พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของหญิงไทยวัยต้นชุมชนแออัด เขตกรุงเทพมหานคร
61
Issued Date
2550
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
53472481 bytes
ISBN
9789741328154
Rights
มหาวิทยาลัยมหิดล
Suggested Citation
อาภาพร เผ่าวัฒนา, สร้อย มะโนรา (2550). พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของหญิงไทยวัยต้นชุมชนแออัด เขตกรุงเทพมหานคร. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/58850
Title
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของหญิงไทยวัยต้นชุมชนแออัด เขตกรุงเทพมหานคร
Alternative Title(s)
รายงานวิจัยเรื่องพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของหญิงไทยวัยต้นชุมชนแออัด เขตกรุงเทพมหานคร
Author(s)
Other Contributor(s)
Abstract
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น หญิงที่อาศัยในชุมชนแออัด เขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นหญิงระหว่าง 15-20 ปี (อายุเฉลี่ย 17 ปี) จำนวน343 คนและมารดา (อายุเฉลี่ย 44.7 ปี) จำนวน 330 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามสำหรับมารดาประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับเพศ ทัศนคติในการสื่อสารเรื่องเพศ ทัศนะคติในการสื่อสารเรื่องเพศ และการสื่อสารเรื่องเพศ สำหรับวันรุ่นหญิง ประกอบด้วย รูปแบบการเลี้ยงดู การสื่อสารเรื่องเพศอำนาจต่อรองในสัมพันธภาพ การรับรู้สมรรถนะของตนเองในเรื่องเพศ การนึกคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ และพฤติกรรมทางเพศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สัมประสิทธ์ของเพียร์สัน ANOVA และ Stepwise Multiple Regression
ผลการศึกษาพบว่ามารดาส่วนใหญ่มีความรู้เรื่อเพศศึกษาและการสื่อสารเรื่องเพศในระดับปานกลาง มีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิด การคบเพื่อนและการวางตัวต่อเพศตรงข้าม และ การมีเพศสัมพันธ์ อุปสรรคที่พบคือความรู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย ไม่ควรพูดคุยกันอย่างเปิดเผยไม่รู้จะเริ่มต้นพูดคุยเรื่องเพศกับลูกอย่างไร และมีความลำบากใจที่จะพูดคุยเรื่องเพศ โดยหลีกเลี่ยงที่จะคุยในเรื่องการปฏิบัติเมื่อมีความต้องการทางเพศ การคบเพื่อนต่างเพศ การมีเพศสัมพันธ์และผลกระทบความรู้เรื่องเพศศึกษาและการสื่อสารเรื่องเพศ ทัศนคติต่อการสื่อสารเรื่องเพศ ไม่มีความสัมพันธ์กับการสื่อสารเรื่องเพส แต่ความรู้เรื่องเพศศึกษาและการสื่อสารเรื่องเพศมีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อการสื่อสารเรื่องเพศ (r=.534, p-value.001)
บุตรสาวเคยมีเพศสัมพันธ์ (28.4%) มีความสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย (17.8%) ส่วนใหญ่ได้รับการเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย (51.6%) มารดาพูดคุยด้วยเป็นบางครั้งในเรื่องความต้องการทางเพศการคบเพื่อนต่างเพศ การมีเพศสัมพันธ์และกระทบ ส่วนใหญ่มีอำนาจต่อรองในสัมพันธภาพและรับรู้ความสามารถในสัมพันธภาพน้อย และใช้ความนึกคิดในการจำกัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ปัจจัยด้านอายุ ระดับการศึกษา เงินที่ได้รับแต่ละเดือน ความเพียงพอของเงินที่ได้รับ การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา อำนาจต่อรองในสัมพันธภาพด้านสัมพันธภาพระหว่างบุคคล การนึกคิดในการมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมทางเพศ (p-vale .05) การสื่อสารเรื่องเพศ การรับรู้สมรรถนะของตนเองในเรื่องเพศ การนึกคิดในการจำกัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศในด้านการมีคุณธรรมมีความสัมพันธ์ทางลบกับพฤติกรรมทางเพศ (p-vale .05) ปัจจัยในการทำนายพฤติกรรมทางเพศ ประกอบด้วย การนึกคิดที่ใช้ในการมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ: สัมพันธภาพ ความอยากรู้ อยากเห็น การนึกคิดที่ใช้ในการจำกัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ: การมีคุณธรรม ผลกระทบทางลบของการมีเพศสัมพันธ์ อำนาจต่อรองในสัมพันธภาพ: การตักสินใจในสัมพันธภาพระหว่างบุคคล อายุการศึกษา และการดื่มสุรา ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำนายพฤติกรรมทางเพศได้ 39.9%
การปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายในการเสริมสร้างทักษะในการสื่อสารสำหรับมารดา โดยผ่านช่องทางสื่อสารที่แพร่หลาย เช่น โทรทัศน์ การสร้างจิตสำนึกและทักษะของเด็กในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมโดยผ่านแรงผลักดันของสังคม การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่เน้นการมีส่วนร่วมของมารดาและบุตรสาว การเสริมสร้างพลังอำนาจส่วนบุคคล การจัดทำหลักสูตรและคู่มือเพื่อพัฒนาทักษะของมารดาและบุตรสาวในการสื่อสารเรื่องเพศ จะช่วยในการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นหญิง
Description
108 แผ่น ; 30 ซม.
Sponsorship
ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
