The stress level and stress related factors among ambulance drivers of Ruamkatanyu and Poh Teck Tung foundation and the effect of the progressive muscle relaxation intervention toward stress
8
2
Issued Date
2021
Copyright Date
2021
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 82 leaves : ill.
x, 82 leaves : ill.
x, 82 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2021
Thesis (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2021
Thesis (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2021
Suggested Citation
Pinalin Penthong The stress level and stress related factors among ambulance drivers of Ruamkatanyu and Poh Teck Tung foundation and the effect of the progressive muscle relaxation intervention toward stress. Thesis (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2021, Thesis (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2021. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114117
Title
The stress level and stress related factors among ambulance drivers of Ruamkatanyu and Poh Teck Tung foundation and the effect of the progressive muscle relaxation intervention toward stress
Alternative Title(s)
ระดับความเครียดและปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉิน มูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิป่อเต็กตึง และผลของการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสสิพต่อความเครียด
Author(s)
Abstract
This study aimed to study the relationship among general characteristics, work-related factors and the stress level in ambulance drivers at Ruamkatanyu and Poh Teck Tung foundation. Eighty-three self-administered questionnaires were included in the analysis. The Progressive Muscle Relaxation was introduced to reduce the stress level in 20 subjects, compared with another 23 subjects in the control group. The most stress level was mild stress (43.4%). The results showed that stress was significantly associated with marital status (p-value =0.000), monthly income (p-value =0.000), household monthly income (p-value =0.000), income sufficiency (p-value =0.000), type of shift work per day (p-value =0.001), number of the patient or injured person per day (p-value =0.035), Emergency Severity Index (ESI) in resuscitation (red) (p-value =0.000), neck pain (p-value =0.022), shoulder pain (p-value =0.020), waist pain (p-value =0.016) and pressure from patient and the family members (p-value =0.000). The study showed the difference in mean stress scores after the intervention program between experimental and control groups were significant (p-value <0.05). The reaction time before and after the Progressive Muscle Relaxation practice in experimental group were significantly different (p-value <0.001). The conclusion this study revealed that the stress level in ambulance drivers was average in mild level. The general characteristics factors, work-related factors, ergonomics factors, and social psychology factors have related the stress. The Progressive Muscle Relaxation was implemented, and the result showed the stress score was decreased by the post evaluated.
การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉิน สังกัดมูลนิธิร่วมกตัญญู และสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประสิทธิผลของการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสสิพ กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามมีจำนวน 83 ราย ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีภาวะเครียดระดับเล็กน้อยถึงมาก จำนวน 20 ราย ถูกสุ่มคัดเลือกเข้ากลุ่มทดลองการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดความเครียด และกลุ่มควบคุมเพื่อเปรียบเทียบอีก 23 ราย ระดับความเครียดจากการทำงานของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉิน ส่วนใหญ่ร้อยละ 43.4 มีภาวะเครียดระดับเล็กน้อย ร้อยละ 12 มีภาวะเครียดมาก และพบว่าความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับสถานภาพ (p-value =0.000) รายได้เฉลี่ยที่ได้รับต่อเดือน (p-value =0.000) รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือน (p-value =0.000) ความเพียงพอของรายได้ต่อเดือน (p-value =0.000) เวลาการเข้ากะทำงานต่อวัน (p-value =0.001) จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้บาดเจ็บที่พบขณะออกปฏิบัติการต่อวัน (p-value =0.035) ระดับผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่พบขณะออกปฏิบัติการเฉลี่ยต่อวัน (p-value =0.000) การปวดกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ (p-value =0.022) ไหล่ (p-value =0.010) และเอว (p-value =0.016) และการรู้สึกได้รับความกดดันจากผู้ป่วยและหรือญาติของผู้ป่วยขณะปฏิบัติหน้าที่ (P-value =0.000) ผลการศึกษาพบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยความเครียดระหว่างกลุ่มทดลองหลังฝึกผ่อนคลายความเครียดกับกลุ่มเปรียบเทียบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และพบว่าเวลาปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction time) หลังจากการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อในกลุ่มทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) สรุปผลการศึกษา ความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉินส่วนใหญ่อยู่ในระดับเครียดเล็กน้อย ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการทำงาน ปัจจัยด้านการยศาสตร์ และจิตวิทยาสังคมมีความสัมพันธ์กับระดับความเครียด และแสดงให้เห็นว่าการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อมีผลในการลดระดับความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉินมูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉิน สังกัดมูลนิธิร่วมกตัญญู และสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประสิทธิผลของการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสสิพ กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามมีจำนวน 83 ราย ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีภาวะเครียดระดับเล็กน้อยถึงมาก จำนวน 20 ราย ถูกสุ่มคัดเลือกเข้ากลุ่มทดลองการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดความเครียด และกลุ่มควบคุมเพื่อเปรียบเทียบอีก 23 ราย ระดับความเครียดจากการทำงานของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉิน ส่วนใหญ่ร้อยละ 43.4 มีภาวะเครียดระดับเล็กน้อย ร้อยละ 12 มีภาวะเครียดมาก และพบว่าความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับสถานภาพ (p-value =0.000) รายได้เฉลี่ยที่ได้รับต่อเดือน (p-value =0.000) รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือน (p-value =0.000) ความเพียงพอของรายได้ต่อเดือน (p-value =0.000) เวลาการเข้ากะทำงานต่อวัน (p-value =0.001) จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้บาดเจ็บที่พบขณะออกปฏิบัติการต่อวัน (p-value =0.035) ระดับผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่พบขณะออกปฏิบัติการเฉลี่ยต่อวัน (p-value =0.000) การปวดกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ (p-value =0.022) ไหล่ (p-value =0.010) และเอว (p-value =0.016) และการรู้สึกได้รับความกดดันจากผู้ป่วยและหรือญาติของผู้ป่วยขณะปฏิบัติหน้าที่ (P-value =0.000) ผลการศึกษาพบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยความเครียดระหว่างกลุ่มทดลองหลังฝึกผ่อนคลายความเครียดกับกลุ่มเปรียบเทียบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และพบว่าเวลาปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction time) หลังจากการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อในกลุ่มทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) สรุปผลการศึกษา ความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉินส่วนใหญ่อยู่ในระดับเครียดเล็กน้อย ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการทำงาน ปัจจัยด้านการยศาสตร์ และจิตวิทยาสังคมมีความสัมพันธ์กับระดับความเครียด และแสดงให้เห็นว่าการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อมีผลในการลดระดับความเครียดของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉินมูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Occupational Health and Safety
Degree Grantor(s)
Mahidol University
