Strategies to incorporate simulated patient encounters to promote a level of empathy in medical and nursing students
1
1
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi, 192 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2022
Suggested Citation
Nattaphon Chokemaitree Strategies to incorporate simulated patient encounters to promote a level of empathy in medical and nursing students. Thematic Paper (M.Sc. (Health Science Education))--Mahidol University, 2022. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114324
Title
Strategies to incorporate simulated patient encounters to promote a level of empathy in medical and nursing students
Alternative Title(s)
กลยุทธ์ในการผสานการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติเพื่อเพิ่มความร่วมรู้สึกของนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาล
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
Empathy is one of the essential elements in providing humanistic medical care, leading to better outcome for both health professions and patients. The recommendations in empathy training using simulated patient (SP) encounter are not clearly explained. The objectives of this study were to identify essential features of SP encounter-integrated interventions for teaching empathy in medical and nursing students and to list other learning activities which were commonly added in the training program. This study was a narrative review. Five databases, namely PubMed, Academic Search Complete, Education Resource Information Center, Scopus, and Web of Science were searched for relevant studies on the effect of the SP encounter on medical and nursing students’ empathy which were published in English between January 2010 and December 2020. Population-Intervention-Compare-Outcome framework was used as a guide. Fifteen studies were in the final review. It was found that effective empathy-teaching SP encounter interventions comprised at least five activities, including preparation, briefing, simulation, feedback or debriefing and reflecting, encompassing all Kolb’s learning stages in which reflective observation seemed to most influence learning. The study showed that reviewed SP-based teaching interventions were various in terms of teaching management and supplementary activities. It was recommended that medical program should integrate this teaching method in the curriculum and further study should investigate difference in benefit among various intervention design elements.
บทนำ: การร่วมรู้สึกเป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งในการให้บริการทางการแพทย์ด้วยความเป็นมนุษย์ ซึ่งนำมาสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทั้งต่อตัวบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ยังไม่มีคำแนะนำเกี่ยวกับการสอนผู้เรียนให้มีความสามารถในการร่วมรู้สึกโดยการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติอย่างชัดเจน วัตถุประสงค์: เพื่อตรวจสอบและเปรียบเทียบผลจากการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติต่อความร่วมรู้สึกในนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาล ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการทบทวนวรรณกรรมจากฐานข้อมูล ประกอบด้วย PubMed, Academic Search Complete, Education Resource Information Center, Scopus และ Web of Science สื บค้นโดยใช้กรอบแนวคิดประชากร-การกระทำ-ตัวแปรเปรียบเทียบ-ผลลัพธ์ เกณฑ์คัดเลือกวรรณกรรมเข้าสู่การทบทวนคือ เป็นการศึกษาที่วัดผลของการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติต่อความร่วมรู้สึก และตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในช่วงระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 จนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ผลการศึกษา: มี 15 การศึกษาที่เข้าเกณฑ์การทบทวน พบว่าการสอนโดยให้ฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติเพื่อเพิ่มความร่วมรู้สึกหรือความสามารถในการแสดงออกถึงความร่วมรู้สึกที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมการ การสรุปก่อนกิจกรรม การจำลองสถานการณ์ การให้ข้อมูลสะท้อนกลับ หรือสรุปหลังกิจกรรม และ การสะท้อนคิด ซึ่งจะครอบคลุมทุกขั้นในวงจรการเรียนรู้ของ Kolb โดยเฉพาะ reflective observation ซึ่งเป็นขั้นที่น่าจะส่งผลต่อการเรียนรู้มากที่สุด สรุปผล: หลักสูตรแพทยศาสตร์ควรมีการบรรจุวิธีการสอนด้วยการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติในหลักสูตรเพื่อเพิ่มความร่วมรู้สึกของผู้เรียน และควรมีการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างการจัดการสอนที่มีรายละเอียดแตกต่างหลากหลายกันด้วย
บทนำ: การร่วมรู้สึกเป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งในการให้บริการทางการแพทย์ด้วยความเป็นมนุษย์ ซึ่งนำมาสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทั้งต่อตัวบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ยังไม่มีคำแนะนำเกี่ยวกับการสอนผู้เรียนให้มีความสามารถในการร่วมรู้สึกโดยการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติอย่างชัดเจน วัตถุประสงค์: เพื่อตรวจสอบและเปรียบเทียบผลจากการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติต่อความร่วมรู้สึกในนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาล ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการทบทวนวรรณกรรมจากฐานข้อมูล ประกอบด้วย PubMed, Academic Search Complete, Education Resource Information Center, Scopus และ Web of Science สื บค้นโดยใช้กรอบแนวคิดประชากร-การกระทำ-ตัวแปรเปรียบเทียบ-ผลลัพธ์ เกณฑ์คัดเลือกวรรณกรรมเข้าสู่การทบทวนคือ เป็นการศึกษาที่วัดผลของการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติต่อความร่วมรู้สึก และตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในช่วงระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 จนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ผลการศึกษา: มี 15 การศึกษาที่เข้าเกณฑ์การทบทวน พบว่าการสอนโดยให้ฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติเพื่อเพิ่มความร่วมรู้สึกหรือความสามารถในการแสดงออกถึงความร่วมรู้สึกที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมการ การสรุปก่อนกิจกรรม การจำลองสถานการณ์ การให้ข้อมูลสะท้อนกลับ หรือสรุปหลังกิจกรรม และ การสะท้อนคิด ซึ่งจะครอบคลุมทุกขั้นในวงจรการเรียนรู้ของ Kolb โดยเฉพาะ reflective observation ซึ่งเป็นขั้นที่น่าจะส่งผลต่อการเรียนรู้มากที่สุด สรุปผล: หลักสูตรแพทยศาสตร์ควรมีการบรรจุวิธีการสอนด้วยการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยสมมติในหลักสูตรเพื่อเพิ่มความร่วมรู้สึกของผู้เรียน และควรมีการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างการจัดการสอนที่มีรายละเอียดแตกต่างหลากหลายกันด้วย
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Health Science Education
Degree Grantor(s)
Mahidol University
