Study of von willebrand factor in patients with dengue hemorrhagic fever
3
Issued Date
2006
Copyright Date
2006
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi, 75 leaves : ill.
ISBN
9740474209
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Clinical Pathology))--Mahidol University, 2006
Suggested Citation
Chartchai Puripokai, LT.Col Study of von willebrand factor in patients with dengue hemorrhagic fever. Thesis (M.Sc. (Clinical Pathology))--Mahidol University, 2006. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/106622
Title
Study of von willebrand factor in patients with dengue hemorrhagic fever
Alternative Title(s)
การศึกษา von Willebrand factor ในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
Von Willebrand factor (VWF), produced and released by endothelial cells and megakaryocytes, plays a critical role in the adhesion of platelets to damaged
subendothelium sites of vessel injury and is a carrier for coagulation factor VIII in plasma. The abnormalities of VWF can result in hemorrhage and hemostasis disorders in patients. Knowledge of VWF in patients with dengue virus infection is not well understood. The aim of this study is to investigate and evaluate the quantitative and qualitative aspects of VWF in dengue infected patients, the study evaluated abnormalities of VWF, including the level of VWF antigen (VWF:Ag), ristocetin cofactor activitiy (VWF:RcoF) and VWF multimer in 21 dengue fever (DF), 30 dengue hemorrhagic fever grade I (DHF I), 33 dengue hemorrhagic fever grade II (DHF II), 10 dengue shock syndrome (DSS) and 7 other febrile illness (OFIs) patients. The levels of VWF:Ag and VWF:RcoF on day 0 and day 1 were significantly higher in DSS patients than in the other groups of patients (p< 0.05). The levels of VWF:Ag were not significantly different among in DF, DHF I, DHF II and OFIs patients. In addition, the levels of VWF:RcoF were significantly higher in non shock DHF patients than in DF and OFIs patients (p< 0.05). Finally, the study found that patients with DF, DHF I, DHF II and DSS have no abnormal structure VWF multimer. These findings showed that there were no decreased abnormalities in quantity and function of VWF, and neither decreased nor increased abnormalities in the structure of VWF in patients with dengue viral infection, and the levels of VWF:Ag and VWF:RcoF were correlated with disease severity. The relative risk assessment of laboratory findings indicates that the
patients with VWF:Ag and/or VWF:RcoF ≥ 210 % being at higher risk of contracting DSS. Therefore, this may be used as a prediction of DSS in patients with dengue virus infection.
Von Willebrand factor (VWF) ถูกสร้างและหลั่งออกมาจากเซลล์บุผนังหลอดเลือดและ เกล็ดเลือด มีบทบาทสำคัญคือเป็นตัวเชื่อมการยึดเกาะของเกล็ดเลือดกับเซลล์บุผนังหลอดเลือดชั้นใน ตรงบริเวณที่มีการฉีกขาดหรือเกิดบาดแผลของหลอดเลือด และยังเป็นพาหะของปัจจัยการแข็งตัวของเลือด factor VIII ในพลาสมา ความผิดปกติของ VWF สามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและมีความผิดปกติของภาวะสมดุลในระบบเลือด ความเข้าใจเกี่ยวกับ VWF ในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกยังไม่เป็นที่เข้าใจมากนัก เพื่อศึกษาและประเมินคุณลักษณะของ VWF ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ จึงได้ทำการศึกษาหาปริมาณของ VWF (VWF:Ag), คุณภาพการทำหน้าที่ของ VWF (VWF:RcoF) และโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ของ VWF (VWF multimer) ในพลาสมาของผู้ป่วยจำนวน 101 รายประกอบด้วย ไข้เด็งกี่ จำนวน 21 ราย,ไข้เลือดออกระดับ 1 จำนวน 30 ราย, ไข้เลือดออกระดับ 2 จำนวน 33 ราย, ไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อก จำนวน 10 ราย และผู้ป่วยที่มีไข้โรคอื่นที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ จำนวน 7 ราย ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณและคุณภาพการทำหน้าที่ของ VWF ในผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อก ในวันที่ไข้ลดและหลังจากนั้น 1 วัน มีค่าสูงกว่าที่พบในกลุ่มอื่น ๆ (p< 0.05) และยังพบว่าปริมาณของ VWF ในกลุ่มผู้ป่วยไข้เด็่งกี่, ไข้เลือดออกระดับ 1, ไข้เลือดออกระดับ 2 และผู้ป่วยที่มีไข้โรคอื่นที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ มีค่าไม่แตกต่างกัน (p< 0.05) แต่คุณภาพการทำหน้าที่ของ VWF ในกลุ่มผู้ป่วย ไข้เลือดออกระดับ 1 และไข้เลือดออกระดับ 2 มีค่าสูงกว่าที่พบในผู้ป่วยไข้เด็งกี่และผู้ป่วยที่มีไข้โรคอื่นที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ (p<0.05) และพบว่าในผู้ป่วยทุกกลุ่มมี VWF multimer ปกติ ในการประเมินภาวะเสี่ยงในการเกิดโรคพบว่า ในผู้ป่วยที่มีปริมาณ VWF:Ag และ/หรือ VWF:RcoF 2 210% จะพบในผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีภาวะชือกมากกว่าในกลุ่มอื่นๆ (p< 0.05) จากผลการศึกษาดังกล่าว บ่งชี้ว่ามีการเพิ่มการสร้างปริมาณและการทำหน้าที่ของ VWF อีกทั้งไม่พบความผิดปกติของ VWF multimer ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ ในขณะเดียวกันยังพบว่า ปริมาณของ VWF:Ag และ VWF:RcoF ที่เพิ่มขึ้นอาจจะช่วยพยากรณ์ถึงโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อกได้
Von Willebrand factor (VWF) ถูกสร้างและหลั่งออกมาจากเซลล์บุผนังหลอดเลือดและ เกล็ดเลือด มีบทบาทสำคัญคือเป็นตัวเชื่อมการยึดเกาะของเกล็ดเลือดกับเซลล์บุผนังหลอดเลือดชั้นใน ตรงบริเวณที่มีการฉีกขาดหรือเกิดบาดแผลของหลอดเลือด และยังเป็นพาหะของปัจจัยการแข็งตัวของเลือด factor VIII ในพลาสมา ความผิดปกติของ VWF สามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและมีความผิดปกติของภาวะสมดุลในระบบเลือด ความเข้าใจเกี่ยวกับ VWF ในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกยังไม่เป็นที่เข้าใจมากนัก เพื่อศึกษาและประเมินคุณลักษณะของ VWF ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ จึงได้ทำการศึกษาหาปริมาณของ VWF (VWF:Ag), คุณภาพการทำหน้าที่ของ VWF (VWF:RcoF) และโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ของ VWF (VWF multimer) ในพลาสมาของผู้ป่วยจำนวน 101 รายประกอบด้วย ไข้เด็งกี่ จำนวน 21 ราย,ไข้เลือดออกระดับ 1 จำนวน 30 ราย, ไข้เลือดออกระดับ 2 จำนวน 33 ราย, ไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อก จำนวน 10 ราย และผู้ป่วยที่มีไข้โรคอื่นที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ จำนวน 7 ราย ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณและคุณภาพการทำหน้าที่ของ VWF ในผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อก ในวันที่ไข้ลดและหลังจากนั้น 1 วัน มีค่าสูงกว่าที่พบในกลุ่มอื่น ๆ (p< 0.05) และยังพบว่าปริมาณของ VWF ในกลุ่มผู้ป่วยไข้เด็่งกี่, ไข้เลือดออกระดับ 1, ไข้เลือดออกระดับ 2 และผู้ป่วยที่มีไข้โรคอื่นที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ มีค่าไม่แตกต่างกัน (p< 0.05) แต่คุณภาพการทำหน้าที่ของ VWF ในกลุ่มผู้ป่วย ไข้เลือดออกระดับ 1 และไข้เลือดออกระดับ 2 มีค่าสูงกว่าที่พบในผู้ป่วยไข้เด็งกี่และผู้ป่วยที่มีไข้โรคอื่นที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ (p<0.05) และพบว่าในผู้ป่วยทุกกลุ่มมี VWF multimer ปกติ ในการประเมินภาวะเสี่ยงในการเกิดโรคพบว่า ในผู้ป่วยที่มีปริมาณ VWF:Ag และ/หรือ VWF:RcoF 2 210% จะพบในผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีภาวะชือกมากกว่าในกลุ่มอื่นๆ (p< 0.05) จากผลการศึกษาดังกล่าว บ่งชี้ว่ามีการเพิ่มการสร้างปริมาณและการทำหน้าที่ของ VWF อีกทั้งไม่พบความผิดปกติของ VWF multimer ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ ในขณะเดียวกันยังพบว่า ปริมาณของ VWF:Ag และ VWF:RcoF ที่เพิ่มขึ้นอาจจะช่วยพยากรณ์ถึงโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะช็อกได้
Description
Clinical Pathology (Mahidol University 2006)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
Degree Discipline
Clinical Pathology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
