โมเดลต้นแบบชุมชนเสมือนจริง เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชากรเจนวาย : การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการกระทำร่วม
1
Issued Date
2564
Copyright Date
2564
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยมหิดล
Suggested Citation
นันทวัน ป้อมค่าย (2564). โมเดลต้นแบบชุมชนเสมือนจริง เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชากรเจนวาย : การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการกระทำร่วม. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114236
Title
โมเดลต้นแบบชุมชนเสมือนจริง เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชากรเจนวาย : การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการกระทำร่วม
Alternative Title(s)
Virtual community model for physical activity promotion among generation Y : an application of collective action theory
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลต้นแบบชุมชนเสมือนจริง และศึกษาประสิทธิผลของโมเดลต้นแบบชุมชนเสมือนจริงในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชากรเจนวาย โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการกระทำร่วมเป็นแนวคิดหลักในการพัฒนาโมเดล เพื่อนำโมเดลต้นแบบที่พัฒนาขึ้นไปใช้เพื่อผลักดันและขยายผลเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชากรเจนวาย และเป็นข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชากรเจนวายในอนาคต โดยทำการออกแบบการวิจัยในลักษณะของการวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized controlled trials: RCTs) แบบปกปิดทางเดียว (Single blind) และมีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (Control-Group Pretest Posttest Design) ดำเนินการทดลองเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ปี 2564 กลุ่มตัวอย่าง คือ คนเจนวายที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดเข้าที่ตั้งไว้ จำนวน 100 คน ที่ถูกสุ่มแบบจับคู่กลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม (Matched case-control) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในกลุ่มทดลองจำนวน 50 คนจะถูกจับคู่เข้ากับกลุ่มควบคุมเป็นรายคู่ตามคุณลักษณะส่วนบุคคลที่เหมือนกันทุกประการ กระบวนการวิจัยถูกดำเนินการผ่านชุมชนเสมือนจริง ด้วยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการกระทำร่วมเป็นแนวคิดหลัก โดยมีกิจกรรมแทรกแซง 2 กิจกรรม ระยะเวลา 8 สัปดาห์ ประกอบด้วย (1) การให้ความรู้ จำนวน 2 สัปดาห์ และ (2) การสร้างแรงจูงใจ จำนวน 6 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบประสิทธิผลของกิจกรรมแทรกแซง โดยมีสมมุติฐานว่าสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเชิงบวกของกลุ่มทดลองได้มากกว่ากลุ่มควบคุม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data Analysis) โดยเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติ Chi-square test และความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (t-test) ผลการศึกษา พบว่า จากกลุ่
Degree Name
ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Department
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
Degree Discipline
วิจัยประชากรและสังคม
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยมหิดล
