Final interplay : a jazz guitar master recital based on the duet performance style by Larry Koonse and Warne Marsh
Issued Date
2024
Copyright Date
2017
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 59 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Graduate Recital Documents (M.A. (Music))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Chatchai Kanjanavisut Final interplay : a jazz guitar master recital based on the duet performance style by Larry Koonse and Warne Marsh. Graduate Recital Documents (M.A. (Music))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92362
Title
Final interplay : a jazz guitar master recital based on the duet performance style by Larry Koonse and Warne Marsh
Alternative Title(s)
การแสดงเดี่ยวกีตาร์แจ๊สระดับปริญญาโท จากบทเพลงในอัลบั้ม Final interplay ของ Warne Marsh and Larry Koonse
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
In the form of jazz duet performance, both musicians have to perform their skill and make mutual understanding. Larry Koonse is talented guitarist who launched many performances. Including duet albums with Warne Marsh, who is a tenor saxophonist? FINAL INTERPLAY Album showed the outstanding skill of both musicians in terms of improvisation and accompaniment. This study aimed to analyze the improvisation and accompaniment in the duet performance focused on musical language in terms of single note playing and voicing. Four (4) songs consisted of (1) What Is This Thing Called Love, (2) After You've Gone, (3) You Stepped Out of A Dream, and (4) Body And Soul were chosen for this analysis. The result from the study and analysis would be applied to the jazz guitar master recital. The result found the outstanding jazz language in the part of single note which are (1) Major 7 chord Change Running, (2) Enclosure, (3) 5-3-2-1digital pattern, and (4) Tension and Resolution. In addition, in the part of voicing, it found Harmonic Motion. The master recital was in the form of jazz duet. It consisted of guitar and tenor saxophone and both instruments could synchronize well. Feedback from the audience was well received.
การแสดงดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สในรูปแบบการบรรเลงคู่ต้องใช้ทักษะและความเข้าใจระหว่างผู้บรรเลงเป็นหลัก Larry Koonse เป็นนักกีตาร์มากความสามารถ มีผลงานการแสดงออกมามากมาย ผลงานส่วนหนึ่งเป็นงานบรรเลงคู่ร่วมกับ Warne Marsh นักเทเนอร์แซกโซโฟน ผลงานบรรเลงคู่อัลบั้ม Final Interplay สะท้อนให้เห็นทักษะอันโดดเด่น ทั้งในแง่ของผู้บรรเลงดีตปฏิภาณ และแนวทางการบรรเลงคู่ การศึกษานี้เป็นการศึกษาวิเคราะห์เทคนิคการเล่นดีตปฏิภาณ และแนวทางการบรรเลงคู่ โดยมุ่งเน้นไปที่ลักษณะภาษาทางดนตรีในการเล่นซิงเกิลโน้ตและแนวทำนองเสียงประสาน โดยบทเพลงที่นำมาศึกษาวิเคราะห์ ได้แก่ (1) What Is This Thing Called Love, (2) After You've Gone, (3) You Stepped Out of A Dream, และ (4) Body And soul ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์บทเพลง ได้ถูกนำไปใช้ในการตรียมตัวแสดงเดี่ยวระดับปริญญาโทในครั้งนี้ ผลการศึกษาพบองค์ประกอบทางสำเนียงภาษาดนตรีแจ๊สที่โดดเด่นในแง่ของซิงเกิ้ลโน้ต ได้แก่ (1) Major 7 chord Change Running, (2) Enclosure, (3) 5-3-2- 1 Digital Pattern Tension and Resolution และแง่ของแนวทำนองเสียงประสานพบ Harmonic Motion การแสดงเดี่ยวระดับปริญญาโทนี้มีรูปแบบวงเป็น Duet ประกอบด้วยเครื่องมือกีตาร์และเทเนอร์แซกโซโฟน ผลการแสดงปรากฎว่า เครื่องมือทั้งสองชิ้นสามารถเล่นได้อย่างประสาน กลมกลืนกัน และได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี
การแสดงดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สในรูปแบบการบรรเลงคู่ต้องใช้ทักษะและความเข้าใจระหว่างผู้บรรเลงเป็นหลัก Larry Koonse เป็นนักกีตาร์มากความสามารถ มีผลงานการแสดงออกมามากมาย ผลงานส่วนหนึ่งเป็นงานบรรเลงคู่ร่วมกับ Warne Marsh นักเทเนอร์แซกโซโฟน ผลงานบรรเลงคู่อัลบั้ม Final Interplay สะท้อนให้เห็นทักษะอันโดดเด่น ทั้งในแง่ของผู้บรรเลงดีตปฏิภาณ และแนวทางการบรรเลงคู่ การศึกษานี้เป็นการศึกษาวิเคราะห์เทคนิคการเล่นดีตปฏิภาณ และแนวทางการบรรเลงคู่ โดยมุ่งเน้นไปที่ลักษณะภาษาทางดนตรีในการเล่นซิงเกิลโน้ตและแนวทำนองเสียงประสาน โดยบทเพลงที่นำมาศึกษาวิเคราะห์ ได้แก่ (1) What Is This Thing Called Love, (2) After You've Gone, (3) You Stepped Out of A Dream, และ (4) Body And soul ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์บทเพลง ได้ถูกนำไปใช้ในการตรียมตัวแสดงเดี่ยวระดับปริญญาโทในครั้งนี้ ผลการศึกษาพบองค์ประกอบทางสำเนียงภาษาดนตรีแจ๊สที่โดดเด่นในแง่ของซิงเกิ้ลโน้ต ได้แก่ (1) Major 7 chord Change Running, (2) Enclosure, (3) 5-3-2- 1 Digital Pattern Tension and Resolution และแง่ของแนวทำนองเสียงประสานพบ Harmonic Motion การแสดงเดี่ยวระดับปริญญาโทนี้มีรูปแบบวงเป็น Duet ประกอบด้วยเครื่องมือกีตาร์และเทเนอร์แซกโซโฟน ผลการแสดงปรากฎว่า เครื่องมือทั้งสองชิ้นสามารถเล่นได้อย่างประสาน กลมกลืนกัน และได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี
Description
Music (Mahidol University 2017)
Degree Name
Master of Arts
Degree Level
Master's degree
Degree Department
College of Music
Degree Discipline
Music
Degree Grantor(s)
Mahidol University