Administrative guidelines for crime prevention and suppression into ASEAN Economic Community (AEC) : a case study of metropolitan police bureau
3
Issued Date
2023
Copyright Date
2015
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi, 141 leaves : ill.
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Criminology, Justice Administration and Society))--Mahidol University, 2015
Suggested Citation
Siriwat Deephor Administrative guidelines for crime prevention and suppression into ASEAN Economic Community (AEC) : a case study of metropolitan police bureau. Thesis (Ph.D. (Criminology, Justice Administration and Society))--Mahidol University, 2015. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/89767
Title
Administrative guidelines for crime prevention and suppression into ASEAN Economic Community (AEC) : a case study of metropolitan police bureau
Alternative Title(s)
แนวทางการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในการก้าวเข้าสุ่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล
Author(s)
Abstract
This research aimed to (1) study the problems encountered by police officers in the Metropolitan Police Bureau during the administration of guidelines for crime prevention and suppression (2) identify the factors contributing to the administration guidelines for crime prevention and suppression and (3) explore administrative guidelines for crime prevention and suppression by the Metropolitan Police Bureau in the ASEAN Economic Community (AEC). The study engaged mixed methods, quantitative and qualitative research. For qualitative research, the individual interview was conducted with 30 samples comprised of high rank police officers who had been assigned to administer the police prevention and suppression policies, including the leaders of communities located within the boundaries of Metropolitan Police Bureau 2,5,6,8. The quantitative research was carried out using 400 Participants selected from a large number of prevention and suppression police officers from the Metropolitan Police Bureau. The findings indicated that crime problems, particularly, transnational crimes rate would be much higher once Thailand opened her door to the AEC. The Metropolitan Police Bureau must be ready in all aspects to face the problems from administering prevention and suppression policies that arose from the following 3 factors: 1) Man resulted from the shortages of manpower to absorb the heavy workload, so they ended up exhausted from work overload most of times. 2) Materials contained out-of-date technology and 3) Inferior management skills, particularly, among executives and a weak Information Technology System linked to the agency involved. On the contrary, certain factors contributed to the successful operation, namely, 1) Legal factors that should be modified to make it more effective when prosecuting the transnational crime syndicate and 2) Organization which involved identifying organizational strategies, forming executive policies, overseeing personnel readiness, seeking cooperation from external organizations in all sectors, including people's participation, considering as the key elements for the Metropolitan Police Bureau to administer crime prevention and suppression guidelines in AEC. It was suggested that the Metropolitan Police Bureau should give priority to 1) crime prevention 2) crime suppression and 3) personnel development as well as carefully utilize the limited resources, manpower, materials and the allocated budget to ensure the people's life and assets are safe with good management practice.
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัญหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และ 3) แนวทางการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์รายบุคคล กลุ่มตัวอย่างเป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงที่เป็นผู้บริหารในระดับกำหนดนโยบายของตำรวจในด้านป้องกันปราบปราม และประธานชุมชนในเขตกองบังคับการตำรวจนครบาล 2,5,6,8 รวม 30 คนและการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปรามในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวม 400 คน ผลการศึกษาพบว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปัญหาอาชญากรรมจะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกมิติ สภาพปัญหาในการบริหารงานป้องกันปราบปราม พบว่าเกิดจากปัจจัย 3 ประการ ได้แก่ 1)บุคลากร กำลังพลไม่เพียงพอต่อปริมาณงานเกิดภาวะตรากตรำในการทำงาน 2) วัสดุอุปกรณ์ ยังขาดแคลนโดยเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ด้าน เทคโนโลยี และ 3) การบริหารจัดการ ที่ยังไม่ดีพอโดยเฉพาะทักษะการบริหารงานของผู้บริหารและระบบบริหาร จัดการระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านกฎหมาย ควรมีการปรับปรุงกฎหมายให้ดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 2) ปัจจัยด้านองค์กร คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับองค์กร , นโยบายผู้บริหาร , ความพร้อมบุคลากร , ความร่วมมือจากองค์กรภายนอกทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งทั้งหมดมีความสำคัญต่อการ บริหารองค์กรทั้งสิ้นสำหรับแนวทางการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจนคร บาลในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนพบว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาล ต้องเร่งรัดการดำเนินการในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การป้องกันอาชญากรรม 2) การปราบปรามอาชญากรรมและ 3) การพัฒนา บุคลากร และพยายามทุกมิติในการใช้ทรัพยากร กำลังพล วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยหลักบริหารจัดการที่ดีต่อไป
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัญหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และ 3) แนวทางการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์รายบุคคล กลุ่มตัวอย่างเป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงที่เป็นผู้บริหารในระดับกำหนดนโยบายของตำรวจในด้านป้องกันปราบปราม และประธานชุมชนในเขตกองบังคับการตำรวจนครบาล 2,5,6,8 รวม 30 คนและการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปรามในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวม 400 คน ผลการศึกษาพบว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปัญหาอาชญากรรมจะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกมิติ สภาพปัญหาในการบริหารงานป้องกันปราบปราม พบว่าเกิดจากปัจจัย 3 ประการ ได้แก่ 1)บุคลากร กำลังพลไม่เพียงพอต่อปริมาณงานเกิดภาวะตรากตรำในการทำงาน 2) วัสดุอุปกรณ์ ยังขาดแคลนโดยเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ด้าน เทคโนโลยี และ 3) การบริหารจัดการ ที่ยังไม่ดีพอโดยเฉพาะทักษะการบริหารงานของผู้บริหารและระบบบริหาร จัดการระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านกฎหมาย ควรมีการปรับปรุงกฎหมายให้ดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 2) ปัจจัยด้านองค์กร คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับองค์กร , นโยบายผู้บริหาร , ความพร้อมบุคลากร , ความร่วมมือจากองค์กรภายนอกทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งทั้งหมดมีความสำคัญต่อการ บริหารองค์กรทั้งสิ้นสำหรับแนวทางการบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของกองบัญชาการตำรวจนคร บาลในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนพบว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาล ต้องเร่งรัดการดำเนินการในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การป้องกันอาชญากรรม 2) การปราบปรามอาชญากรรมและ 3) การพัฒนา บุคลากร และพยายามทุกมิติในการใช้ทรัพยากร กำลังพล วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยหลักบริหารจัดการที่ดีต่อไป
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Criminology, Justice Administration and Society
Degree Grantor(s)
Mahidol University
