An analysis of implementation of policies for elimination of industrially-produced trans fatty acids in Thailand : content, context, process, and actors
2
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiv, 184 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Population and Social Research))--Mahidol University, 2022)
Suggested Citation
Weerapak Samsiripong An analysis of implementation of policies for elimination of industrially-produced trans fatty acids in Thailand : content, context, process, and actors. Thesis (Ph.D. (Population and Social Research))--Mahidol University, 2022). Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113846
Title
An analysis of implementation of policies for elimination of industrially-produced trans fatty acids in Thailand : content, context, process, and actors
Alternative Title(s)
การวิเคราะห์การนำนโยบายกำจัดไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมไปปฏิบัติในประเทศไทย: สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่น
Author(s)
Abstract
As a risk factor of non-communicable diseases, industrially-produced trans fatty acids (IP-TFAs) should be eliminated. The objectives of this research were 1) to analyze existing government policies and actions in eliminating IP-TFAs in Thailand, 2) to assess the current implementation of government policies and actions in eliminating IP-TFAs in Thailand using the WHO’s REPLACE action package, 3) to analyze characteristics and involvement of key stakeholders in implementing the WHO’s REPLACE action package in Thailand, 4) to identify challenges and opportunities to implement the WHO’s REPLACE action package in Thailand, and 5) to provide policy recommendations for enhancing the implementation in eliminating IP-TFAs in Thailand. This qualitative research used documentary review and in-depth interviews for data collection. Policy documents, academic articles, and news archives were searched. 20 policy actors from governmental, academic, civil society, and industrial sectors participated in the interview. Data were coded in line with Policy Triangle Framework. Thematic analysis was employed in the data analysis. The results revealed that the content, context, process, and actors were the forces contributing to the complexities of existing government policies and actions in eliminating IP-TFAs in Thailand. However, though the Notification of the Ministry of Public Health. No. 388 B.E.2561 (2018). RE: Prescribed Prohibited Food to be Produced, Imported, or Sold was already enacted, Thailand needed further actions in the REview, Promote, Legislate, Assess, Create, and Enforce modules in order to ensure the comprehensiveness of IP-TFA elimination. In order to push forward the policy change, the characteristics (knowledge, position, interest, influence, and alliances) and involvement (bipartite, tripartite, and quadripartite involvement patterns) of stakeholders were analyzed. Furthermore, the challenges and opportunities in establishing a task force, promoting availability of replacement oils and avoiding potential risks, legislating complementary policies, improving laboratory standards and measures for population intake, clearing the misconception, and enhancing potential violations were identified. While the food supply approach to IP-TFA elimination was deemed effective in contrast to other policy options, the complexities of IP-TFA consumption should also be addressed. To address this implementation gap, Thailand should adopt the REPLACE action package and require the involved parties to implement the actions. Public health nutrition, health economics, and policy research should be supported to ensure the sustainability of the actions. IMPLICATION OF THE THESIS: This thesis provided policy recommendations and research recommendations for enhancing the implementation in eliminating IP-TFAs in Thailand in coherence with the REPLACE action package based on the analysis of content, context, process, and actors, which were useful for policy implementation by governmental, academic, civil society, and industrial sectors.
ไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์การนำนโยบายและกิจกรรมการกำจัดไขมันทรานส์ที่มีอยู่ของประเทศไทยไปปฏิบัติ (สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่น) 2) เปรียบเทียบนโยบายและกิจกรรมการกำจัดไขมันทรานส์ของประเทศไทยกับชุดปฏิบัติการ REPLACE ขององค์การอนามัยโลก 3) วิเคราะห์คุณลักษณะและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียหลักในการนำชุดปฏิบัติการ REPLACE ขององค์การอนามัยโลกไปปฏิบัติในประเทศไทย 4) ระบุโอกาสและอุปสรรคในการนำชุดปฏิบัติการ REPLACE ขององค์การอนามัยโลกไปปฏิบัติในประเทศไทย และ 5) นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับการกำจัดไขมันทรานส์ไปสู่การปฏิบัติในประเทศไทย งานวิจัยฉบับนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การทบทวนเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยสืบค้นจากเอกสารนโยบาย บทความวิชาการและกฤตภาคข่าว รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้เล่นทางนโยบาย 20 คนจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การลงรหัสข้อมูลตามกรอบสามเหลี่ยมนโยบาย และใช้การวิเคราะห์แก่นสาระในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่นสะท้อนความซับซ้อนในการนำนโยบายและกิจกรรมการกำจัดไขมันทรานส์ที่มีอยู่ของประเทศไทยไปปฏิบัติ แม้ว่าประเทศไทยจะมีการประกาศใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายแล้ว แต่ควรมีการดำเนินการอื่นๆ เพื่อทบทวน ส่งเสริม ตรากฎหมาย ประเมิน สร้างความตระหนักและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับไขมันทรานส์เพิ่มเติมเพื่อให้การกำจัดไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมมีความครอบคลุม ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนโยบาย งานวิจัยฉบับนี้ได้ระบุคุณลักษณะ (ความรู้ ท่าที ผลประโยชน์ อิทธิพลและภาคี) และการมีส่วนร่วม (ทวิภาค ไตรภาคและจตุภาค) ของผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ การส่งเสริมน้ำมันทดแทนและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การกำหนดนโยบายเสริม การพัฒนามาตรฐานห้องปฏิบัติการและมาตรการประเมินการบริโภคของประชากร การแก้ไขข้อเข้าใจผิด และการรับมือกับการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ว่าการกำจัดไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมในการผลิตอาหารจะมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งแล้ว แต่ประเด็นเกี่ยวกับความซับซ้อนในการบริโภคยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ประเทศไทยจึงควรรับและกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำ REPLACE action package ไปสู่การปฏิบัติเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว นอกจากนี้ ยังควรสนับสนุนการศึกษาวิจัยไขมันทรานส์ในด้านโภชนศาสตร์สาธารณสุข เศรษฐศาสตร์สุขภาพและนโยบายเพิ่มเติมเพื่อเป็นหลักฐานสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การนำผลของวิทยานิพนธ์ไปใช้: การศึกษาฉบับนี้ นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะการวิจัยเพื่อยกระดับการกำจัดไขมันทรานส์ไปสู่การปฏิบัติในประเทศไทยให้สอดคล้องกับ REPLACE action package โดยวิเคราะห์สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติโดยหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคอุตสาหกรรม
ไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์การนำนโยบายและกิจกรรมการกำจัดไขมันทรานส์ที่มีอยู่ของประเทศไทยไปปฏิบัติ (สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่น) 2) เปรียบเทียบนโยบายและกิจกรรมการกำจัดไขมันทรานส์ของประเทศไทยกับชุดปฏิบัติการ REPLACE ขององค์การอนามัยโลก 3) วิเคราะห์คุณลักษณะและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียหลักในการนำชุดปฏิบัติการ REPLACE ขององค์การอนามัยโลกไปปฏิบัติในประเทศไทย 4) ระบุโอกาสและอุปสรรคในการนำชุดปฏิบัติการ REPLACE ขององค์การอนามัยโลกไปปฏิบัติในประเทศไทย และ 5) นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับการกำจัดไขมันทรานส์ไปสู่การปฏิบัติในประเทศไทย งานวิจัยฉบับนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การทบทวนเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยสืบค้นจากเอกสารนโยบาย บทความวิชาการและกฤตภาคข่าว รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้เล่นทางนโยบาย 20 คนจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การลงรหัสข้อมูลตามกรอบสามเหลี่ยมนโยบาย และใช้การวิเคราะห์แก่นสาระในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่นสะท้อนความซับซ้อนในการนำนโยบายและกิจกรรมการกำจัดไขมันทรานส์ที่มีอยู่ของประเทศไทยไปปฏิบัติ แม้ว่าประเทศไทยจะมีการประกาศใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายแล้ว แต่ควรมีการดำเนินการอื่นๆ เพื่อทบทวน ส่งเสริม ตรากฎหมาย ประเมิน สร้างความตระหนักและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับไขมันทรานส์เพิ่มเติมเพื่อให้การกำจัดไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมมีความครอบคลุม ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนโยบาย งานวิจัยฉบับนี้ได้ระบุคุณลักษณะ (ความรู้ ท่าที ผลประโยชน์ อิทธิพลและภาคี) และการมีส่วนร่วม (ทวิภาค ไตรภาคและจตุภาค) ของผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ การส่งเสริมน้ำมันทดแทนและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การกำหนดนโยบายเสริม การพัฒนามาตรฐานห้องปฏิบัติการและมาตรการประเมินการบริโภคของประชากร การแก้ไขข้อเข้าใจผิด และการรับมือกับการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ว่าการกำจัดไขมันทรานส์จากแหล่งอุตสาหกรรมในการผลิตอาหารจะมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งแล้ว แต่ประเด็นเกี่ยวกับความซับซ้อนในการบริโภคยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ประเทศไทยจึงควรรับและกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำ REPLACE action package ไปสู่การปฏิบัติเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว นอกจากนี้ ยังควรสนับสนุนการศึกษาวิจัยไขมันทรานส์ในด้านโภชนศาสตร์สาธารณสุข เศรษฐศาสตร์สุขภาพและนโยบายเพิ่มเติมเพื่อเป็นหลักฐานสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การนำผลของวิทยานิพนธ์ไปใช้: การศึกษาฉบับนี้ นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะการวิจัยเพื่อยกระดับการกำจัดไขมันทรานส์ไปสู่การปฏิบัติในประเทศไทยให้สอดคล้องกับ REPLACE action package โดยวิเคราะห์สาระ บริบท กระบวนการและผู้เล่น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติโดยหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคอุตสาหกรรม
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral degree
Degree Department
Institute for Population and Social Research
Degree Discipline
Population and Social Research
Degree Grantor(s)
Mahidol University
