Source apportionment analysis of airborne volatile organic compounds in Maptaphut, Thailand
13
Issued Date
2014
Copyright Date
2014
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xxi, 196 leaves : ill. (some col.)
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Environmental Technology))--Mahidol University, 2014
Suggested Citation
Waewta Khantee Source apportionment analysis of airborne volatile organic compounds in Maptaphut, Thailand. Thesis (M.Sc. (Environmental Technology))--Mahidol University, 2014. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/95224
Title
Source apportionment analysis of airborne volatile organic compounds in Maptaphut, Thailand
Alternative Title(s)
การวิเคราะห์แหล่งกำเนิดของสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศในพื้นที่มาบตาพุด ประเทศไทย
Author(s)
Abstract
Airborne volatile organic compounds (VOCs) were measured by The Pollution Control Department on a monthly basis from January 2009 to December 2012. VOCs concentration data of monitoring station in Maptaphut area and Dindaeng (Bangkok) were analysed for VOCs/Bz ratios, BTEX ratios and principle component analysis (PCA) to identify sources and elaborate the sources profile of VOCs. The contribution of aromatics to total VOCs was greater than other chemical groups for all monitoring sites. VOCs concentrations at Dindaeng were about 1.32-1.70 times greater than those in Maptaphut area. The results of this study can be classified VOCs into three groups based on emission sources including mobile sources, industrial sources and other sources (household). Moreover, some species of VOCs had background concentration in ambient air. Overall results suggest that dominant emission source of VOCs was a mobile source. Therefore, an effort to control both mobile and industrial emission sources should be implemented for solving the VOC problem in Maptaphut area.
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบ่งชี้และอธิบายแหล่งกำเนิดของสารอินทรีย์ระเหยง่ายใน พื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยนำข้อมูลความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ตรวจวัดโดยกรมควบคุมมลพิษ บริเวณมาบตาพุด ตั้งแต่ดือนมกราคม 2 552 ถึง ธันวาคม 2555 มาทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีหาอัตราส่วนของ VOCs/Bz อัตราส่วนของ BTEX และวิธี principle component analysis (PCA) แล้วนำมาเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากสถานีตรวจวัด ดินแดง (กรุงเทพมหานคร) ซึ่งเป็นสถานีตรวจวัดที่เป็นตัวแทนของแหล่งกำเนิดประเภทยานพาหนะ จากข้อมูลตรวจวัดพบว่ามีสัดส่วนของสารในกลุ่มอะโรมาติกส์มากที่สุดในทุก ๆ สถานี สถานีตรวจวัดดินแดงมีค่าความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยง่ายมากกว่าค่าความเข้มข้นบริเวณ มาบตาพุด ประมาณ 1.32-1.70 เท่า จากผลการศึกษาสามารถแบ่งสารอินทรีย์ระเหยง่ายตามแหล่งกำเนิด ได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ แหล่งกำเนิดจำพวกยานพาหนะ แหล่งกำเนิดประเภทอุตสาหกรรม และแหล่งกำเนิด อื่น ๆ (ครัวเรือน) อย่างไรก็ตาม สารอินทรีย์ระเหยง่ายบางชนิดเป็นสารที่มีความเข้มข้นอยู่แล้วใน บรรยากาศ ภาพรวมของผลการศึกษาพบว่าแหล่งกำเนิดจำพวกยานพาหนะเป็นแหล่งกำเนิดหลักใน การระบายสารอินทรีย์ระเหยง่าย ดังนั้น ในการแก้ปัญหาสารอินทรีย์ระเหยง่ายในพื้นที่มาบตาพุดจึงควรให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิดจำพวกยานพาหนะควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาแหล่งกำเนิดประเภท อุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบ่งชี้และอธิบายแหล่งกำเนิดของสารอินทรีย์ระเหยง่ายใน พื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยนำข้อมูลความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ตรวจวัดโดยกรมควบคุมมลพิษ บริเวณมาบตาพุด ตั้งแต่ดือนมกราคม 2 552 ถึง ธันวาคม 2555 มาทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีหาอัตราส่วนของ VOCs/Bz อัตราส่วนของ BTEX และวิธี principle component analysis (PCA) แล้วนำมาเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากสถานีตรวจวัด ดินแดง (กรุงเทพมหานคร) ซึ่งเป็นสถานีตรวจวัดที่เป็นตัวแทนของแหล่งกำเนิดประเภทยานพาหนะ จากข้อมูลตรวจวัดพบว่ามีสัดส่วนของสารในกลุ่มอะโรมาติกส์มากที่สุดในทุก ๆ สถานี สถานีตรวจวัดดินแดงมีค่าความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยง่ายมากกว่าค่าความเข้มข้นบริเวณ มาบตาพุด ประมาณ 1.32-1.70 เท่า จากผลการศึกษาสามารถแบ่งสารอินทรีย์ระเหยง่ายตามแหล่งกำเนิด ได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ แหล่งกำเนิดจำพวกยานพาหนะ แหล่งกำเนิดประเภทอุตสาหกรรม และแหล่งกำเนิด อื่น ๆ (ครัวเรือน) อย่างไรก็ตาม สารอินทรีย์ระเหยง่ายบางชนิดเป็นสารที่มีความเข้มข้นอยู่แล้วใน บรรยากาศ ภาพรวมของผลการศึกษาพบว่าแหล่งกำเนิดจำพวกยานพาหนะเป็นแหล่งกำเนิดหลักใน การระบายสารอินทรีย์ระเหยง่าย ดังนั้น ในการแก้ปัญหาสารอินทรีย์ระเหยง่ายในพื้นที่มาบตาพุดจึงควรให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิดจำพวกยานพาหนะควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาแหล่งกำเนิดประเภท อุตสาหกรรม
Description
Environmental Technology (Mahidol University 2014)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Environmental Technology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
