ประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะเรื่อง ความแม่นยำของเสียง (Intonation) สำหรับวงขับร้องประสานเสียงระดับประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

dc.contributor.advisorฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์
dc.contributor.advisorพุทธรักษา กำเหนิดรัตน์
dc.contributor.authorวัชรพงษ์ วิชา
dc.date.accessioned2024-01-05T02:02:12Z
dc.date.available2024-01-05T02:02:12Z
dc.date.copyright2561
dc.date.created2561
dc.date.issued2567
dc.descriptionดนตรี (มหาวิทยาลัยมหิดล 2561)
dc.description.abstractงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแบบฝึกทักษะที่เหมาะสมใน การสร้างความแม่นยำ ให้กับวงขับร้องประสานเสียงของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย (1) แบบฝึกทักษะเรื่อง ความแม่นยำ ของเสียง (Intonation) สำหรับวงขับร้องประสานเสียงระดับประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (2)แบบฝึกทักษะก่อนเรียนและหลังเรียน โดยกลุ่มประชากรที่ใช้คือนักเรียนทั้งหมดที่อยู่ในวงขับร้องประสานเสียงของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จำนวน 40 คน และ แบ่งประชากรทั้งหมดออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ใช้ลักษณะการวิจัยในรูปแบบการเปรียบเทียบ โดยใช้เวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง จำนวน 10 ครั้ง ฝึกครั้งละหนึ่งชั่วโมง ผลการศึกษาพบว่าคะแนนของนักร้องประสานเสียงในกลุ่มทดลองมีคะแนนสูงขึ้นโดยแบบฝึกทักษะก่อนเรียนได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 63 ส่วนของแบบฝึกทักษะหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 81 และนักร้องประสานเสียงในกลุ่มทดลองที่ฝึกแบบฝึกทักษะทั้ง 10 บทมีคะแนนแบบฝึกทักษะหลังเรียนมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ฝึกซ้อมตามปกติ โดยกลุ่มควบคุมได้คะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 59 ส่วนของกลุ่มทดลองได้คะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 81
dc.description.abstractThis quantitative research set was aimed at finding the appropriate skill training for the choir of the Chiang Rai Rajabhat University Demonstration School. The instruments used in this study consisted of: (1) Skill training intonation precision for the primary choral chorus of Chiang Rai Rajabhat University Demonstration School (2) Before and after training the population was 40 students divided into 2 groups: experimental group and control group. Using this research style in comparison, it takes 10 hours, practising 10 times a day. The results of this study showed that the choir score in the experimental group was higher. The pre-test skills were 63% and post - test were 81%. Regular exercise regimen of the control group scored 59% after the study, and the experimental group scored 81%.
dc.format.extentก-ญ, 140 แผ่น : ภาพประกอบ, โน้ตเพลง
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationสารนิพนธ์ (ศศ.ม. (ดนตรี))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2561
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/91857
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectการร้องเพลงประสานเสียง
dc.subjectระดับเสียง
dc.titleประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะเรื่อง ความแม่นยำของเสียง (Intonation) สำหรับวงขับร้องประสานเสียงระดับประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
dc.title.alternativeThe effectiveness of intonation exercise for the choir of Chiang Rai Rajabhat University Demonstration School
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mods.location.urlhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2561/539/6038458.pdf
thesis.degree.departmentวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
thesis.degree.disciplineดนตรี
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหิดล
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

Files