โปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของบุคลากรครู

dc.contributor.advisorนฤมล เอื้อมณีกูล
dc.contributor.advisorทัศนีย์ รวิวรกุล
dc.contributor.advisorพิมพ์พรรณ ศิลปสุวรรณ
dc.contributor.authorกณิษา กลิ่นนฤนาท
dc.date.accessioned2024-01-13T05:17:14Z
dc.date.available2024-01-13T05:17:14Z
dc.date.copyright2557
dc.date.created2567
dc.date.issued2557
dc.descriptionการพยาบาลสาธารณสุข (มหาวิทยาลัยมหิดล 2557)
dc.description.abstractบุคลากรครู โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของบุคลากรครู กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรครู มีระดับความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ในระดับปานกลางถึงสูงโดยประเมินจากแบบทดสอบการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของกระทรวงสาธารณสุข ถูกสุ่มเลือกเข้ากลุ่มเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมทั้งหมด 4 ครั้ง ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ หลังได้รับโปรแกรมติดตามผลอีก 4 สัปดาห์ เก็บข้อมูลด้วยวิธีให้ตอบแบบสอบถาม ก่อนการทดลอง และ หลังการทดลอง ในสัปดาห์ที่ 5 และสัปดาห์ที่ 9 ตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบวัดการรับรู้ความรุนแรงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ การรับรู้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ การรับรู้ความสามารถของตนต่อพฤติกรรมป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และความคาดหวังในประสิทธิผลของการปฏิบัติพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดหัวใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม t-test, Repeated measures ANOVA และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคู่ด้วยวิธี Bonferroni ผลการทดลองพบว่ากลุ่มทดลองมีความตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจของตนเองมากขึ้น มีการรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.001) เกิดการรับรู้ความสามารถของตนเพิ่มขึ้นกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.026) สร้างความคาดหวังในประสิทธิผลของการปฏิบัติพฤติกรรม เพิ่มขึ้นกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.002) โปรแกรมนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางสนับสนุนในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบุคลากรครู บุคลากรทางสายวิชาการ และผู้อื่นที่มีปัญหาสุขภาพที่มีสาเหตุจากพฤติกรรม
dc.description.abstractSchool teachers under the administration of Bangkok Metropolitan Administration (BMA) in Bang Bon District were at a high risk of coronary artery disease which tended to increase every year. This quasi-experimental research aimed to explore the effectiveness of the application of protection motivation theory for coronary artery disease prevention program for teachers. Study samples included the teachers whose risks for coronary artery disease ranged from moderate to high levels, as assessed through MOPH's cardiovascular disease risk assessment form. The samples were randomly selected and equally assigned to experimental and control groups, 30 persons each. The experimental group Performed Specific activities under this program which entailed four times within a period for four weeks; and completed a four-week follow-up program thereafter. Data were collected through questionnaire before and after the experiment, at Week 5 and Week 9, respectively. Study tools included the questionnaires for assessing their perceived severity of coronary heart disease, perceived risk of coronary heart disease, perceived expectation of self-ability to perform coronary heart disease preventive behaviors, and perceived expectation about the effectiveness of the response from performing corona heart disease preventive behaviors. Data analysis was performed by using the statistical methods of percentage, mean, standard deviation, median, mode, t-test, repeated-measures ANOVA, and Bonferroni's method for comparing the differences between pairs. Study results showed that, after the experiment, the experimental group had a higher level of perceived risk of coronary heart disease; significantly had a higher level of perceived severity of coronary heart disease (p-value = 0.001); significantly had a higher level of perceived expectation of their self-ability (p-value = 0.026); and significantly developed a higher level of expectation about the effectiveness of the response from performing preventive behaviors (p-value = 0.002). Therefore, it is possible to apply this program to guide and conjunction with the activities of health promotion and disease prevention for teachers, academic persons, and any other individuals who suffer from a health problem due to their behaviors
dc.format.extentก-ฏ, 252 แผ่น : ภาพประกอบ
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationวิทยานิพนธ์ (วท.ม. (การพยาบาลสาธารณสุข))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2557
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92660
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectครู -- สุขภาพและอนามัย
dc.subjectโรค -- การป้องกันและควบคุม
dc.subjectหลอดเลือดโคโรนารีย์, โรค
dc.titleโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของบุคลากรครู
dc.title.alternativeThe application of protection motivation theory for coronary artery prevention program for teachers
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mods.location.urlhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2560/cd523/5237524.pdf
thesis.degree.departmentคณะสาธารณสุขศาสตร์
thesis.degree.disciplineการพยาบาลสาธารณสุข
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหิดล
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

Files