Effects of lead and humic acid on duckweed, lemna minor
2
Issued Date
2000
Copyright Date
2000
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 106 leaves : ill. (some col.)
ISBN
9746635743
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Environmental Biology))--Mahidol University, 2000
Suggested Citation
Woraprach Jarupan Effects of lead and humic acid on duckweed, lemna minor. Thesis (M.Sc. (Environmental Biology))--Mahidol University, 2000. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/94521
Title
Effects of lead and humic acid on duckweed, lemna minor
Alternative Title(s)
ผลของตะกั่วและกรดฮิวมิกต่อการเจริญเติบโตและการดูดซับสารตะกั่วของแหนเป็ด
Author(s)
Abstract
The effects of lead on total chlorophyll content, growth rate, multiplication rate, lead uptakeand morphology of duckweed, Lemna minor were studied. L. minor were exposed to various concentrations of lead nitrate solution (30, 50, 100 and 200 mg/L) for 12 days. The observation was done every three days. The results showed that the lower concentrations of lead (30-50 mg/L) did not have any effects on the total chlorophyll content, growth rate, multiplication rate and morphology of L. minor. However, the high concentrations of lead (100-200 mg/L) resulted in the decreases of total chlorophyll content, growth rate, multiplication rate and morphology of L. minor. Morphological changes were chlorosis, necrosis, breaking up of colonies and loss of buoyancy of plants. Lead uptake by L. minor was increased with the increase of lead nitrate concentration. The highest lead contents were observed on day 12 (30 mg/L) and day 6 (50, 100, 200 mg/L). The effects of lead and humic acid on total chlorophyll content, growth rate, multiplication rate, lead uptake and morphology of L. minor were also studied. The results showed that the low concentrations of humic acid (10, 20, 40, 80 mg/L) did not have any effects on the toxicity of lead. Decreases in total chlorophyll content, growth rate, multiplication rate and changes in morphology of L. minor were still observed at the end of exposure. However, the application of high concentration of humic acid (160 mg/L) resulted in the increases in total chlorophyll content, growth rate, multiplication rate of L. minor exposed to lead nitrate solution. The study on the effects of humic acid on lead uptake by L. minor showed that in the lead nitrate solution of 50, 100, 200 mg/L of lead without humic acid, the highest lead contents were found on day 6, then they decreased. Similar results were obtained from L. minor exposed to solution of lead and humic acid at low concentrations (10, 20, 40, 80 mg/L). The application of high concentration of humic acid (160 mg/L) resulted in a general decrease of lead contents in L. minor from day 3 to day 12.
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงพิษของโลหะตะกั่วที่มีต่อพืชน้ำชนิดหนึ่ง คือ แหนเป็ด พารามิเตอร์ที่ใช้ในการศึกษาผลของโลหะตะกั่ว คือ ปริมาณคลอโรฟิลล์, การเจริญเติบโต, อัตราการแบ่งตัว, การดูดซับสารตะกั่ว และลักษณะภายนอกของ แหนเป็ด โดยทำการวัดพารามิเตอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ในวันที่ 3,6,9 และ 12 หลังจาก ที่เลี้ยงแหนในสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้นต่ำ ๆ (30, 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ ลิตร) ผลการทดลองพบว่าสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้นต่ำ ๆ (30 และ 50 มิลลิกรัม\ลิตร) ไม่มีผลต่อปริมาณคลอโรฟิลล์, การเจริญเติบโต, การแบ่งตัว และลักษณะภายนอกของแหน แต่ที่ความเข้มข้นของสารละลายตะกั่วสูง ๆ (100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตร) มีผลทำให้ ปริมาณคลอโรฟิลล์, การเจริญเติบโต, การแบ่งตัวของแหนลดลง รวมทั้งมีผลต่อการเปลี่ยน แปลงลักษณะภายนอกของแหนที่พบคือ การมีสีซีดจางลง, การตายของเนื้อเยื่อ, การไม่ สามารถจับตัวรวมกันเป็นโคโลนี และรวมไปถึงการสูญเสียความสามารถในการลอยตัวอยู่เหนือ ผิวน้ำ ปริมาณสารตะกั่วที่ถูกดูดซับเข้าไปในแหนเพิ่มขึ้นของสารละลายตะกั่วที่แหนสัมผัส ที่ความเข้มข้นของสารละลายตะกั่ว 30 มิลลิกรัม\ลิตร พบมีปริมาณสารตะกั่วในแหนสูงสุด ในวันที่ 12 และที่ความเข้มข้นของสารละลายตะกั่ว 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตร พบ มีปริมาณสารตะกั่วในแหนสูงสุด ในวันที่ 6 ของการทดลองและเมื่อศึกษาผลร่วมกันของโลหะ ตะกั่วกับกรดฮิวมิกโดยใช้พารามิเตอร์ต่าง ๆ เหมือนกับการศึกษาผลของโลหะตะกั่วต่อแหนเป็ด เป็นตัววัด พบว่าความเข้มข้นของกรดฮิวมิกต่าง ๆ คือ 10, 20, 40 และ 80 มิลลิกรัม\ลิตร ไม่มีผลทำให้พิษของตะกั่วแหนเป็ดเปลี่ยนแปลง แต่พบว่าปริมาณคลอโรฟิลล์, อัตราการเจริญ เติบโต, การแบ่งตัวของแหนลดลงในวันที่ 12 ของการทดลองรวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะภายนอกของแหนด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อมีการทดลองโดยใช้กรดฮิวมิกที่มีความ เข้มข้นสูง (160 มิลลิกรัม\ลิตร) มีผลทำให้ปริมาณคลอโรฟิลล์, อัตราการเจริญเติบโต, การแบ่งตัวของแหนเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้น 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตา และเมื่อศึกษาผลของกรดฮิวมิกต่อการดูดซับสารตะกั่วของแหน พบว่าในสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้น 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตร แหนจะมี ปริมาณสารตะกั่วที่สูงสุดในวันที่ 6 ของการทดลอง จากนั้นจึงลดลงซึ่งก็คล้าย ๆ กับเมื่อ ทดลองโดยใช้สารละลายกรดฮิวมิก ที่ความเข้มข้นต่าง ๆ (10, 20, 40 และ 80 มิลลิกรัม\ลิตร) แต่เมื่อใช้สารละลายกรดฮิวมิกที่ความเข้มข้นสูง (160 มิลลิกรัม\ลิตร) มีผลทำให้ปริมาณสารตะกั่วในแหนลดลงจากวันที่ 3 ไปจนถึงวันที่ 12 ของการทดลองตามลำดับ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงพิษของโลหะตะกั่วที่มีต่อพืชน้ำชนิดหนึ่ง คือ แหนเป็ด พารามิเตอร์ที่ใช้ในการศึกษาผลของโลหะตะกั่ว คือ ปริมาณคลอโรฟิลล์, การเจริญเติบโต, อัตราการแบ่งตัว, การดูดซับสารตะกั่ว และลักษณะภายนอกของ แหนเป็ด โดยทำการวัดพารามิเตอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ในวันที่ 3,6,9 และ 12 หลังจาก ที่เลี้ยงแหนในสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้นต่ำ ๆ (30, 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ ลิตร) ผลการทดลองพบว่าสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้นต่ำ ๆ (30 และ 50 มิลลิกรัม\ลิตร) ไม่มีผลต่อปริมาณคลอโรฟิลล์, การเจริญเติบโต, การแบ่งตัว และลักษณะภายนอกของแหน แต่ที่ความเข้มข้นของสารละลายตะกั่วสูง ๆ (100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตร) มีผลทำให้ ปริมาณคลอโรฟิลล์, การเจริญเติบโต, การแบ่งตัวของแหนลดลง รวมทั้งมีผลต่อการเปลี่ยน แปลงลักษณะภายนอกของแหนที่พบคือ การมีสีซีดจางลง, การตายของเนื้อเยื่อ, การไม่ สามารถจับตัวรวมกันเป็นโคโลนี และรวมไปถึงการสูญเสียความสามารถในการลอยตัวอยู่เหนือ ผิวน้ำ ปริมาณสารตะกั่วที่ถูกดูดซับเข้าไปในแหนเพิ่มขึ้นของสารละลายตะกั่วที่แหนสัมผัส ที่ความเข้มข้นของสารละลายตะกั่ว 30 มิลลิกรัม\ลิตร พบมีปริมาณสารตะกั่วในแหนสูงสุด ในวันที่ 12 และที่ความเข้มข้นของสารละลายตะกั่ว 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตร พบ มีปริมาณสารตะกั่วในแหนสูงสุด ในวันที่ 6 ของการทดลองและเมื่อศึกษาผลร่วมกันของโลหะ ตะกั่วกับกรดฮิวมิกโดยใช้พารามิเตอร์ต่าง ๆ เหมือนกับการศึกษาผลของโลหะตะกั่วต่อแหนเป็ด เป็นตัววัด พบว่าความเข้มข้นของกรดฮิวมิกต่าง ๆ คือ 10, 20, 40 และ 80 มิลลิกรัม\ลิตร ไม่มีผลทำให้พิษของตะกั่วแหนเป็ดเปลี่ยนแปลง แต่พบว่าปริมาณคลอโรฟิลล์, อัตราการเจริญ เติบโต, การแบ่งตัวของแหนลดลงในวันที่ 12 ของการทดลองรวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะภายนอกของแหนด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อมีการทดลองโดยใช้กรดฮิวมิกที่มีความ เข้มข้นสูง (160 มิลลิกรัม\ลิตร) มีผลทำให้ปริมาณคลอโรฟิลล์, อัตราการเจริญเติบโต, การแบ่งตัวของแหนเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้น 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตา และเมื่อศึกษาผลของกรดฮิวมิกต่อการดูดซับสารตะกั่วของแหน พบว่าในสารละลายตะกั่วที่มีความเข้มข้น 50, 100 และ 200 มิลลิกรัม\ลิตร แหนจะมี ปริมาณสารตะกั่วที่สูงสุดในวันที่ 6 ของการทดลอง จากนั้นจึงลดลงซึ่งก็คล้าย ๆ กับเมื่อ ทดลองโดยใช้สารละลายกรดฮิวมิก ที่ความเข้มข้นต่าง ๆ (10, 20, 40 และ 80 มิลลิกรัม\ลิตร) แต่เมื่อใช้สารละลายกรดฮิวมิกที่ความเข้มข้นสูง (160 มิลลิกรัม\ลิตร) มีผลทำให้ปริมาณสารตะกั่วในแหนลดลงจากวันที่ 3 ไปจนถึงวันที่ 12 ของการทดลองตามลำดับ
Description
Environmental Biology (Mahidol University 2000)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Science
Degree Discipline
Environmental Biology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
