Survival rate and prognostic factors of colorectal cancer
2
Issued Date
2005
Copyright Date
2005
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
v, 89 leaves : ill.
ISBN
9740462898
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Infectious Diseases and Epidemiology))--Mahidol University, 2005
Suggested Citation
Parapat Techatanol Survival rate and prognostic factors of colorectal cancer. Thesis (M.Sc. (Infectious Diseases and Epidemiology))--Mahidol University, 2005. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/106109
Title
Survival rate and prognostic factors of colorectal cancer
Alternative Title(s)
อัตราการรอดชีพและปัจจัยพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
This study was an ambispective cohort design to assess the survival rate and
prognostic factors of colorectal cancer at the Oncology Unit, Department of Medicine, Rajavithi Hospital from January 1, 1995 to December 31, 2003 and to follow up cancer patients' current statuses until August 31, 2004 with the medical records and the Population Registration Database, Ministry of Interior.
The colorectal cancer patients who died totaled 145 cases. The median age was 61 years old. Males and females were found in similar numbers (1:1.02). The most common job description was unemployed (50.8%). The highest percentages of tumor-related factors were as follows: colon cancer (71.08%), adenocarcinoma (96.15%), well differentiated (62.06%), stage IV (35.86%), and location of recurrence of disease (stage I-III) and distant metastasis (MI) to liver were 56.27%. Seventy percent of patients were treated with surgery plus chemotherapy. Overall median survival time was 148.86 weeks and overall 3, 5, 7-year survival rates were 48.8%, 38.6%, and 37.6%, respectively. Multivariate analysis showed that factors such as age, degree of differentiation, stage, TNM, the surgery, and the chemotherapy were independent prognostic factors.
This study found age and stage were related to survival time. The patients in the early stages (stage I, Il) had a longer survival time than patients in stage IV. Young and elderly patients had a higher risk of death. Thus, people at risk of the disease should be screened at the early stage. People who have family history of colorectal cancer should be screened before 30 years of age and cancer screening programs should be given to the aging group.
การศึกษานี้เป็นการศึกษาอัตราการรอดชีพและปัจจัยพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่มารับการ รักษา ณ.งานโรคมะเร็ง กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2538 ถึง 31 ธันวาคม 2546 จำนวน 287 ราย โดยคิดตามสถานะสุดท้ายของผู้ป่วยจากเวชระเบียน และฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์จนกระทั่งถึง 31 สิงหาคม ผลการศึกษา ผู้ป่วยเสียชีวิต 145 ราช ค่ามัธยฐานของอายุคือ 61 ปี พบเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน (1:1.02) อาชีพอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ทำงาน (ร้อยละ 50.8) ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีลักษณะโรคดังนี้ คือเป็นมะเร็งใน ส่วนลำไส้ใหญ่ (colon) ร้อยละ 71.08 เซลล์ชนิด adenocarcinoma ร้อยละ 96.15 และ well differentiated ร้อยละ 62.06 ผู้ป่วยระยะที่ 4 ร้อยละ 35.86 ดับเป็นอวัยวะที่มีการกลับเป็นซ้ำของโรค (ผู้ป่วยระยะที่ 1 ถึง 3)และมีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งมากที่สุด (ร้อยละ 56.27) ผู้ป่วยร้อยละ 70 รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ร่วมกับเคมีบำบัด ค่ามัชยฐานของระยะเวลารอดชีพของผู้ป่วยคือ 148.86 สัปดาห์ อัตราการรอดชีพ 3 ปี 5 ปีและ 7 ปี เท่ากับ ร้อยละ 48.4, ร้อยละ 38.6 และ ร้อยละ 37.6 เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงซ้อน โดยใช้ Cox's Proportional Hazard Model พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระยะเวลารอดชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)ได้แก่ อายุ, degree of differentiation, stage, TNM, การรักษาด้วยการผ่าตัด และ การรักษา ด้วยเคมีบำบัด อายุ และระยะของโรคมีความสัมพันธ์กับระยะเวลารอดชีพ ผู้ป่วยระยะที่ 1 และ 2 มีระยะเวลารอคชีพมากกว่าผู้ป่วยระยะที่ 4 ผู้ป่วยอายุน้อย และอายุมากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการตายสูง ดังนั้นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคจึงควรได้รับการคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะแรกของโรคซึ่งได้แก่ บุคคลที่มีคนในครอบครัวป่วยด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรได้รับการคัดกรองก่อนอายุ 30 ปี ในการตรวจสุขภาพประจำปีของกลุ่มผู้สูงอายุควรได้รับการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย
การศึกษานี้เป็นการศึกษาอัตราการรอดชีพและปัจจัยพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่มารับการ รักษา ณ.งานโรคมะเร็ง กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2538 ถึง 31 ธันวาคม 2546 จำนวน 287 ราย โดยคิดตามสถานะสุดท้ายของผู้ป่วยจากเวชระเบียน และฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์จนกระทั่งถึง 31 สิงหาคม ผลการศึกษา ผู้ป่วยเสียชีวิต 145 ราช ค่ามัธยฐานของอายุคือ 61 ปี พบเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน (1:1.02) อาชีพอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ทำงาน (ร้อยละ 50.8) ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีลักษณะโรคดังนี้ คือเป็นมะเร็งใน ส่วนลำไส้ใหญ่ (colon) ร้อยละ 71.08 เซลล์ชนิด adenocarcinoma ร้อยละ 96.15 และ well differentiated ร้อยละ 62.06 ผู้ป่วยระยะที่ 4 ร้อยละ 35.86 ดับเป็นอวัยวะที่มีการกลับเป็นซ้ำของโรค (ผู้ป่วยระยะที่ 1 ถึง 3)และมีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งมากที่สุด (ร้อยละ 56.27) ผู้ป่วยร้อยละ 70 รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ร่วมกับเคมีบำบัด ค่ามัชยฐานของระยะเวลารอดชีพของผู้ป่วยคือ 148.86 สัปดาห์ อัตราการรอดชีพ 3 ปี 5 ปีและ 7 ปี เท่ากับ ร้อยละ 48.4, ร้อยละ 38.6 และ ร้อยละ 37.6 เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงซ้อน โดยใช้ Cox's Proportional Hazard Model พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระยะเวลารอดชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)ได้แก่ อายุ, degree of differentiation, stage, TNM, การรักษาด้วยการผ่าตัด และ การรักษา ด้วยเคมีบำบัด อายุ และระยะของโรคมีความสัมพันธ์กับระยะเวลารอดชีพ ผู้ป่วยระยะที่ 1 และ 2 มีระยะเวลารอคชีพมากกว่าผู้ป่วยระยะที่ 4 ผู้ป่วยอายุน้อย และอายุมากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการตายสูง ดังนั้นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคจึงควรได้รับการคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะแรกของโรคซึ่งได้แก่ บุคคลที่มีคนในครอบครัวป่วยด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรได้รับการคัดกรองก่อนอายุ 30 ปี ในการตรวจสุขภาพประจำปีของกลุ่มผู้สูงอายุควรได้รับการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย
Description
Infectious Diseases and Epidemiology (Mahidol University 2005)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Infectious Diseases and Epidemiology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
