Depression, anxiety, and stress among healthcare workers at Sena hospital in Phra Nakhon Si Ayutthaya province during the covid-19 pandemic
1
1
Issued Date
2023
Copyright Date
2023
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 131 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2023
Suggested Citation
Songkarn Treeosod Depression, anxiety, and stress among healthcare workers at Sena hospital in Phra Nakhon Si Ayutthaya province during the covid-19 pandemic. Thematic Paper (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2023. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/115334
Title
Depression, anxiety, and stress among healthcare workers at Sena hospital in Phra Nakhon Si Ayutthaya province during the covid-19 pandemic
Alternative Title(s)
ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียด ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The Coronavirus 2019 pandemic (COVID-19) has globally impacted the depression, anxiety, and stress of healthcare workers due to the increasing number of infected patients. Healthcare workers have a heavy workload, which directly influences both their physical and mental health. This research was a cross-sectional study among healthcare workers at Sena Hospital during the COVID-19 pandemic. This study aimed to explore depression, anxiety, and stress among healthcare workers at Sena Hospital in Phra Nakhon Si Ayutthaya during the COVID-19 pandemic. The data collection was conducted among 245 samples by using an online questionnaire including general characteristics, and depression, anxiety, and stress assessments (DASS-21). Findings showed that the prevalence of depression, anxiety, and stress among healthcare workers in Sena Hospital during the COVID-19 pandemic were 29.3%, 37.6%, and 16.7%, respectively. It was found that depression was significantly associated (p<0.05) with financial status, sleep hours, marital status, department of work, history of COVID-19 infection, residence in high-risk areas, concern of transmitting infection from work to home, and social stigma. Anxiety was significantly associated (p<0.05) with financial status, underlying disease, sleep hours, department of work, working hours, work-related risks for COVID-19 infection, history of infected COVID-19, residence in a high-risk area, and social stigma. Stress was significantly associated (p<0.05) with age, residence, working hours, close contact with confirmed cases, work-related risks for COVID-19 infection, residence in high-risk areas, and social stigma. Moreover, depression, anxiety, and stress were significantly associated (p<0.05) with effects related to mental health conditions. Implication of thematic paper: The result of this study can be used as information to develop a work plan or formulate a policy that responds to an emerging infectious disease pandemic to prevent and reduce mental health issues among healthcare workers. Additionally, this can be used to improve the quality of life and work of healthcare workers.
การระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดของบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้น บุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานมากขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเสนาในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดในบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 245 คน โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ ได้แก่ ลักษณะทั่วไป แบบประเมินความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความเครียด (DASS-21) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นความชุกของภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียดของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเสนาในช่วงการระบาดของ COVID-19 อยู่ที่ 29.3%, 37.6% และ 16.7% ตามลำดับ ผู้วิจัยพบว่าในด้านภาวะซึมเศร้ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับสถานะทางการเงิน, ชั่วโมงการนอนหลับ, สถานภาพการสมรส, แผนกที่ทำงาน, ประวัติการติดเชื้อ COVID-19, ที่พักอาศัยจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง, ความกังวลในการแพร่เชื้อจากที่ทำงานสู่บ้าน และสังคมรังเกียจ ส่วนในด้านความวิตกกังวล มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับสถานะทางการเงิน, โรคประจำตัว, ชั่วโมงการนอน, แผนกที่ทำงาน, ชั่วโมงการทำงาน, ความเสี่ยงจากการทำงานต่อการติดเชื้อ COVID-19, ประวัติการติดเชื้อ COVID-19, ที่พักอาศัยจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง และสังคมรังเกียจ และในด้านความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับอายุ, ที่อยู่อาศัย, ชั่วโมงทำงาน, การสัมผัสกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน, ความเสี่ยงจากการทำงานต่อการติดเชื้อ COVID-19, ที่อยู่อาศัยจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง และสังคมรังเกียจ นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพจิต การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้: ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนการดำเนินงานหรือกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ เพื่อป้องกันและลดปัญหาสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตและการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์
การระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดของบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้น บุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานมากขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเสนาในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดในบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 245 คน โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ ได้แก่ ลักษณะทั่วไป แบบประเมินความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความเครียด (DASS-21) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นความชุกของภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียดของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเสนาในช่วงการระบาดของ COVID-19 อยู่ที่ 29.3%, 37.6% และ 16.7% ตามลำดับ ผู้วิจัยพบว่าในด้านภาวะซึมเศร้ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับสถานะทางการเงิน, ชั่วโมงการนอนหลับ, สถานภาพการสมรส, แผนกที่ทำงาน, ประวัติการติดเชื้อ COVID-19, ที่พักอาศัยจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง, ความกังวลในการแพร่เชื้อจากที่ทำงานสู่บ้าน และสังคมรังเกียจ ส่วนในด้านความวิตกกังวล มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับสถานะทางการเงิน, โรคประจำตัว, ชั่วโมงการนอน, แผนกที่ทำงาน, ชั่วโมงการทำงาน, ความเสี่ยงจากการทำงานต่อการติดเชื้อ COVID-19, ประวัติการติดเชื้อ COVID-19, ที่พักอาศัยจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง และสังคมรังเกียจ และในด้านความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับอายุ, ที่อยู่อาศัย, ชั่วโมงทำงาน, การสัมผัสกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน, ความเสี่ยงจากการทำงานต่อการติดเชื้อ COVID-19, ที่อยู่อาศัยจัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง และสังคมรังเกียจ นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพจิต การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้: ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนการดำเนินงานหรือกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ เพื่อป้องกันและลดปัญหาสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตและการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Occupational Health and Safety
Degree Grantor(s)
Mahidol University
