The study of hepatic glycogen staining in the traumatic livers
3
Issued Date
2006
Copyright Date
2006
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 45 leaves : ill. (some col.)
ISBN
9740477259
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Forensic Science))--Mahidol University, 2006
Suggested Citation
Warisa Charoenvej The study of hepatic glycogen staining in the traumatic livers. Thesis (M.Sc. (Forensic Science))--Mahidol University, 2006. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/106542
Title
The study of hepatic glycogen staining in the traumatic livers
Alternative Title(s)
การศึกษาการย้อมติดสีไกลโคเจนในตับที่ได้รับบาดเจ็บ
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The objective of this project was to study hepatic glycogen staining in
traumatic livers and compare the glycogen staining between the traumatic areas at different distances and against normal liver tissue. 24 cases of traumatic liver tissue were collected from traumatic cadavers at the Department of Forensic Medicine, Faculty of Medicine, Siriraj Hospital. Each liver specimen was sectioned at different areas as follows: the first was taken from a normal area, the second was taken from a traumatic site with extension of 1cm. on each side, the third and fourth pieces were taken at the next 2-3cm., and 4-5cm. on one side, the fifth and sixth pieces were taken at the next 2-3cm., and 4-5cm. on the opposite side of lacerated area. All pieces were processed for paraffin section and cut at 3-5um., H&E and PAS staining was performed and evaluated for the intensity of glycogen in each section. The result yielded no glycogen staining along the laceration edges and intensity of staining increasing in areas far from laceration edges. The mean percentage of glycogen staining of first to sixth pieces were 51.42, 33.40, 44.11, 49.36, 44.87 and 50.97, respectively. There was statistically significant difference between second, third, and fifth pieces compared to first piece at p< 0.001, p<0.01, and p<0.05, respectively. A statistically significant difference between third, fourth, fifth and sixth pieces compared to the second piece was p<0.001. This result reflects glycogen metabolic response to trauma of the liver. Further study to compare between the antemortem and postmortem traumatic liver glycogen staining may be of some use in forensic cases.
การวิจัยนี้มุ่งศึกษา เปรียบเทียบการย้อมติดสีไกลโคเจนในตับที่ได้รับบาดเจ็บ โดย ทำการศึกษาจากตัวอย่างตับ 24 ตัวอย่างโดยตัดเป็นชิ้นเล็กๆ จำนวน 6 ชิ้น ดังนี้ ชิ้นที่ 1 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ห่างไปจากบริเวณที่มีการบาดเจ็บ ชิ้นที่ 2 ชิ้นเนื้อตับที่มีการบาดเจ็บฉีกขาด ชิ้นที่3 ชิ้น เนื้อตับที่อยู่ติดกับชิ้นเนื้อตับที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านซ้าย เป็นระยะทาง 2 และ 3 เซนติเมตร ชิ้นที่ 4 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ห่างจากบริเวณที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านซ้ายเป็นระยะทาง 4 และ 5 เซนติเมตร ชิ้นที่ 5 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ติดกับชิ้นเนื้อตับที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านขวา เป็นระยะทาง 2 และ 3 เซนติเมตร และชิ้นที่ 6 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ห่างจากบริเวณที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านขวาเป็นระยะทาง 4 และ 5 เซนติเมตร จากนั้นนำไปย้อมดูการติดสีของไกลโคเจนโดยใช้วิธี PAS จากการศึกษาพบว่าชิ้นเนื้อตับบริเวณขอบที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดนั้นจะย้อมไกลโคเจนไม่ติดสี และติดสีลดลงเมื่อเทียบกับบริเวณที่ห่างออกไปจากบริเวณขอบของตับที่ฉีกขาด โดยที่ชิ้นเนื้อตับทั้ง 6 ชิ้นมีการติดสีไกลโคเจนเฉลี่ยร้อยละ 51.42, 33.40, 44.11, 49.36, 44.87 และ 50.97 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบการย้อมติดสีไกลโคเจนในตับแต่ละชิ้น พบว่า ชิ้นที่2 ชิ้นที่3 และชิ้นที่5 เมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นที่1 มีร้อยละของการย้อมติดสีไกลโคเจนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.001, p<0.01 และ p<0.05 ตามลำดับ ส่วน ชิ้นที่ 3 ชิ้นที่ 4 ชิ้นที่ 5 และชิ้นที่ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นที่ 2 พบว่ามีร้อยละของการย้อมติดสีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.001 ทั้งนี้จากข้อมูลการศึกษานี้อาจนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อที่นำไปใช้ศึกษาเปรียบเทียบกับตับที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาดหลังจากที่เสียชีวิตว่ามีการย้อมติดสีของไกลโคเจนแตกต่างกันหรือไม่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางนิติเวชว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นที่ตับนั้นเป็นบาดแผลที่เกิดก่อนหรือหลังการเสียชีวิต
การวิจัยนี้มุ่งศึกษา เปรียบเทียบการย้อมติดสีไกลโคเจนในตับที่ได้รับบาดเจ็บ โดย ทำการศึกษาจากตัวอย่างตับ 24 ตัวอย่างโดยตัดเป็นชิ้นเล็กๆ จำนวน 6 ชิ้น ดังนี้ ชิ้นที่ 1 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ห่างไปจากบริเวณที่มีการบาดเจ็บ ชิ้นที่ 2 ชิ้นเนื้อตับที่มีการบาดเจ็บฉีกขาด ชิ้นที่3 ชิ้น เนื้อตับที่อยู่ติดกับชิ้นเนื้อตับที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านซ้าย เป็นระยะทาง 2 และ 3 เซนติเมตร ชิ้นที่ 4 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ห่างจากบริเวณที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านซ้ายเป็นระยะทาง 4 และ 5 เซนติเมตร ชิ้นที่ 5 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ติดกับชิ้นเนื้อตับที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านขวา เป็นระยะทาง 2 และ 3 เซนติเมตร และชิ้นที่ 6 ชิ้นเนื้อตับที่อยู่ห่างจากบริเวณที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดไปทางด้านขวาเป็นระยะทาง 4 และ 5 เซนติเมตร จากนั้นนำไปย้อมดูการติดสีของไกลโคเจนโดยใช้วิธี PAS จากการศึกษาพบว่าชิ้นเนื้อตับบริเวณขอบที่มีการบาดเจ็บฉีกขาดนั้นจะย้อมไกลโคเจนไม่ติดสี และติดสีลดลงเมื่อเทียบกับบริเวณที่ห่างออกไปจากบริเวณขอบของตับที่ฉีกขาด โดยที่ชิ้นเนื้อตับทั้ง 6 ชิ้นมีการติดสีไกลโคเจนเฉลี่ยร้อยละ 51.42, 33.40, 44.11, 49.36, 44.87 และ 50.97 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบการย้อมติดสีไกลโคเจนในตับแต่ละชิ้น พบว่า ชิ้นที่2 ชิ้นที่3 และชิ้นที่5 เมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นที่1 มีร้อยละของการย้อมติดสีไกลโคเจนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.001, p<0.01 และ p<0.05 ตามลำดับ ส่วน ชิ้นที่ 3 ชิ้นที่ 4 ชิ้นที่ 5 และชิ้นที่ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นที่ 2 พบว่ามีร้อยละของการย้อมติดสีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<0.001 ทั้งนี้จากข้อมูลการศึกษานี้อาจนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อที่นำไปใช้ศึกษาเปรียบเทียบกับตับที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาดหลังจากที่เสียชีวิตว่ามีการย้อมติดสีของไกลโคเจนแตกต่างกันหรือไม่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางนิติเวชว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นที่ตับนั้นเป็นบาดแผลที่เกิดก่อนหรือหลังการเสียชีวิต
Description
Forensic Science (Mahidol University 2006)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Forensic Science
Degree Grantor(s)
Mahidol University
