Promoting inquiry-based teaching practices through an aquatic toxicology laboratory

dc.contributor.advisorBhinyo Panijpan
dc.contributor.advisorPintip Ruenwongsa
dc.contributor.advisorWatcharee Ketpichainarong
dc.contributor.authorBunlung Nuangsaeng
dc.date.accessioned2023-09-06T01:58:49Z
dc.date.available2023-09-06T01:58:49Z
dc.date.copyright2010
dc.date.created2010
dc.date.issued2023
dc.description.abstractการศึกษาวิจัยนี้มุ่งเน้นแผนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้บทปฏิบัติการด้านมลพิษทางน้ำ ที่ได้พัฒนาร่วมกับครูผู้สอนในวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จากการศึกษา ผลของฮอร์โมนเพศจำนวน 6 ชนิด ต่อการพัฒนาตัวอ่อนของปลา zebrafish (Danio rerio) จากตัวอ่อนอายุ 6-8 ชั่วโมงหลังจากการปฏิสนธิจนถึงระยะที่ลูกปลาฟักออกจากไข่ โดยจะสิ้นสุดการทดลองที่ 96 ชั่วโมงหลังจากไข่ ได้รับการปฏิสนธิ ผลการศึกษาพบว่า ฮอร์โมนเพศมีผลต่อการพัฒนาตัวอ่อนจากระดับที่ทำให้การพัฒนาตัวอ่อน ผิดปกติเล็กน้อยจนถึงระดับที่ทำให้ตัวอ่อนของปลาตายได้ แม้ว่าตัวอ่อนของปลา zebrafish จะมีอัตราการตายต่ำ แต่ฮอร์โมนที่ระดับความเข้มข้นของ 5-500 ng/mL มีผลทำให้ตัวอ่อนมีพัฒนาการช้าลง ลักษณะการพัฒนาที่ ผิดปกติของตัวอ่อนทำให้ตัวอ่อนมีรูปร่างของถุงไข่แดงและลำตัวเปลี่ยนแปลงไป และอาจพบหัวใจและส่วนของ ช่องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นคล้ายอาการบวมน้ำ ผลงานทดลองทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นบทปฏิบัติการทดลองแบบสืบเสาะหาความรู้ ในหน่วยการเรียนที่มี 7 บทเรียน โดยครูผู้สอนได้รับการฝึกอบรมทักษะการดำเนินกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ด้าน มลพิษทางน้ำก่อนทำการสอน เครื่องมือที่ใช้สำหรับประเมินผลสัมฤทธิ์ของครูและนักเรียน ได้แก่ โครงงาน วิทยาศาสตร์ของนักเรียน และการนำเสนอผลงาน ผลสะท้อนจากนักเรียนและครู การสัมภาษณ์ครูผู้สอน และการ สังเกตกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของหน่วยการเรียนแบบ สืบเสาะหาความรู้ต่อผลสัมฤทธิ์ต่อการเรียนของนักเรียนเมื่อเปรียบเทียบการสอนแบบปกติ ผมสัมฤทธิ์ต่อการ เรียนทั้งด้านความรู้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เจตคติ ทักษะการเรียนแบบการสืบเสาะหาความรู้ และทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินกิจกรรมเป็นเวลา 4 สัปดาห์ นอกจากนี้นักเรียนมี ทักษะการสื่อสารมากขึ้นจากการทำงานเป็นกลุ่ม จากการสัมภาษณ์และผลสะท้อนจากครูผู้สอนพบว่ารูปแบบ แผนการสอนมีการปรับเปลี่ยนตลอดช่วงเวลาทำการศึกษา ผลการศึกษาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าครูผู้สอนมี ความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นในการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้บทปฏิบัติการทดลอง และครูมีความมั่นใจสูงขึ้น ในการตอบคำถามต่อข้อสงสัยของนักเรียน
dc.format.extentxiv, 114 leaves : ill. (some col.)
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationThesis (Ph.D. (Science and Technology Education))--Mahidol University, 2010
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/89402
dc.language.isoeng
dc.publisherMahidol University. Mahidol University Library and Knowledge Center
dc.rights.holderMahidol University
dc.subjectWater -- Pollution -- Toxicology -- Study and teaching
dc.subjectScience -- -- Study and teaching
dc.subjectTeachers -- Training of -- Thailand
dc.subjectToxicology -- Animal models -- Study and teaching
dc.titlePromoting inquiry-based teaching practices through an aquatic toxicology laboratory
dc.title.alternativeการเสริมสร้างแบบการสอนโดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ด้วยบทปฏิบัติการมลพิษทางน้ำ
dcterms.accessRightsrestricted access
mu.link.internalLinkhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2553/cd446.1/4838743.pdf
thesis.degree.departmentInstitute for Innovative Learning
thesis.degree.disciplineScience and Technology Education
thesis.degree.grantorMahidol University
thesis.degree.levelDoctoral Degree
thesis.degree.nameDoctor of Philosophy

Files

Collections