การแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในทัศนะของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร

dc.contributor.advisorสุรชาติ ณ หนองคาย
dc.contributor.advisorวิฑูรย์ อึ้งประพันธ์
dc.contributor.advisorสุธี อยู่สถาพร
dc.contributor.advisorสุคนธา ศิริ
dc.contributor.authorนาฏสิริ ราชฉวาง
dc.date.accessioned2024-01-17T01:57:56Z
dc.date.available2024-01-17T01:57:56Z
dc.date.copyright2554
dc.date.created2567
dc.date.issued2554
dc.descriptionบริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข (มหาวิทยาลัยมหิดล 2555)
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเรื่องการแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในทัศนะของสูงอายุในกรุงเทพมหานคร ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา คือ ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ที่มาใช้บริการที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ขนาด กลุ่มตัวอย่าง 280 ราย โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 60 - 69 ปี นับถือศาสนาพุทธ จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า ร้อยละ 49.3 มีสถานภาพสมรสคู่ ไม่มีอาชีพ ร้อยละ 67.1 และไม่มีรายได้ ร้อยละ 63.6 มีเพียงเงินเลี้ยงชีพผู้สูงอายุ และร้อยละ 70.4 มีภาวะสุขภาพปกติ มีความรู้และทัศนคติเกี่ยวการแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในระดับดี แต่มีการสนับสนุนทางสังคมในระดับต้องปรับปรุง ผู้สูงอายุส่วนใหญ่สนใจทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้าย วิธีการยืดการตายที่ผู้สูงอายุจะปฏิเสธมากที่สุด คือ การใส่ท่อช่วยหายใจ/การเจาะคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ และการช่วยฟื้นคืนชีพเมื่อหัวใจหยุดเต้น ผู้สูงอายุไม่ต้องการเป็นภาระของญาติ และคิดว่า ถึงวาระแล้วที่ต้องการจากไปอย่างสงบเป็นเหตุผลสำคัญของทำหนังสือการแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืด การตายของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของ ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล ในด้านระดับการศึกษา ความรู้ ทัศนคติ และการสนับสนุน ทางสังคม จากผลการศึกษามีข้อเสนอแนะคือ ควรมีการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ และญาติ มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้ายของผู้สูงอายุ และเรื่อง สิทธิที่ผู้สูงอายุควรทราบให้มากขึ้น โดยการทำเอกสาร แผ่นพับ คู่มือ หรือจัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ ควบคู่ไป กับการส่งเสริมสุขภาพด้านอื่น ๆ
dc.format.extentก-ฎ, 117 แผ่น : ภาพประกอบ
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationวิทยานิพนธ์ (วท.ม. (บริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2555
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/92981
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectผู้สูงอายุ -- ทัศนคติ
dc.subjectทัศนคติต่อการตาย -- ไทย -- กรุงเทพฯ
dc.subjectการตาย -- ไทย -- กรุงเทพฯ
dc.subjectผู้ป่วยใกล้ตาย -- ไทย -- กรุงเทพฯ
dc.subjectผู้สูงอายุ -- ไทย -- กรุงเทพฯ
dc.titleการแสดงเจตนาไม่ประสงค์ที่จะยืดการตายของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในทัศนะของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร
dc.title.alternativeDeclaration of intention to refuse life sustaining of terminal stage patient from elderly perspective in Bangkok
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mods.location.urlhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2555/cd471/5037042.pdf
thesis.degree.departmentคณะสาธารณสุขศาสตร์
thesis.degree.disciplineบริหารกฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหิดล
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

Files