The phonological interference of Patani Malay and Thai in English by grade 4 students who speak Patani Malay as mother tongue
24
Issued Date
2024
Copyright Date
2018
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 111 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.A. (Linguistics))--Mahidol University, 2018
Suggested Citation
Nurulhusna Paramal The phonological interference of Patani Malay and Thai in English by grade 4 students who speak Patani Malay as mother tongue. Thesis (M.A. (Linguistics))--Mahidol University, 2018. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/91802
Title
The phonological interference of Patani Malay and Thai in English by grade 4 students who speak Patani Malay as mother tongue
Alternative Title(s)
ภาวะแทรกซ้อนระดับเสียงจากภาษามลายูปาตานีและไทยในภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถม 4 ที่พูดมลายูปาตานีเป็นภาษาแม่
Author(s)
Abstract
Since, Patani Malay speakers are exposed to multi-lingual context. They speak Patani Malay as their mother tongue; they are exposed to Thai in classrooms, media, and so on as the national language. They also learn Jawi and Rumi script at religious schools. Furthermore, they are obliged to learn to recite the Holy Quran which is written in Arabic. Thus, it is believed that Patani Malay speakers have advantages in pronouncing different languages. This study attempts to identify the phonological features of Patani Malay and Thai that interfere with English spoken by Patani Malay speaker elementary students and the factors that cause them in recognizing and producing English words, and stress and intonation. Language contact and language interference were employed as theoretical frameworks. The instruments used for collecting the data were two-fold test to examine the interference which is the recognition tests and the production tests. The findings reveal that the phonological features of the languages that Patani Malay speakers are exposed to have both positive and negative transfer in different aspects; 1) positive transfer; Patani Malay has a positive influence in pronouncing English simple initial consonants--they had problems with fricative and affricate sounds, while Thai and Arabic phonology sometimes help Patani Malay in pronouncing simple final consonants--the problematic sounds were fricative, affricates, and stops. 2) negative transfer; Patani Malay speaking students had difficulties in pronouncing initial and final clusters because there are limited clusters in their exposed language. Additionally, Thai is more obstructed in Patani Malay speakers when they pronounce in the aspects of vowels, stress and intonation.
ในจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ มีภาษาที่คนมุสลิมใช้เป็นส่วนมากคือ ภาษามลายูปัตตานี ซึ่งถือเป็นภาษาแม่ของคนมุสลิม ร่วมกับการใช้ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจำชาติไทยในหลายๆส่วน ได้แก่ การใช้ในโรงเรียน สื่อต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากภาษาข้างต้นแล้ว ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนมุสลิมยังต้องเรียนภาษามลายูกลางที่ใช้อักษรยาวี และ รูมีในโรงเรียนสอนศาสนา รวมทั้งภาษาอาหรับเพื่อให้สามารถอ่านอัลกุรอานได้อีกด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะแทรกซ้อนทางเสียงของภาษามลายูปัตตานีและภาษาไทย ในภาษาอังกฤษ และเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกเสียงภาษาอังกฤษในนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 ที่พูดภาษามลายูปัตตานีเป็นภาษาแม่ ผู้วิจัยใช้แนวคิดหลักการสัมผัสภาษา (Language contact) และหลักการแทรกแซงภาษา (Language interference) ในการวิเคราะห์ โดยผู้วิจัยใช้แบบทดสอบการฟังและการออกเสียงเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า มีการถ่ายโอนภาษา (Language transfer) จากภาษามลายูปัตตานี ภาษาไทย และภาษาอาหรับไปสู่ภาษาอังกฤษ 2 ลักษณะ ได้แก่ (1) การถ่ายโอนภาษาในเชิงบวก คือ ภาษามลายูปัตตานีมีการถ่ายโอนภาษาในเชิงบวกในการออกเสียงพยัญชนะต้นในภาษาอังกฤษ โดยเสียงที่มีปัญหาเป็นการออกเสียงเสียดแทรก และเสียงกึ่งเสียดแทรก ขณะที่ภาษาไทย และภาษาอาหรับมีการถ่ายโอนภาษาในเชิงบวกในการออกเสียงพยัญชนะท้าย โดยเสียงที่มีปัญหาเป็นการออกเสียงเสียดแทรก เสียงกึ่งเสียดแทรก และเสียงระเบิด และ (2) การถ่ายโอนภาษาในเชิงลบ คือ ภาษามลายู ปัตตานีมีการถ่ายโอนภาษาในเชิงลบในการออกเสียงควบกล้ำทั้งส่วนต้น และส่วนท้ายคำในภาษาอังกฤษ โดยมีปัจจัยมาจากข้อจำกัดทางเสียงของภาษามลายูปัตตานี และภาษาไทย นั่นคือภาษาดังกล่าวไม่มีเสียงควบกล้ำท้ายคำ อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยพบว่าเด็กนักเรียนที่สามารถออกเสียงควบกล้ำท้ายได้นั้น มีปัจจัยมาจากการถ่ายโอนภาษาจากภาษาอาหรับในภาษาอังกฤษ เพราะในภาษาอาหรับมีการออกเสียงควบกล้ำท้ายคำ ส่วนนักเรียนที่พูดภาษามลายูปัตตานีเป็นภาษาแม่นั้น มีการถ่ายโอนภาษาจากภาษาไทยสู่ภาษาอังกฤษ ซึ่งพบในส่วนการออกเสียงสระ การเน้นเสียง และทำนองเสียง
ในจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ มีภาษาที่คนมุสลิมใช้เป็นส่วนมากคือ ภาษามลายูปัตตานี ซึ่งถือเป็นภาษาแม่ของคนมุสลิม ร่วมกับการใช้ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจำชาติไทยในหลายๆส่วน ได้แก่ การใช้ในโรงเรียน สื่อต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากภาษาข้างต้นแล้ว ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนมุสลิมยังต้องเรียนภาษามลายูกลางที่ใช้อักษรยาวี และ รูมีในโรงเรียนสอนศาสนา รวมทั้งภาษาอาหรับเพื่อให้สามารถอ่านอัลกุรอานได้อีกด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะแทรกซ้อนทางเสียงของภาษามลายูปัตตานีและภาษาไทย ในภาษาอังกฤษ และเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกเสียงภาษาอังกฤษในนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 ที่พูดภาษามลายูปัตตานีเป็นภาษาแม่ ผู้วิจัยใช้แนวคิดหลักการสัมผัสภาษา (Language contact) และหลักการแทรกแซงภาษา (Language interference) ในการวิเคราะห์ โดยผู้วิจัยใช้แบบทดสอบการฟังและการออกเสียงเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า มีการถ่ายโอนภาษา (Language transfer) จากภาษามลายูปัตตานี ภาษาไทย และภาษาอาหรับไปสู่ภาษาอังกฤษ 2 ลักษณะ ได้แก่ (1) การถ่ายโอนภาษาในเชิงบวก คือ ภาษามลายูปัตตานีมีการถ่ายโอนภาษาในเชิงบวกในการออกเสียงพยัญชนะต้นในภาษาอังกฤษ โดยเสียงที่มีปัญหาเป็นการออกเสียงเสียดแทรก และเสียงกึ่งเสียดแทรก ขณะที่ภาษาไทย และภาษาอาหรับมีการถ่ายโอนภาษาในเชิงบวกในการออกเสียงพยัญชนะท้าย โดยเสียงที่มีปัญหาเป็นการออกเสียงเสียดแทรก เสียงกึ่งเสียดแทรก และเสียงระเบิด และ (2) การถ่ายโอนภาษาในเชิงลบ คือ ภาษามลายู ปัตตานีมีการถ่ายโอนภาษาในเชิงลบในการออกเสียงควบกล้ำทั้งส่วนต้น และส่วนท้ายคำในภาษาอังกฤษ โดยมีปัจจัยมาจากข้อจำกัดทางเสียงของภาษามลายูปัตตานี และภาษาไทย นั่นคือภาษาดังกล่าวไม่มีเสียงควบกล้ำท้ายคำ อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยพบว่าเด็กนักเรียนที่สามารถออกเสียงควบกล้ำท้ายได้นั้น มีปัจจัยมาจากการถ่ายโอนภาษาจากภาษาอาหรับในภาษาอังกฤษ เพราะในภาษาอาหรับมีการออกเสียงควบกล้ำท้ายคำ ส่วนนักเรียนที่พูดภาษามลายูปัตตานีเป็นภาษาแม่นั้น มีการถ่ายโอนภาษาจากภาษาไทยสู่ภาษาอังกฤษ ซึ่งพบในส่วนการออกเสียงสระ การเน้นเสียง และทำนองเสียง
Description
Linguistics (Mahidol University 2018)
Degree Name
Master of Arts
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Research Institute for Languages and Cultures of Asia
Degree Discipline
Linguistics
Degree Grantor(s)
Mahidol University
