relationship between psychological capital and leadership in high school student, Samsenwittayalai School
Alternative Title(s)
ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนทางจิตวิทยากับภาวะผู้นำในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
This survey research aims to study the relationship between Psychological Capital and Leadership in High School students at Samsenwittayalai School, academic year 2013, for 345 people. The research uses three questionnaires: Personal Information Questions, Thai Psychological Capital Inventories, and the Leadership Questionnaire. The study showed that Psychological Capital has general positive effects on Leadership at a medium level with statistical significance at 0.01. Also, the confidence in Self-Efficacy factor is the only variable which was able to predict Leadership in the sample at 28.8%, yield a correlation coefficient of 0.537 and predict a standard deviation of ± 0.465. The recommendation for further study is to take into account the Psychosocial factor to demonstrate other factors which affect Leadership. This research suggests a method for developing Leadership in teenagers using Confidence in Self-Efficacy.
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนทางจิตวิทยากับภาวะผู้นำในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปีการศึกษา 2556 จำนวน 345 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 3 ชุด ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามต้นทุนทางจิตวิทยาสำหรับคนไทย และ แบบสอบถามภาวะผู้นำ ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนทางจิตวิทยาโดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะผู้นำ ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 และปัจจัยความเชื่อมันในความสามารถของตนเองตามศักยภาพที่มีอยู่เป็นตัวแปรเดียวที่สามารถทำนายภาวะผู้นำของกลุ่มตัวอย่างได้ร้อยละ 28.8 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็น 0.537 ความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนายเท่ากับ ± 0.465 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป ควรนำปัจจัยจิตสังคมมาทำการศึกษาร่วนด้วยเพื่อหาปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลต่อภาวะผู้นำ และจากการศึกษานี้นำมาซึ่งแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำในวัยรุ่นโดยใช้ความเชื่อมันในความสามารถของตนเองตามศักภภาพที่มีอยู่ (Self-Efficacy)
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนทางจิตวิทยากับภาวะผู้นำในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปีการศึกษา 2556 จำนวน 345 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 3 ชุด ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามต้นทุนทางจิตวิทยาสำหรับคนไทย และ แบบสอบถามภาวะผู้นำ ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนทางจิตวิทยาโดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะผู้นำ ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 และปัจจัยความเชื่อมันในความสามารถของตนเองตามศักยภาพที่มีอยู่เป็นตัวแปรเดียวที่สามารถทำนายภาวะผู้นำของกลุ่มตัวอย่างได้ร้อยละ 28.8 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็น 0.537 ความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนายเท่ากับ ± 0.465 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป ควรนำปัจจัยจิตสังคมมาทำการศึกษาร่วนด้วยเพื่อหาปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลต่อภาวะผู้นำ และจากการศึกษานี้นำมาซึ่งแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำในวัยรุ่นโดยใช้ความเชื่อมันในความสามารถของตนเองตามศักภภาพที่มีอยู่ (Self-Efficacy)
Description
Clinical Psychology (Mahidol University 2014)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Clinical Psychology
Degree Grantor(s)
Mahidol University