Braking force control of an electric drum brake system
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xxiii, 256 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Eng. (Mechanical Engineering))--Mahidol University, 2022)
Suggested Citation
Apicha Kittirattanachai Braking force control of an electric drum brake system. Thesis (M.Eng. (Mechanical Engineering))--Mahidol University, 2022). Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113810
Title
Braking force control of an electric drum brake system
Alternative Title(s)
การควบคุมแรงเบรคของระบบดรัมเบรคไฟฟ้า
Author(s)
Abstract
The brake equipment is one of the most important safety equipment for the operation of the vehicle regardless of the types of the power source. In general, a disk brake and a drum brake system are the most widely used braking systems for both passenger and commercial vehicles. The major superiority of the drum brake over the disk brake is the brake factor. To be specific, the drum brake requires less input power to produce the same amount of braking power as compared to the disk brake. Therefore, it is felt that the drum brake might be the future of the braking system for an electric vehicle. Reviewing literatures related to the electric braking system technology found that a few designs of an electric drum brake have already been investigated. However, the electromagnetic trailer brake has been widely used as a common braking system for a trailer truck. Therefore, the adoption of this trailer brake to be used in a passenger vehicle seems to be a good logical starting point for the development of a universal electric drum brake. The main objective of this research is to design the electromagnetic drum brake for a passenger vehicle based on the design and working principle of the already exist electromagnetic trailer brake. To do so, the physical modeling of the electromagnetic trailer brake is developed. The mathematic models for a conventional hydraulic drum brake, which is aimed to be the benchmark for the development of an electric drum brake, is also be developed. Both drum brake models are validated via available data from the literatures. This research also studies the design of a controller suitable for the proposed electric drum brake using wheel slip model predictive control (MPC). The performance of this controller with electric drum brake is compared with the conventional hydraulic controlled drum brak system. The results show that the response time of electric drum brake is higher than hydraulic drum brake around 8 times, while the brake actuation force of the electric drum brake is lower than the hydraulic drum brake around 5 times, when generating the same braking torque magnitude. Also, the electric drum brake uses higher input brake power than the hydraulic drum brake around 13 times. In terms of braking efficiency however, both drum brake system exhibits comparable braking efficiency. Based on the rough feasibility study, the average production price of the electric drum brake could be cheaper than the hydraulic drum brake around 1.7 times from the use of electrical system to generate the actuation force. While the drum brake mechanism of both electric drum brake and hydraulic drum brake are almost identical, there should be some minor changes for the drum brake production to commercially produce the electric drum brake in the future.
อุปกรณ์เบรกนั้นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์การทำงานด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญที่สุดในการทำงานของรถยนต์โดยไม่คำนึงถึงประเภทของแหล่งพลังงานที่ใช้ โดยปกติทั่วไปดิสเบรกและดรัมเบรกเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วทั้งในรถยนต์นั่งโดยสารและรถขนส่ง ซึ่งดรัมเบรกมีเบรกแฟคเตอร์ที่มากกว่าดิสเบรก นั่นหมายถึงดรัมเบรกต้องการพลังงานที่ใส่เข้าไปน้อยกว่าดิสเบรกก็สามารถสร้างพลังงานในการเบรกเท่ากับดิสเบรกได้ ดังนั้นดรัมเบรกอาจจะเป็นระบบเบรกในอนาคตสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากการได้รีวิวเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบเบรกไฟฟ้าพบว่าเริ่มมีการศึกษาออกแบบระบบดรัมเบรกไฟฟ้าไปเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามได้มีระบบเบรกระบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้ในรถบรรทุกลากคือเทรลเลอร์เบรก ดังนั้นการเลือกเอาเทรลเลอร์เบรกมาใช้ในรถยนต์นั่งโดยสารนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาเป็นระบบดรัมเบรกไฟฟ้า เป้าหมายหลักของงานวิจัยนี้คือการออกแบบดรัมเบรกไฟฟ้าสำหรับรถยนต์นั่งโดยสารโดยใช้การออกแบบและหลักการทำงานของเทรลเลอร์เบรกที่มีอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่จะทำคือพัฒนาแบบจำลองทางฟิสิกส์ของเทรลเลอร์เบรกซึ่งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของระบบเบรกแบบไฮดรอลิกดรัมเบรกจะถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการพัฒนาเป็นโมเดลของระบบดรัมเบรกไฟฟ้า ระบบดรัมเบรกทั้งสองนั้นจะถูกยืนยันความถูกต้องโดยใช้ข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการที่มี วิทยานิพนธ์นี้ยังศึกษาเรื่องการออกแบบระบบควบคุมที่เหมาะสมสำหรับดรัมเบรกไฟฟ้าคือการควบคุมไม่ให้ล้อไถลโดยใช้การควบคุมเชิงทำนายแบบจำลอง (โมเดลพรีดิกทีฟ) ซึ่งสมรรถนะของดรัมเบรกไฟฟ้านั้นถูกเปรียบเทียบกับระบบไฮดรอลิกดรัมเบรก ผลลัพธ์ที่ได้มีดังนี้ เรื่องของผลตอบสนองของระบบดรัมเบรกไฟฟ้านั้นมีมากกว่า 8 เท่า แต่ใช้แรงต้นกำเนิดน้อยกว่า 5 เท่าในการสร้างแรงเบรกที่เท่ากัน และดรัมเบรกไฟฟ้ายังใช้พลังงานอินพุตมากกว่าระบบไฮดรอลิกดรัมเบรกถึง 13 เท่าในการสร้างแรงเบรกที่เท่ากัน ในด้านของประสิทธิภาพนั้นได้มีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของทั้งสองระบบเบรกด้วย จากการศึกษาความเป็นไปได้คร่าวๆ ในการผลิตดรัมเบรกไฟฟ้านี้พบว่า ราคาเฉลี่ยของดรัมเบรกไฟฟ้าถูกกว่าไฮดรอลิกดรัมเบรกถึง 1.7 เท่า จากการใช้ระบบไฟฟ้าในการสร้างแรงต้นกำเนิด ในขณะที่กลไกดรัมเบรกของทั้งดรัมเบรกไฟฟ้าและไฮดรอลิกดรัมเบรกแทบจะเหมือนกันหมด ซึ่งควรมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในการผลิตดรัมเบรกในปัจจุบันเพื่อที่สามารถผลิตดรัมเบรกไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต
อุปกรณ์เบรกนั้นเป็นหนึ่งในอุปกรณ์การทำงานด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญที่สุดในการทำงานของรถยนต์โดยไม่คำนึงถึงประเภทของแหล่งพลังงานที่ใช้ โดยปกติทั่วไปดิสเบรกและดรัมเบรกเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วทั้งในรถยนต์นั่งโดยสารและรถขนส่ง ซึ่งดรัมเบรกมีเบรกแฟคเตอร์ที่มากกว่าดิสเบรก นั่นหมายถึงดรัมเบรกต้องการพลังงานที่ใส่เข้าไปน้อยกว่าดิสเบรกก็สามารถสร้างพลังงานในการเบรกเท่ากับดิสเบรกได้ ดังนั้นดรัมเบรกอาจจะเป็นระบบเบรกในอนาคตสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากการได้รีวิวเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบเบรกไฟฟ้าพบว่าเริ่มมีการศึกษาออกแบบระบบดรัมเบรกไฟฟ้าไปเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามได้มีระบบเบรกระบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้ในรถบรรทุกลากคือเทรลเลอร์เบรก ดังนั้นการเลือกเอาเทรลเลอร์เบรกมาใช้ในรถยนต์นั่งโดยสารนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาเป็นระบบดรัมเบรกไฟฟ้า เป้าหมายหลักของงานวิจัยนี้คือการออกแบบดรัมเบรกไฟฟ้าสำหรับรถยนต์นั่งโดยสารโดยใช้การออกแบบและหลักการทำงานของเทรลเลอร์เบรกที่มีอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่จะทำคือพัฒนาแบบจำลองทางฟิสิกส์ของเทรลเลอร์เบรกซึ่งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของระบบเบรกแบบไฮดรอลิกดรัมเบรกจะถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการพัฒนาเป็นโมเดลของระบบดรัมเบรกไฟฟ้า ระบบดรัมเบรกทั้งสองนั้นจะถูกยืนยันความถูกต้องโดยใช้ข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการที่มี วิทยานิพนธ์นี้ยังศึกษาเรื่องการออกแบบระบบควบคุมที่เหมาะสมสำหรับดรัมเบรกไฟฟ้าคือการควบคุมไม่ให้ล้อไถลโดยใช้การควบคุมเชิงทำนายแบบจำลอง (โมเดลพรีดิกทีฟ) ซึ่งสมรรถนะของดรัมเบรกไฟฟ้านั้นถูกเปรียบเทียบกับระบบไฮดรอลิกดรัมเบรก ผลลัพธ์ที่ได้มีดังนี้ เรื่องของผลตอบสนองของระบบดรัมเบรกไฟฟ้านั้นมีมากกว่า 8 เท่า แต่ใช้แรงต้นกำเนิดน้อยกว่า 5 เท่าในการสร้างแรงเบรกที่เท่ากัน และดรัมเบรกไฟฟ้ายังใช้พลังงานอินพุตมากกว่าระบบไฮดรอลิกดรัมเบรกถึง 13 เท่าในการสร้างแรงเบรกที่เท่ากัน ในด้านของประสิทธิภาพนั้นได้มีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของทั้งสองระบบเบรกด้วย จากการศึกษาความเป็นไปได้คร่าวๆ ในการผลิตดรัมเบรกไฟฟ้านี้พบว่า ราคาเฉลี่ยของดรัมเบรกไฟฟ้าถูกกว่าไฮดรอลิกดรัมเบรกถึง 1.7 เท่า จากการใช้ระบบไฟฟ้าในการสร้างแรงต้นกำเนิด ในขณะที่กลไกดรัมเบรกของทั้งดรัมเบรกไฟฟ้าและไฮดรอลิกดรัมเบรกแทบจะเหมือนกันหมด ซึ่งควรมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในการผลิตดรัมเบรกในปัจจุบันเพื่อที่สามารถผลิตดรัมเบรกไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต
Degree Name
Master of Engineering
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Engineering
Degree Discipline
Mechanical Engineering
Degree Grantor(s)
Mahidol University
