Maturation of Rana tigerina ovarian follicles : correlation between ultrastructural changes, induction of germinal vesicle breakdown (GVBD), and steroid hormone production
3
Issued Date
1999
Copyright Date
1999
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiii, 69 leaves : ill.
ISBN
9746625365
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Anatomy))--Mahidol University, 1999
Suggested Citation
Chanonya Chaiwongroj Maturation of Rana tigerina ovarian follicles : correlation between ultrastructural changes, induction of germinal vesicle breakdown (GVBD), and steroid hormone production. Thesis (M.Sc. (Anatomy))--Mahidol University, 1999. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/103567
Title
Maturation of Rana tigerina ovarian follicles : correlation between ultrastructural changes, induction of germinal vesicle breakdown (GVBD), and steroid hormone production
Alternative Title(s)
ขบวนการพัฒนาของไข่กบนา : ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างละเอียด, การกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสและการสร้างสเตรอยด์ฮอร์โมนในกบนา
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
In order to investigate the correlation between maturation, steroidogenesis and ultrastructure of ovarian follicles in Rana tigerina follicles between 0.8 to 1.7 mm in diameter (with 0.1mm increment) were investigated. The distribution pattern of these follicles was examined during the breeding season (May to August 1998). The mean distribution of follicles with diameters of 0.8 to 1.4 mm (vitellogenic follicles) was about 5-10% whereas the mean distribution of 1.5 to 1.7 mm (full- grown) follicles ranged from 18-22 %. It was shown that the follicles were competent to respond to progesterone by undergoing maturation when their diameter was 1.4 mm (12%). The maturation observed in 1.5, 1.6 and 1.7 mm follicles were 72%, 79% and 100%, respectively. The appropriate dosage of frog pituitary homogenate (FPH) for stimulation of steroidogenesis in R. tigerina was 50 µg/ml. In order to examine the size of follicles when they shifted from estradiol (E(2)) to progesterone (P) production, follicles with various sizes were cultured in the presence of 50 (+,m)g/ml FPH. The highest amount of E(2) (1359 pg/ml) was produced by 1.4 mm follicles and then the levels were decreased in 1.5 and 1.6 mm, respectively. Full-grown follicles (1.7 mm) had lost the capacity to synthesize E(,2) Detectable amounts of P were first synthesized in 1.1 mm follicles and then levels gradually increased as the follicle size increased. The highest amount of P (1139 pg/ml) was synthesized and secreted by 1.7 mm follicles. To investigate the ultrastructure of follicle cells (FCs) during steroidogenesis, stage IV and VI follicles were cultured with FPH for 5 h and processed by conventional TEM. During steroidogenesis, mitochondria exhibited striking changes especially in stage VI FCs. Most of them were in close contact with one another and lost some parts of membranes, which resulted in the flow of the matrices into the cytoplasm. In addition, there were microchannels connected with the mitochondrial matrix which opened into the outer surface of FC plasma membrane.
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสุกของไข่, การหลั่งฮอร์โมนสเตรอยด์และ โครงสร้างละเอียดของเซลล์ฟอลลิเคิลที่ล้อมรอบไข่กบนา (Rana tigerina) ด้วยกรรมวิธี จุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน โดยทำการศึกษาในฟอลลิเคิลขนาด 0.8, 0.9, 1.0, 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6 และ 1.7 มม. นอกจากนี้ยังศึกษาการกระจายของ ฟอลลิเคิลในฤดูผสมพันธุ์ ผลการศึกษาพบการสุกของไข่ในฟอลลิเคิลขนาด 1.4, 1.5, 1.6 และ 1.7 มม. เป็นร้อยละ 12, 72, 79 และ 100 ตามลำดับหลังจากได้รับการกระตุ้น ด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน การศึกษาหาปริมาณที่เหมาะสมของฮอร์โมนที่สกัดจากต่อมใต้ สมองของกบนา พบว่าขนาดที่เหมาะสมในการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนสเตรอยคือ 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนการศึกษาระดับของฮอร์โมนสเตรอยด์เอสตราไดอัลและ โปรเจสเตอโรนที่สร้างจากฟอลลิเคิลที่มีขนาดต่างกัน 0.1 มม. โดยศึกษาในฟอลลิเคิล ที่มีขนาดตั้งแต่ 0.8-1.7 มม. เมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยสารที่สกัดจากต่อมใต้สมอง (50 มก/มล.) ด้วยกรรมวิธีเรดิโออิมมูโนแอสเสย์ ผลการศึกษาพบว่าฮอร์โมนสเตรอยด์ เอสตราไดอัลมีปริมาณสูงสุด (1359 พิโคกรัม/ฟอลลิเคิล) ในไข่ที่มีขนาด 1.4 มม. และ ระดับของฮอร์โมนจะค่อยๆ ลดลงในไข่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นคือขนาด 1.5-1.7 มม. ในขณะที่ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเริ่มสร้างในไข่ที่มีขนาด 1.1 มม. และระดับของฮอร์โมนจะ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนกระทั่งไข่มีขนาด 1.7 มม. จึงจะมีปริมาณฮอร์โมนมากที่สุดคือ 1139 พิโคกรัม/ฟอลลิเคิล นำฟอลลิเคิลระยะที่ 4 และ 6 มาศึกษาโครงสร้างละเอียดของเซลล์ ฟอลลิเคิลที่ล้อมรอบไข่กบนาในขณะที่มีการสร้างฮอร์โมนสเตรอยด์ ผลการศึกษาพบว่า หลังจากฟอลลิเคิลถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนต่อมใต้สมองเป็นเวลา 5 ชม. โครงสร้างภายใน เซลล์ฟอลลิเคิลของไข่ระยะที่ 4 และ 6 เปลี่ยนแปลงดังนี้คือ มีการเพิ่มจำนวนและขนาด ของไมโตคอนเดรีย เนื่องจากมีการขยายของทูบูลลาคริสตีโดยเฉพาะไข่ระยะที่ 6 ไมโตคอนเดรียส่วนใหญ่จะเคลื่อนเข้าหากันและบางส่วนของเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรียหายไป นอกจากนี้ยังมีระบบท่อขนาดเล็กติดต่อกับของเหลวในไมโตคอนเดรีย ซึ่งจะเปิดออกสู่ ด้านนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ฟอลลิเคิล
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสุกของไข่, การหลั่งฮอร์โมนสเตรอยด์และ โครงสร้างละเอียดของเซลล์ฟอลลิเคิลที่ล้อมรอบไข่กบนา (Rana tigerina) ด้วยกรรมวิธี จุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องผ่าน โดยทำการศึกษาในฟอลลิเคิลขนาด 0.8, 0.9, 1.0, 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6 และ 1.7 มม. นอกจากนี้ยังศึกษาการกระจายของ ฟอลลิเคิลในฤดูผสมพันธุ์ ผลการศึกษาพบการสุกของไข่ในฟอลลิเคิลขนาด 1.4, 1.5, 1.6 และ 1.7 มม. เป็นร้อยละ 12, 72, 79 และ 100 ตามลำดับหลังจากได้รับการกระตุ้น ด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน การศึกษาหาปริมาณที่เหมาะสมของฮอร์โมนที่สกัดจากต่อมใต้ สมองของกบนา พบว่าขนาดที่เหมาะสมในการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนสเตรอยคือ 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนการศึกษาระดับของฮอร์โมนสเตรอยด์เอสตราไดอัลและ โปรเจสเตอโรนที่สร้างจากฟอลลิเคิลที่มีขนาดต่างกัน 0.1 มม. โดยศึกษาในฟอลลิเคิล ที่มีขนาดตั้งแต่ 0.8-1.7 มม. เมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยสารที่สกัดจากต่อมใต้สมอง (50 มก/มล.) ด้วยกรรมวิธีเรดิโออิมมูโนแอสเสย์ ผลการศึกษาพบว่าฮอร์โมนสเตรอยด์ เอสตราไดอัลมีปริมาณสูงสุด (1359 พิโคกรัม/ฟอลลิเคิล) ในไข่ที่มีขนาด 1.4 มม. และ ระดับของฮอร์โมนจะค่อยๆ ลดลงในไข่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นคือขนาด 1.5-1.7 มม. ในขณะที่ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเริ่มสร้างในไข่ที่มีขนาด 1.1 มม. และระดับของฮอร์โมนจะ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนกระทั่งไข่มีขนาด 1.7 มม. จึงจะมีปริมาณฮอร์โมนมากที่สุดคือ 1139 พิโคกรัม/ฟอลลิเคิล นำฟอลลิเคิลระยะที่ 4 และ 6 มาศึกษาโครงสร้างละเอียดของเซลล์ ฟอลลิเคิลที่ล้อมรอบไข่กบนาในขณะที่มีการสร้างฮอร์โมนสเตรอยด์ ผลการศึกษาพบว่า หลังจากฟอลลิเคิลถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนต่อมใต้สมองเป็นเวลา 5 ชม. โครงสร้างภายใน เซลล์ฟอลลิเคิลของไข่ระยะที่ 4 และ 6 เปลี่ยนแปลงดังนี้คือ มีการเพิ่มจำนวนและขนาด ของไมโตคอนเดรีย เนื่องจากมีการขยายของทูบูลลาคริสตีโดยเฉพาะไข่ระยะที่ 6 ไมโตคอนเดรียส่วนใหญ่จะเคลื่อนเข้าหากันและบางส่วนของเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรียหายไป นอกจากนี้ยังมีระบบท่อขนาดเล็กติดต่อกับของเหลวในไมโตคอนเดรีย ซึ่งจะเปิดออกสู่ ด้านนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ฟอลลิเคิล
Description
Anatomy (Mahidol University 1999)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Science
Degree Discipline
Anatomy
Degree Grantor(s)
Mahidol University
