Genomic and pathogenic characteristics of Highly Pathogenic Avian Influenza a (H5N1) virus in wild birds and Thai native poultry
Issued Date
2023
Copyright Date
2011
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xvi, 170 leaves : ill. (some col.)
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Medical Microbiology))--Mahidol University, 2013
Suggested Citation
Kridsada Chaichoune Genomic and pathogenic characteristics of Highly Pathogenic Avian Influenza a (H5N1) virus in wild birds and Thai native poultry. Thesis (Ph.D. (Medical Microbiology))--Mahidol University, 2013. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/89520
Title
Genomic and pathogenic characteristics of Highly Pathogenic Avian Influenza a (H5N1) virus in wild birds and Thai native poultry
Alternative Title(s)
การวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมและการศึกษาทางพยาธิวิทยาหลังการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในนกป่าและสัตว์ปีกพันธุ์พื้นเมืองของไทย
Author(s)
Abstract
The purposes of this study were to analyze the genomic sequences of H5N1 avian influenza viruses isolated from birds and poultry in Thailand during the year 2004-2008 and to study the natural history of H5N1 avian influenza virus infection and the viral specific immune response in Thai native chickens, Thai native ducks and pigeons and open-billed storks by experimental inoculations. The open-billed stork viruses isolated in 2004-2006 belong to clade1 (Thai-Vietnam strains). The phylogenetic relationship in this study showed that the 2004 open-billed stork H5N1 viruses that were isolated from free-living open-billed storks clustered with other H5N1 viruses isolated in Thailand between 2004 and 2006. The results suggested multiple introductions of HPAI viruses into open-billed stork population in Thailand during 2004 and 2005. In the avian inoculation studies, the results indicated that open-billed storks are highly susceptible to infection with H5N1 HPAI virus and relatively small concentration of HPAI virus is required to produce infection and death in this species. Pigeons were inoculated with 10 to 1x106 inoculums of H5N1 virus. Only high dosage virus inoculation (10[Superscript]4 or 10[Superscript]6 TCID[Subscript]50 inoculums) resulted in clinical signs, whereas low dosage virus inoculums could cause inapparent infection and seroconversion. Inoculation in Thai native chickens showed that they were sensitive to avian influenza infection and most of them, except the 10 TCID50 inoculum group, died shortly after being inoculated with varied dosages of the virus. On the other hand, experimental infections of ducks with the H5N1 virus caused variable clinical sign depending on dosages of inoculation.
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลำดับสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ที่แยกได้จากนกและ สัตว์ปีในประเทศไทย ระหว่างเกิดการระบาดในปี ค.ศ. 2005-2008 และเพื่อศึกษาคุณสมบัติการก่อโรคของ เชื้อไวรัสเมื่อมีการติดเชื้อในไก่พันธุ์พื้นเมือง เป็นพันธุ์พื้นเมือง นกพิราบ และนกปากห่าง ผลการศึกาาโดย การสร้างแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสพบว่า เชื้อไวรัสที่แยกได้จากนกปากห่าง ทั้งหมด ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 1 (clade 1 ; Thai-ietnam strains) และพบว่าในระหว่างปี 2004-2005 มี การนำเชื้อเข้ามาติดต่อในประชากรนกปากห่างหลายครั้งหลายสายพันธุ์ (linage) ผลการศึกษาการฉีดเชื้อ ให้นกปากห่างพบว่า นกปากห่างเป็นสัตว์ปีที่มีความไวต่อการติดเชื้อไข้หวัดนก แสดงอาการป่วยและ ตายอย่างรวดเร็วถึงแม้จะได้รับเชื้อในปริมาณน้อย การศึกษาในนกพิราบพบว่านกพิราบที่ได้รับเชื้อปริมาณสูง (10[4] or 10[6] TCID[50]) เท่านั้นที่มักจะแสดงอาการป่วยและตายในขณะที่นกที่ได้รับปริมาณต่ำมีการ สร้างแอนตีบอดี้และไม่แสดงอาการป่วย ไก่พื้นเมืองเป็นสัตว์ที่ไวต่อการติดเชื้อและแสดงอาการป่วยรุนแรง และตายในระยะเวลาสั้นหลังติดเชื้อ สหรับเป็ดพื้นเมืองพบว่าแสดงอาการหลากหลายขึ้นกับปริมาณเชื้อที่ ได้รับ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลำดับสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ที่แยกได้จากนกและ สัตว์ปีในประเทศไทย ระหว่างเกิดการระบาดในปี ค.ศ. 2005-2008 และเพื่อศึกษาคุณสมบัติการก่อโรคของ เชื้อไวรัสเมื่อมีการติดเชื้อในไก่พันธุ์พื้นเมือง เป็นพันธุ์พื้นเมือง นกพิราบ และนกปากห่าง ผลการศึกาาโดย การสร้างแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสพบว่า เชื้อไวรัสที่แยกได้จากนกปากห่าง ทั้งหมด ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 1 (clade 1 ; Thai-ietnam strains) และพบว่าในระหว่างปี 2004-2005 มี การนำเชื้อเข้ามาติดต่อในประชากรนกปากห่างหลายครั้งหลายสายพันธุ์ (linage) ผลการศึกษาการฉีดเชื้อ ให้นกปากห่างพบว่า นกปากห่างเป็นสัตว์ปีที่มีความไวต่อการติดเชื้อไข้หวัดนก แสดงอาการป่วยและ ตายอย่างรวดเร็วถึงแม้จะได้รับเชื้อในปริมาณน้อย การศึกษาในนกพิราบพบว่านกพิราบที่ได้รับเชื้อปริมาณสูง (10[4] or 10[6] TCID[50]) เท่านั้นที่มักจะแสดงอาการป่วยและตายในขณะที่นกที่ได้รับปริมาณต่ำมีการ สร้างแอนตีบอดี้และไม่แสดงอาการป่วย ไก่พื้นเมืองเป็นสัตว์ที่ไวต่อการติดเชื้อและแสดงอาการป่วยรุนแรง และตายในระยะเวลาสั้นหลังติดเชื้อ สหรับเป็ดพื้นเมืองพบว่าแสดงอาการหลากหลายขึ้นกับปริมาณเชื้อที่ ได้รับ
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Medical Microbiology
Degree Grantor(s)
Mahidol University