The factors affecting the adoption of personal health records: a case study in Buri ram province
5
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 73 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Eng. (Industrial Engineering))--Mahidol University, 2022)
Suggested Citation
Preeyarat Sorncharoen The factors affecting the adoption of personal health records: a case study in Buri ram province. Thesis (M.Eng. (Industrial Engineering))--Mahidol University, 2022). Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113908
Title
The factors affecting the adoption of personal health records: a case study in Buri ram province
Alternative Title(s)
ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับการใช้งานระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล: กรณีศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์
Author(s)
Abstract
Nowadays, access to public health services is still a problem regarding inequality caused by the lack of medical personnel distribution and appropriate medical technology. Medical technology is rapidly progressing and plays an important role in effective treatment. Therefore, this study focuses on the development of an information technology system, specifically a Personal Health Record (PHR) system. However, technology adoption is limited by a variety of factors. Thus, this study aims to examine the affecting factors through the Technology Acceptance Model (TAM). A questionnaire applied with TAM was used as a data collection tool. Then, the data was analysed by using expert opinion based on the research conceptual framework and TAM theory. The results showed that the factors affecting the adoption of PHR, including external factors, perceived ease of use, perceived usefulness, attitude toward using, and intention to use, were factors that related to and affected each other, which is in accordance with the Technology Acceptance Model (TAM) theory of Davis (1989). The results of this study can contribute to the development of the PHR project for adoption and wide use in the future. IMPLICATION OF THE THEMATIC PAPER: The results can be applied to develop the PHR system to be adopted and used widely in Thailand in the future. Furthermore, the Ministry of Public Health can use the results of this study to develop healthcare and surveillance systems for patients who have NCDs or are at high risk, with extended NCD services on a digital health platform for communicating with people across the country, which can improve access to Thai public health more extensively.
การเข้าถึงบริการสาธารณสุขไทยในปัจจุบันยังคงมีความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากขาดการกระจายของบุคลากรทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การรักษาประสบผลสำเร็จมากขึ้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ทางการแพทย์ คือระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Record : PHR) แต่การยอมรับการใช้เทคโนโลยียังมีข้อจำกัดต่างๆ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือศึกษาหาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับและเลือกใช้ PHR โดยใช้แบบสอบถามที่ใช้แบบจำลองการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี (TAM) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ (Expert Opinion) มาเป็นแนวทางในการสรุปข้อมูลโดยอ้างอิงตามกรอบแนวคิดวิจัยและทฤษฎี TAM ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายนอก การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน การรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ทัศนคติต่อการใช้งาน และความตั้งใจในการใช้งาน เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และส่งผลต่อเนื่องกัน สอดคล้องตามทฤษฎี TAM ของ Davis ในปี 1989 ซึ่งผลการศึกษานี้สามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ PHR ให้มีการยอมรับและใช้อย่างแพร่หลายได้ในอนาคต การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้ ผลของการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล (PHR) ให้เกิดการยอมรับการใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศไทยในอนาคต และสามารถส่งต่อข้อมูลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปพัฒนาระบบดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงโรค NCD นอกสถานพยาบาลด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพ (Extended NCD Services on Digital Health Platform) นอกจากนี้ยังสามารถนำผลการศึกษามาเป็นแนวทางในการผลิตแอปพลิเคชันและระบบพื้นฐานในการสื่อสารกับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้การเข้าถึงระบบสาธารณสุขไทยครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
การเข้าถึงบริการสาธารณสุขไทยในปัจจุบันยังคงมีความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากขาดการกระจายของบุคลากรทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การรักษาประสบผลสำเร็จมากขึ้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้ทางการแพทย์ คือระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Record : PHR) แต่การยอมรับการใช้เทคโนโลยียังมีข้อจำกัดต่างๆ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือศึกษาหาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับและเลือกใช้ PHR โดยใช้แบบสอบถามที่ใช้แบบจำลองการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี (TAM) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ (Expert Opinion) มาเป็นแนวทางในการสรุปข้อมูลโดยอ้างอิงตามกรอบแนวคิดวิจัยและทฤษฎี TAM ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยภายนอก การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน การรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน ทัศนคติต่อการใช้งาน และความตั้งใจในการใช้งาน เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และส่งผลต่อเนื่องกัน สอดคล้องตามทฤษฎี TAM ของ Davis ในปี 1989 ซึ่งผลการศึกษานี้สามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ PHR ให้มีการยอมรับและใช้อย่างแพร่หลายได้ในอนาคต การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้ ผลของการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล (PHR) ให้เกิดการยอมรับการใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศไทยในอนาคต และสามารถส่งต่อข้อมูลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปพัฒนาระบบดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงโรค NCD นอกสถานพยาบาลด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพ (Extended NCD Services on Digital Health Platform) นอกจากนี้ยังสามารถนำผลการศึกษามาเป็นแนวทางในการผลิตแอปพลิเคชันและระบบพื้นฐานในการสื่อสารกับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้การเข้าถึงระบบสาธารณสุขไทยครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
Degree Name
Master of Engineering
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Engineering
Degree Discipline
Industrial Engineering
Degree Grantor(s)
Mahidol University
