ปัจจัยที่มีผลต่อการกระทำความผิดคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของผู้ต้องขังหญิง : กรณีศึกษาทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร
dc.contributor.advisor | ชาญคณิต กฤตยา สุริยะมณี | |
dc.contributor.advisor | พิศาล มุขแจ้ง | |
dc.contributor.author | ศุภิศา ก้อนแพง | |
dc.date.accessioned | 2024-01-15T04:07:48Z | |
dc.date.available | 2024-01-15T04:07:48Z | |
dc.date.copyright | 2559 | |
dc.date.created | 2567 | |
dc.date.issued | 2559 | |
dc.description | อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล 2559) | |
dc.description.abstract | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทั่วไปของผู้หญิงที่กระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญผู้ต้องขังหญิง เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของผู้ต้องขังหญิง เพื่อเสนอแนะแนวทางป้องกันและแก้ไขการกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ของผู้ต้องขัง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ต้องขังหญิงที่กระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ในทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 333 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยล่ะ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ต่าต่ำสุด และการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุ (Multiple Linear Regression) พบว่า ผู้ต้องขังหญิงส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 38 ปี มีอายุโดยเฉลี่ยในขณะกระทำความผิด 34 ปี สถานภาพส่วนใหญ่สมรสหรือมีสามีแล้ว มีบุตรโดยเฉลี่ย 2 คน ได้รับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายและอาชีพรับจ้าง มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,000 บาท มีภาระหนี้สินฐานะความเป็นอยู่พอมีพอกิน ก่อนถูกจับอาศัยอยู่กับสามี ชีวิตสมรสบิดามารดาหย่าร้างกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวรักใคร่เข้าใจกันดี การทดสอบสมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านความกดดันทางสังคมโดยเฉพาะผู้ที่มีความกดดันจากครอบครัว การเงินมีผลต่อกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ปัจจัย ด้านการคบหาสมาคมที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะความถี่-ความบ่อยในการคบเพื่อนหรือบุคคลที่กระทำความผิดมีผลต่อการกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของผู้ต้องขังหญิง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ข้อเสนอแนะ ควรมีการกำกับดูแลสื่อต่าง ๆ ในการเผยแพร่ภาพความก้าวร้าวรุนแรงวิธีหรือ พฤติกรรมในการก่ออาชญากรรม เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเลียนแบบ ส่งเสริมสถานภาพสตรีทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ผู้หญิงช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองได้จัดอบรมธรรมะภายในชุมชนเพื่อให้เกิดความยับยั้งชั่งใจเกรง กลัวต่อบาปควรมีกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพความปลอดภัยเกี่ยวกับผู้หญิงให้มากขึ้น | |
dc.description.abstract | This research aimed to 1) study the general characteristics of women who committed serious offences, 2) study the factors affecting the serious offences of the female prisoners, and 3) propose the guidelines on prevention and solution to the problems of the serious offences of the prisoners. The sample groups consisted of 333 female prisoners in the Central Women Correctional Institution, Bangkok, who committed serious offences. Data were analyzed with the statistics of frequency, percentage, standard deviation, mean, the maximum, and the minimum, and multiple linear regression analysis. The average age of most of the female prisoners was 38 years old. Their average age at the time of the offence was 34 years old. Most of the sample groups were married and had two children. They received the primary education. They were merchants and hirelings. Their monthly income was 5,000 baht, so they got into debt. Their existence was moderate. Their parents were divorced. The relationship between family members was good. Before being arrested, they lived with their husbands. The hypothesis test results showed the following: As for the factor of social pressure of people with family pressure, money significantly affected the serious offences at the level of 0.05. As for the factor of differential association, frequent association with friends or people committing the serious offences significantly affected the serious offences of the female prisoners at the level of 0.05. As for the recommendations, related agencies should control various media which disseminate the pictures on violence or crime behaviors to prevent people from imitating the mentioned behaviors. They should promote women's economic and social status to enable women to help and rely on themselves. Related agencies should organize dharma activities in the communities to prevent people from expressing immoral behaviors. Moreover, Women Protection Law should be strongly provided. | |
dc.format.extent | ก-ฎ, 127 แผ่น | |
dc.format.mimetype | application/pdf | |
dc.identifier.citation | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559 | |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92835 | |
dc.language.iso | tha | |
dc.publisher | มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล | |
dc.rights | ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า | |
dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยมหิดล | |
dc.subject | นักโทษหญิง -- ไทย -- กรุงเทพฯ | |
dc.title | ปัจจัยที่มีผลต่อการกระทำความผิดคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของผู้ต้องขังหญิง : กรณีศึกษาทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร | |
dc.title.alternative | Factors affecting the violent offence of female offenders : case study of the Central Women Correctional Institution, Bangkok | |
dc.type | Master Thesis | |
dcterms.accessRights | open access | |
mods.location.url | http://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2559/cd521/5537416.pdf | |
thesis.degree.department | คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ | |
thesis.degree.discipline | อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม | |
thesis.degree.grantor | มหาวิทยาลัยมหิดล | |
thesis.degree.level | ปริญญาโท | |
thesis.degree.name | ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต |