Association between stress, anxiety, and satisfaction of preventing Covid-19 transmission with depression among healthcare workers during work in the Covid-19 pandemic situation at a medical school in Bangkok
4
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi, 86 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2022)
Suggested Citation
Vasinee Sangkaruek Association between stress, anxiety, and satisfaction of preventing Covid-19 transmission with depression among healthcare workers during work in the Covid-19 pandemic situation at a medical school in Bangkok. Thematic Paper (M.Sc. (Occupational Health and Safety))--Mahidol University, 2022). Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113877
Title
Association between stress, anxiety, and satisfaction of preventing Covid-19 transmission with depression among healthcare workers during work in the Covid-19 pandemic situation at a medical school in Bangkok
Alternative Title(s)
ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเครียด วิตกกังวลและความพึงพอใจต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับภาวะซึมเศร้าในบุคลากรทางการแพทย์โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ระหว่างปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโคโรนา 2019
Author(s)
Abstract
This research was a cross-sectional study to assess the association between stress, anxiety, and satisfaction of preventing COVID-19 transmission with depression among healthcare workers during COVID-19 pandemic. The 290 healthcare workers (HCWs) working at the Faculty of Medicine were recruited for a self-administered questionnaire from December 2021 to March 2022. The degree of stress, anxiety, and depression symptoms was assessed by using ST-5 questionnaire, DASS-21 anxiety disorder scale questionnaire and the 9Q questionnaire, respectively. It was found that the main factors that statistically significantly associated with depression included a younger age of less than 40 years, less than 6 hours of sleep, stress level, and anxiety level. This revealed that stress and anxiety level of HCWs were statistically significantly associated with depression. In contrast, participants' satisfaction of organization prevention during the COVID-19 pandemic was not statistically significantly associated with depression. IMPLICATION OF THE THEMATIC PAPER: This study can be used as preliminary information to raise awareness of psychological hazards within the organization and to improve safety measures in the work of personnel under the COVID-19 pandemic.
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเครียด วิตกกังวลและความพึงพอใจต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับภาวะซึมเศร้าในบุคลากรสาธารณสุข ระหว่างปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใช้การตอบแบบสอบถามด้วยตนเองในการเก็บข้อมูลบุคลากรสาธารณสุขจำนวน 290 คนที่ปฏิบัติงานในคณะแพทยศาสตร์โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยประเมินภาวะความเครียดโดยใช้แบบประเมิน ST-5 ประเมินความวิตกกังวลใช้แบบคัดกรองความกังวล DASS-21 ประเมินความซึมเศร้าใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้า (9Q) ปัจจัยหลักที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ชั่วโมงการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ที่มีภาวะความเครียดและความวิตกกังวล ผลของการศึกษาพบว่าบุคลากรสาธารณสุขที่มีความเครียดและวิตกกังวล มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าด้วย ในขณะที่ความพึงพอใจของมาตรการป้องกันการติดเชื้อในองค์กรไม่มีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้า การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้: การศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงอันตรายทางจิตใจ เช่น ภาวะเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าของบุคลากรที่ปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นำไปสู่การเพิ่มหรือปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเครียด วิตกกังวลและความพึงพอใจต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับภาวะซึมเศร้าในบุคลากรสาธารณสุข ระหว่างปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใช้การตอบแบบสอบถามด้วยตนเองในการเก็บข้อมูลบุคลากรสาธารณสุขจำนวน 290 คนที่ปฏิบัติงานในคณะแพทยศาสตร์โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยประเมินภาวะความเครียดโดยใช้แบบประเมิน ST-5 ประเมินความวิตกกังวลใช้แบบคัดกรองความกังวล DASS-21 ประเมินความซึมเศร้าใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้า (9Q) ปัจจัยหลักที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ชั่วโมงการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ที่มีภาวะความเครียดและความวิตกกังวล ผลของการศึกษาพบว่าบุคลากรสาธารณสุขที่มีความเครียดและวิตกกังวล มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าด้วย ในขณะที่ความพึงพอใจของมาตรการป้องกันการติดเชื้อในองค์กรไม่มีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้า การนำผลของสารนิพนธ์ไปใช้: การศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงอันตรายทางจิตใจ เช่น ภาวะเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าของบุคลากรที่ปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นำไปสู่การเพิ่มหรือปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Occupational Health and Safety
Degree Grantor(s)
Mahidol University
