Variety of acoustic stimuli used in visual reinforcement audiometry
Issued Date
2015
Copyright Date
2015
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi ,60 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Communication Disorders))--Mahidol University, 2015
Suggested Citation
Jiraphat Seesangnom Variety of acoustic stimuli used in visual reinforcement audiometry. Thesis (M.Sc. (Communication Disorders))--Mahidol University, 2015. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/94067
Title
Variety of acoustic stimuli used in visual reinforcement audiometry
Alternative Title(s)
เสียงกระตุ้นที่ใช้ในการตรวจการได้ยินชนิดให้แรงเสริมทางสายตา
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
VRA is a test that requires behavioral responses to sound stimuli. In general, the behavioral response is to turn the child's head to the sound source. This test is suitable for children aged 6-24 months. Sound stimuli used in the test are transmitted via the speakers or earphones encourage the child to respond by shifting his eyes or turning his head. When the child responds to the stimuli, he/she is rewarded with an interesting visual display, such as a lighted or animated toy. The conventional method of VRA by the use of narrow band noise (NBN) and warble tone for stimulation sometimes is not attractive and the response of the children occurs in a short time. In this study, the researcher created the new tool which includes audio and video signals together. Then the test results between the VRA using the new tool is compared to the VRA using traditional tool in 38 normal hearing children, aged between 6-24 months. Test results have shown that the response to sound stimuli by using the traditional and new tool were not significantly different at frequency 500 Hz, 1000 Hz and 2000 Hz at p-value < 0.05. However, at 4000 Hz there was significant difference at p-value < 0.05. When considering the number of head turns, the results showed that VRA with the new tool provided greater responses, than the VRA with the traditional tool. These findings suggested that this new tool can be used as an option for VRA testing instead of the traditional tool, moreover, this new tool also helps to attract the child's longer attention during the test.
การตรวจการได้ยินชนิดให้แรงเสริมทางสายตา (Visual reinforcement audiometry (VRA)) เป็นวิธีการตรวจที่ต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมการตอบสนองของเด็กโดยการหันหาเสียง การตรวจนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-24 เดือน โดยการปล่อยสัญญาณเสียงผ่านลำโพงหรือ หูฟังในระหว่างการตรวจ เมื่อเด็กตอบสนองโดยการหันหาเสียงถูกต้องเด็กจะได้รับแรงเสริมทาง สายตาเป็นภาพตุ๊กตาที่มีแสงไฟหรือของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อดึงดูดใจให้เด็กหันหาเมื่อได้ยิน เสียง สัญญาณเสียงเดิมที่ใช้ในการตรวจมักไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ยาวนาน การตอบสนองของเด็กมักเป็นการตอบสนองช่วงสั้นๆ ทำให้ผลการตรวจที่ได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ การวินิจฉัยและการช่วยเหลือล่าช้า การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องมือที่รวบรวมสัญญาณ ภาพและสัญ ญาณเสียงที่สร้างขึ้นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นนำไปทดสอบเปรียบเทียบกับการใช้ เสียงเดิมและเสียงใหม่ในกลุ่มตัวอย่างเด็กปกติที่มีการได้ยินปกติอายุระหว่าง 6-24 เดือนจำนวน 38 คน พบว่าค่าการตอบสนองต่อเสียงเดิมและเสียงใหม่ไม่มีความแตกต่างกันที่ความถี่ 500 Hz, 1000 Hz และ 2000Hzแต่ที่ความถี่ 4000 Hz มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณา จำนวนครั้งของการตอบสนองต่อเสียงพบว่าการตอบสนองต่อเสียงใหม่มีค่ามากกว่าการตอบสนอง ต่อเสียงเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ P < 0.05 อุปกรณ์เสริมใหม่ชนิดนี้สามารถใช้เป็ นตัวเลือกในการทดสอบVRAแทนการใช้ สัญญาณ เสียงเดิม อีกทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กให้ยาวนานขึ้นในระหว่างการทดสอบ
การตรวจการได้ยินชนิดให้แรงเสริมทางสายตา (Visual reinforcement audiometry (VRA)) เป็นวิธีการตรวจที่ต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมการตอบสนองของเด็กโดยการหันหาเสียง การตรวจนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-24 เดือน โดยการปล่อยสัญญาณเสียงผ่านลำโพงหรือ หูฟังในระหว่างการตรวจ เมื่อเด็กตอบสนองโดยการหันหาเสียงถูกต้องเด็กจะได้รับแรงเสริมทาง สายตาเป็นภาพตุ๊กตาที่มีแสงไฟหรือของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อดึงดูดใจให้เด็กหันหาเมื่อได้ยิน เสียง สัญญาณเสียงเดิมที่ใช้ในการตรวจมักไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ยาวนาน การตอบสนองของเด็กมักเป็นการตอบสนองช่วงสั้นๆ ทำให้ผลการตรวจที่ได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ การวินิจฉัยและการช่วยเหลือล่าช้า การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องมือที่รวบรวมสัญญาณ ภาพและสัญ ญาณเสียงที่สร้างขึ้นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นนำไปทดสอบเปรียบเทียบกับการใช้ เสียงเดิมและเสียงใหม่ในกลุ่มตัวอย่างเด็กปกติที่มีการได้ยินปกติอายุระหว่าง 6-24 เดือนจำนวน 38 คน พบว่าค่าการตอบสนองต่อเสียงเดิมและเสียงใหม่ไม่มีความแตกต่างกันที่ความถี่ 500 Hz, 1000 Hz และ 2000Hzแต่ที่ความถี่ 4000 Hz มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณา จำนวนครั้งของการตอบสนองต่อเสียงพบว่าการตอบสนองต่อเสียงใหม่มีค่ามากกว่าการตอบสนอง ต่อเสียงเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ P < 0.05 อุปกรณ์เสริมใหม่ชนิดนี้สามารถใช้เป็ นตัวเลือกในการทดสอบVRAแทนการใช้ สัญญาณ เสียงเดิม อีกทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กให้ยาวนานขึ้นในระหว่างการทดสอบ
Description
Communication Disorders (Mahidol University 2015)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
Degree Discipline
Communication Disorders
Degree Grantor(s)
Mahidol University