Women self-empowerment process : case study of women living with HIV/AIDS
8
Issued Date
2023
Copyright Date
2012
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
ix, 165 leaves : ill.
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Population Education))--Mahidol University, 2012
Suggested Citation
Kanokporn Jaroenrith Women self-empowerment process : case study of women living with HIV/AIDS. Thesis (Ph.D. (Population Education))--Mahidol University, 2012. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/89539
Title
Women self-empowerment process : case study of women living with HIV/AIDS
Alternative Title(s)
กระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี
Author(s)
Abstract
This study aims to investigate the self-empowerment process of women living with HIV/AIDS and the related factors which affect that process. The research design is a qualitative study to investigate the self-empowerment process of six women living with HIV/AIDS for more than 15 years and the related factors which have affected that process. There were two types of key informants: primary key informants were six women living with HIV/AIDS and the secondary key informants were three NGO staff members who worked with them. Research methods included in-depth interviews and the narrative technique, so the key informants can control the direction of their stories. The narrative technique is an effective way to empower people to learn from experiences. Therefore, the methods of this study included not only collecting data from the key informants, but also empowering them to learn from their experiences. The self-empowerment process of women living with HIV/AIDS is composed of three internal processes: 1) the development of consciousness of self; 2) the reduction of shame and self-blame; and 3) personal responsibility for change. Internal and external factors affect this process. The internal factors that arose during the research included 1) changes in their mindset, beliefs, and faith; 2) their life experiences; and 3) the ways to confront and figure out their problems or crises. The three external factors which relate to the women's self-empowerment process are the resources, agencies, and sources of power and socio-economic contexts that influence their lives. In conclusion, the self-empowerment process of women living with HIV/AIDS is a nonlinear process and emerges step by step, but there are internal processes in each stage in dynamic and complex patterns. Although some may pass one stage, they could regress to the same stage when they face the crisis again. The recommendations from this research should emphasize to the public that empowerment of these women can provide them good a chance to work and strengthen their self-esteem.
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี และปัจจัยเงื่อนไขที่มีผลต่อกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเอง วิธีการวิจัยเป็นการวิจัย เชิงคุณภาพ โดยศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงผ่านประสบการณ์ในอดีต ที่ผ่านมา โดยผู้ให้ข้อมูลหลัก มี 2 ระดับ คือ ผู้ให้ข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ ผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี จำนวน 6 คน ส่วนผู้ให้ข้อมูลทุติยภูมิ คือ เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานในประเด็นการเสริมสร้างพลังอำนาจกับผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี จำนวน 3 คนทำการศึกษาโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากแนวคำถามที่เป็นคำถามปลายเปิด รวมทั้งการถ่ายทอดประสบการณ์ในการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองผ่านการเล่าเรื่องราว โดยมีผู้ให้ ข้อมูลหลัก เป็นผู้กำหนดทิศทางในการเล่าเรื่องด้วยตนเองวิธีการวิจัยในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นการคืนพลังอำนาจให้กับผู้ให้ข้อมูลไปพร้อมกันด้วย ผลการศึกษา พบว่า กระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี ประกอบด้วย 3 กระบวนการย่อย คือ 1) กระบวนการพัฒนาผู้หญิงให้มีความตระหนักรู้หรือรู้จักตัวตนของตนเองมากขึ้น 2) กระบวนการลดความอับอายและความรู้สึกตำหนิติเตียนตนเอง และ 3) กระบวนการพัฒนาให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองสำหรับปัจจัยเงื่อนไขที่มีผลต่อกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจ จำแนกได้เป็น ปัจจัยภายในตัวของผู้หญิง เอง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางความคิด ความเชื่อ และความศรัทธา ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมาในอดีต และ วิธีการเผชิญปัญหาและจัดการแก้ไขปัญหา ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่ ทรัพยากร แหล่งอำนาจหรือตัวแทนของอำนาจ และบริบททางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สรุปได้ว่ากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีนั้นไม่ได้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนแบบเส้นตรง แต่เป็นกระบวนการย่อยที่มีระยะต่าง ๆ เกิดขึ้นในลักษณะที่เป็นพลวัตและถึงแม้สามารถผ่านระยะนี้ไปแล้วก็อาจกลับมาสู่ระยะเดิมได้อีก หากต้องเผชิญกับปัญหาหรือสภาวะวิกฤติอีกครั้งหนึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่เป็นเงื่อนไขให้ผู้หญิงเหล่านี้สามารถเสริมสร้างพลังอำนาจกลับคืนมาสู่สภาวะปกติได้ ดังนั้นการได้รับโอกาสให้ทำงานเพื่อช่วยเหลือและเสริมสร้างศักยภาพผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในหลากหลาย บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ทำให้ผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเกิดความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง สามารถยืนหยัดอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และประกอบอาชีพเพื่อหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ต่อไป
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี และปัจจัยเงื่อนไขที่มีผลต่อกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเอง วิธีการวิจัยเป็นการวิจัย เชิงคุณภาพ โดยศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงผ่านประสบการณ์ในอดีต ที่ผ่านมา โดยผู้ให้ข้อมูลหลัก มี 2 ระดับ คือ ผู้ให้ข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ ผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี จำนวน 6 คน ส่วนผู้ให้ข้อมูลทุติยภูมิ คือ เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานในประเด็นการเสริมสร้างพลังอำนาจกับผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี จำนวน 3 คนทำการศึกษาโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากแนวคำถามที่เป็นคำถามปลายเปิด รวมทั้งการถ่ายทอดประสบการณ์ในการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองผ่านการเล่าเรื่องราว โดยมีผู้ให้ ข้อมูลหลัก เป็นผู้กำหนดทิศทางในการเล่าเรื่องด้วยตนเองวิธีการวิจัยในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นการคืนพลังอำนาจให้กับผู้ให้ข้อมูลไปพร้อมกันด้วย ผลการศึกษา พบว่า กระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี ประกอบด้วย 3 กระบวนการย่อย คือ 1) กระบวนการพัฒนาผู้หญิงให้มีความตระหนักรู้หรือรู้จักตัวตนของตนเองมากขึ้น 2) กระบวนการลดความอับอายและความรู้สึกตำหนิติเตียนตนเอง และ 3) กระบวนการพัฒนาให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองสำหรับปัจจัยเงื่อนไขที่มีผลต่อกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจ จำแนกได้เป็น ปัจจัยภายในตัวของผู้หญิง เอง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางความคิด ความเชื่อ และความศรัทธา ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมาในอดีต และ วิธีการเผชิญปัญหาและจัดการแก้ไขปัญหา ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่ ทรัพยากร แหล่งอำนาจหรือตัวแทนของอำนาจ และบริบททางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สรุปได้ว่ากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจด้วยตนเองของผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีนั้นไม่ได้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนแบบเส้นตรง แต่เป็นกระบวนการย่อยที่มีระยะต่าง ๆ เกิดขึ้นในลักษณะที่เป็นพลวัตและถึงแม้สามารถผ่านระยะนี้ไปแล้วก็อาจกลับมาสู่ระยะเดิมได้อีก หากต้องเผชิญกับปัญหาหรือสภาวะวิกฤติอีกครั้งหนึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่เป็นเงื่อนไขให้ผู้หญิงเหล่านี้สามารถเสริมสร้างพลังอำนาจกลับคืนมาสู่สภาวะปกติได้ ดังนั้นการได้รับโอกาสให้ทำงานเพื่อช่วยเหลือและเสริมสร้างศักยภาพผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในหลากหลาย บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ทำให้ผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเกิดความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง สามารถยืนหยัดอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และประกอบอาชีพเพื่อหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ต่อไป
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Population Education
Degree Grantor(s)
Mahidol University
