Using dietary assessment scanning calgulator to decrease phosphorus intake in patients with chronic kidney disease
2
Issued Date
2024
Copyright Date
2017
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xv, 120 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Nutrition and Dietetics))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Jutaporn Panit Using dietary assessment scanning calgulator to decrease phosphorus intake in patients with chronic kidney disease. Thesis (M.Sc. (Nutrition and Dietetics))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/92328
Title
Using dietary assessment scanning calgulator to decrease phosphorus intake in patients with chronic kidney disease
Alternative Title(s)
การประยุกต์แอพลิเคชั่น DiSC เพื่อลดการบริโภคฟอสฟอรัสจากอาหารในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
Author(s)
Abstract
High serum phosphate is related to poor health outcome and mortality in chronic kidney disease (CKD) patients. Therefore the education on limiting high phosphorus in food need to be addressed to the patients. The study aimed to reduce phosphorus intake using the immediate feedback dietary intake information by using Dietary Assessment Scanning Calculator (DiSC) application. It is dietary application that combine barcode technology and food photograph. Forty-five CKD stage 3-4 patients who have dietary phosphorus intake more than 700 mg/day were studied for 6 months. The study was an experimental before and after design with one group repeated measurement to determine the effectiveness of DiSC application on dietary phosphorus intake reduction. The result reviewed that mean dietary phosphorus were significantly decreased (p<0.01) from (920 ± 202 to 588 ± 147 mg/day) which related to decreased (p<0.01) mean serum phosphate from (3.65 ± 0.56 to 3.36 ± 0.56 mg/dL). The mean calcium x phosphate product (Ca x P) were also significantly decreased (p<0.01) from (34.54 ± 5.42 to 31.34 ± 5.34 mg2/dL2). PTH was a significant decrease (from 68 ± 31 to 59 ± 27 pg/mL, n=30, p<0.01). The estimate Glomerular Filtration Rate (eGFR) was a significant increase (p<0.05) from (35.8 ± 11.3 to 38.4 ± 14.1 mL/min/1.73m2) at the end of the study. In addition, the knowledge of patients who received low phosphorus education using DiSC application and phosphorus education booklet was a significant increase (p<0.01) from low score (1.11 ± 0.86) to moderate score (7.02 ± 0.99). Nutritional status of CKD patient such as albumin and BMI were maintained throughout the study. This study suggested that using DiSC application for dietary counselling would help the CKD patients to reduce phosphorus intake in order to decrease risk of bone disease and improve quality of life
ภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสูงมีความสอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ต่ำ และ อัตราการตายในคนไข้โรคไตเรื้อรัง จึงมีความจำเป็นที่คนไข้โรคไตเรื้อรัง ควรได้รับความรู้เกี่ยวกับการจำกัดปริมาณอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อ ลดการบริโภคฟอสฟอรัสโดยใช้เครื่องมือประเมินการบริโภคอาหาร DiSC (Dietary Assessment Scanning Calculator) สามารถแสดงการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารได้ทันทีหลังจากสัมภาษณ์การบริโภคอาหารแบบย้อนหลัง 24 ชั่วโมง ซึ่งแอพลิเคชั่น DiSC มีการใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดรวมกับรูปภาพอาหารและอุปกรณ์ประเมินปริมาณอาหารที่บริโภคร่วมด้วย คนไข้โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ที่บริโภคฟอสฟอรัสในอาหารมากกว่า 700 มิลลิกรัม/วัน จำนวน 45 คนไดเข้าร่วมในการศึกษานี้เป็นระยะเวลา 6 เดือน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยเปรียบเทียบความแตกต่างของปริมาณการบริโภคฟอสฟอรัสก่อนและหลังได้รับความรู้ด้วยแอพลิเคชั่น DiSC ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยของปริมาณการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 920 ± 202 ถึง 588 ± 147 mg/day, p<0.01) ซึ่งสัมพันธ์กับการลดลง ของค่าเฉลี่ยระดับฟอสฟอรัสในเลือด (จาก 3.65 ± 0.56 ถึง 3.36 ± 0.56 mg/dL, p<0.01) นอกจากนี้ยังมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ของค่าเฉลี่ย ระดับ แคลเซียม x ฟอสฟอรัส ในเลือด (Ca x P product) (จาก 34.54 ± 5.42 ถึง 31.34 ± 5.34 mg2/dL2, p<0.01) และ พาราไทรอยด์ฮอร์โมน (PTH) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 68 ± 31 to 59 ± 27 pg/mL, n=30, p<0.01). รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ของค่าเฉลี่ยอัตราการกรองของไต (จาก 35.8 ± 11.3 ถึง 38.4 ± 14.1 mL/min/1.73m2, p<0.05) รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้น (p<0.01) ของคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารจาก 1.11 ± 0.86 เพิ่มเป็น 7.02 ± 0.99 (คะแนนเต็ม=10) ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางหลังจากที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคฟอสฟอรัสจากอาหาร นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาที่ทำการวิจัยไม่พบการเปลี่ยนแปลง ของระดับอัลบูบินในเลือดและดัชนีมวลกายในผู้เข้าร่วมโครงการ จากผลการ วิจัยครั้งนี้ ผู้ทำการวิจัยแนะนำให้มีการใช้แอพลิเคชั่น DiSC ในการให้คำปรึกษาจะช่วยลดปริมาณการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารของคนไข้โรคไตเรื้อรัง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกและ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไข้โรคไตเรื้อรังดีขึ้น
ภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสูงมีความสอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ต่ำ และ อัตราการตายในคนไข้โรคไตเรื้อรัง จึงมีความจำเป็นที่คนไข้โรคไตเรื้อรัง ควรได้รับความรู้เกี่ยวกับการจำกัดปริมาณอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อ ลดการบริโภคฟอสฟอรัสโดยใช้เครื่องมือประเมินการบริโภคอาหาร DiSC (Dietary Assessment Scanning Calculator) สามารถแสดงการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารได้ทันทีหลังจากสัมภาษณ์การบริโภคอาหารแบบย้อนหลัง 24 ชั่วโมง ซึ่งแอพลิเคชั่น DiSC มีการใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดรวมกับรูปภาพอาหารและอุปกรณ์ประเมินปริมาณอาหารที่บริโภคร่วมด้วย คนไข้โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ที่บริโภคฟอสฟอรัสในอาหารมากกว่า 700 มิลลิกรัม/วัน จำนวน 45 คนไดเข้าร่วมในการศึกษานี้เป็นระยะเวลา 6 เดือน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยเปรียบเทียบความแตกต่างของปริมาณการบริโภคฟอสฟอรัสก่อนและหลังได้รับความรู้ด้วยแอพลิเคชั่น DiSC ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยของปริมาณการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 920 ± 202 ถึง 588 ± 147 mg/day, p<0.01) ซึ่งสัมพันธ์กับการลดลง ของค่าเฉลี่ยระดับฟอสฟอรัสในเลือด (จาก 3.65 ± 0.56 ถึง 3.36 ± 0.56 mg/dL, p<0.01) นอกจากนี้ยังมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ของค่าเฉลี่ย ระดับ แคลเซียม x ฟอสฟอรัส ในเลือด (Ca x P product) (จาก 34.54 ± 5.42 ถึง 31.34 ± 5.34 mg2/dL2, p<0.01) และ พาราไทรอยด์ฮอร์โมน (PTH) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 68 ± 31 to 59 ± 27 pg/mL, n=30, p<0.01). รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ของค่าเฉลี่ยอัตราการกรองของไต (จาก 35.8 ± 11.3 ถึง 38.4 ± 14.1 mL/min/1.73m2, p<0.05) รวมทั้งมีการเพิ่มขึ้น (p<0.01) ของคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารจาก 1.11 ± 0.86 เพิ่มเป็น 7.02 ± 0.99 (คะแนนเต็ม=10) ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางหลังจากที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคฟอสฟอรัสจากอาหาร นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาที่ทำการวิจัยไม่พบการเปลี่ยนแปลง ของระดับอัลบูบินในเลือดและดัชนีมวลกายในผู้เข้าร่วมโครงการ จากผลการ วิจัยครั้งนี้ ผู้ทำการวิจัยแนะนำให้มีการใช้แอพลิเคชั่น DiSC ในการให้คำปรึกษาจะช่วยลดปริมาณการบริโภคฟอสฟอรัสในอาหารของคนไข้โรคไตเรื้อรัง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกและ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไข้โรคไตเรื้อรังดีขึ้น
Description
Nutrition and Dietetics (Mahidol University 2017)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Institute of Nutrition
Degree Discipline
Nutrition and Dietetics
Degree Grantor(s)
Mahidol University
