Quantification of human globin gene expression in [beta]-Thalassemia
1
Issued Date
2013
Copyright Date
2013
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiv, 79 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Clinical Pathology))--Mahidol University, 2013
Suggested Citation
Suwimol Siriworadechkul Quantification of human globin gene expression in [beta]-Thalassemia. Thesis (M.Sc. (Clinical Pathology))--Mahidol University, 2013. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/95303
Title
Quantification of human globin gene expression in [beta]-Thalassemia
Alternative Title(s)
การวัดปริมาณการแสดงออกของยีนโกลบินในเบต้าธาลัสซีเมีย
Author(s)
Abstract
β-thalassemia is a significant inherited disease with the occurrence of 3-9% in Thailand. Excess α-and reduced β-globin chains are the major causes of the disease pathogenesis and the compensation by HbF reproduction. We had quantitated the α, β and ỵ globin genes expressions in β-thalassemia by using real-time reverse transcriptase polymerase chain reaction (qRT-PCR) and studied the relationships between mRNA expressions simultaneously with corresponding hemoglobin produced and disease severities in each β-thalassemia group and genotype. The results showed an increase of α/β globin mRNA ratios reflected more imbalance globin chains synthesis in β-thalassemia than normal controls. The differences of this ratio might indicate the severities between β0, β+ (severe) and β+ genotypes of the β-thalassemia with HbE disease. For HbF compensation, the ỵ globin mRNA and HbF were expressed in order of homozygous β-thalassemia disease, β- thalassemia with HbE disease, and heterozygous β-thalassemia. In β-thalassemia with HbE disease, absolute HbE, but not HbF, amounts were higher in mild than moderate-severe phenotypes suggesting that increased HbE synthesis might better improved the clinical severity. The globin genes expressions in each genotype of β-thalassemia with HbE were determined and discussed. The globin gene expressions can be used for prediction and explanation of severities in β-thalassemia. Interestingly, HbE appeared to be an additional significant factor affecting disease severity in β-thalassemia with HbE disease.
เบต้าธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่สาคัญของประเทศไทยซึ่งพบความชุกประมาณ 3-9% พยาธิสภาพของโรคเกิดจากการสร้างสายเบต้าโกลบินลดลงทาให้มีสายแอลฟ่าโกลบินส่วนเกิน ดังนั้นร่างกายจะมีการชดเชยโดยการสร้างฮีโมโกลบินเอฟสูงขึ้น ในการศึกษาครั้งนี้ทาการวัดปริมาณการแสดงออกของยีนแอลฟ่า เบต้าและแกมม่าโกลบินโดยใช้เทคนิค real-time reverse transcriptase polymerase chain reaction (qRT-PCR) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการแสดงออกของยีนและการสร้างฮีโมโกลบินกับความรุนแรงของโรคในแต่ละกลุ่มและแต่ละจีโนไทป์ของเบต้าธาลัสซีเมีย อัตราส่วนการแสดงออกของยีนแอลฟ่าต่อเบต้าโกลบินพบสูงขึ้นในกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมียเมื่อเทียบกับกลุ่มปกติซึ่งชี้ให้เห็นถึงความไม่สมดุลของการสร้างสายโกลบิน ความแตกต่างของอัตราส่วนนี้ในกลุ่มที่มีจีโนไทป์เป็นเบต้าศูนย์ เบต้าบวก (ชนิดรุนแรง) และเบต้าบวกในโรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีอาจบ่งชี้ถึงความรุนแรงของโรคได้ การชดเชยโดยการสร้างฮีโมโกลบินเอฟและการแสดงออกของแกมม่าโกลบินเอ็มอาร์เอ็นเอพบจากมากไปน้อยในโฮโมไซกัสเบต้าธาลัสซีเมีย เบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีและพาหะเบต้าธาลัสซีเมียตามลาดับ สาหรับความรุนแรงของโรคในกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีพบว่าในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรงจะมีปริมาณฮีโมโกลบินอีสูงกว่ากลุ่มอาการรุนแรง ขณะที่ปริมาณฮีโมโกลบินเอฟของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ชี้ให้เห็นว่าการสร้างฮีโมโกลบินอีที่มากขึ้นน่าจะลดความรุนแรงของโรคได้ดีกว่า ส่วนการแสดงออกของยีนโกลบินในแต่ละจีโนไทป์ของโรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีจะมีการอภิปรายในรายละเอียด การแสดงออกของยีนโกลบินสามารถนามาใช้คาดการณ์และอธิบายความรุนแรงของโรคเบต้าธาลัสซีเมียได้ และที่น่าสนใจกว่านั้นฮีโมโกลบินอีอาจจะเป็นอีกปัจจัยสาคัญที่มีผลต่อความรุนแรงของโรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอี
เบต้าธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่สาคัญของประเทศไทยซึ่งพบความชุกประมาณ 3-9% พยาธิสภาพของโรคเกิดจากการสร้างสายเบต้าโกลบินลดลงทาให้มีสายแอลฟ่าโกลบินส่วนเกิน ดังนั้นร่างกายจะมีการชดเชยโดยการสร้างฮีโมโกลบินเอฟสูงขึ้น ในการศึกษาครั้งนี้ทาการวัดปริมาณการแสดงออกของยีนแอลฟ่า เบต้าและแกมม่าโกลบินโดยใช้เทคนิค real-time reverse transcriptase polymerase chain reaction (qRT-PCR) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการแสดงออกของยีนและการสร้างฮีโมโกลบินกับความรุนแรงของโรคในแต่ละกลุ่มและแต่ละจีโนไทป์ของเบต้าธาลัสซีเมีย อัตราส่วนการแสดงออกของยีนแอลฟ่าต่อเบต้าโกลบินพบสูงขึ้นในกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมียเมื่อเทียบกับกลุ่มปกติซึ่งชี้ให้เห็นถึงความไม่สมดุลของการสร้างสายโกลบิน ความแตกต่างของอัตราส่วนนี้ในกลุ่มที่มีจีโนไทป์เป็นเบต้าศูนย์ เบต้าบวก (ชนิดรุนแรง) และเบต้าบวกในโรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีอาจบ่งชี้ถึงความรุนแรงของโรคได้ การชดเชยโดยการสร้างฮีโมโกลบินเอฟและการแสดงออกของแกมม่าโกลบินเอ็มอาร์เอ็นเอพบจากมากไปน้อยในโฮโมไซกัสเบต้าธาลัสซีเมีย เบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีและพาหะเบต้าธาลัสซีเมียตามลาดับ สาหรับความรุนแรงของโรคในกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีพบว่าในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรงจะมีปริมาณฮีโมโกลบินอีสูงกว่ากลุ่มอาการรุนแรง ขณะที่ปริมาณฮีโมโกลบินเอฟของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ชี้ให้เห็นว่าการสร้างฮีโมโกลบินอีที่มากขึ้นน่าจะลดความรุนแรงของโรคได้ดีกว่า ส่วนการแสดงออกของยีนโกลบินในแต่ละจีโนไทป์ของโรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีจะมีการอภิปรายในรายละเอียด การแสดงออกของยีนโกลบินสามารถนามาใช้คาดการณ์และอธิบายความรุนแรงของโรคเบต้าธาลัสซีเมียได้ และที่น่าสนใจกว่านั้นฮีโมโกลบินอีอาจจะเป็นอีกปัจจัยสาคัญที่มีผลต่อความรุนแรงของโรคเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอี
Description
Clinical Pathology (Mahidol University 2013)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
Degree Discipline
Clinical Pathology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
