Development of spiritual well-being scale for Thai patients with cancer
6
Issued Date
2024
Copyright Date
2017
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 257 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Nursing))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Panchan Thapanakulsuk Development of spiritual well-being scale for Thai patients with cancer. Thesis (Ph.D. (Nursing))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/91661
Title
Development of spiritual well-being scale for Thai patients with cancer
Alternative Title(s)
การพัฒนาแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทย
Author(s)
Abstract
The purposes of this study were to develop the SWS-TC for assessing the spiritual well-being of Thai patients with cancer, and to test its psychometric properties. The construct definition and content domains of the SWS-TC were developed through the semi-structured interviews. The individualistic view was used as the conceptual framework to guide in the instrument development. Content validity was examined using a panel of five experts, and cognitive interviews were conducted with 20 patients with cancer. The content validity index (CVI) was .88; the SWS-TC instruments contained 20 items, and Cronbach's alpha coefficient for internal consistency reliability was .94. Identifying the dimensions of spiritual well-being was assessed through principle component analysis (PCA) with varimax rotation using EFA. The criteria were factor loading greater than .40 and an eigenvalue greater than one. There were 190 participants in this step. The results indicated that there were 4 factors that can explain the spiritual well-being of Thai patients with cancer: 1) spiritual strengthening, 2) spiritual suffering, 3) spiritual uncertainty, and 4) spiritual readiness, which accounted for 58.34% of the total variance. The construct validity was tested by using Confirmatory factor analysis (CFA) with structural equation modeling (SEM).The results revealed that the measurement model had good fit the data with χ2 = 141.97, df = 149 (p = 0.65), χ2/df = .95, GFI = .93, AGFI = .90, NFI = .97, NNFI = 1.00, CFI = 1.00, RFI = .96, SRMR = .05, and RMSEA = .00. The Cronbach's alpha coefficients of the total scale was .76. The SWS-TC presented sufficient evidence to support concurrent validity according to the degree of the correlation coefficient between the SWS-TC and the three other instruments. Pearson's correlation coefficient between the SWS-TC and the Thai version of the Modified Spiritual Well-being Scale was .66 (p < .001). The Spearman rank correlation revealed that a positive significant relationship = .75 (p < .001) was found between the SWS-TC and the SWS-TBACI and was .58 (p < .001) for the SWS-TC and the satisfaction part of QLI-Cancer version III.The SWS-TC demonstrated good internal consistency reliability with evidence to support the content, construct, and concurrent validity. This instrument should be useful for the study to assess of spiritual well-being of Thai patients with cancer.
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบคุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยาของแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทย (SWS-TC) โดยความหมายและองค์ประกอบของความผาสุกด้านจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งคนไทยในการศึกษาครั้งนี้ ได้พัฒนามาจากการสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง โดยกรอบแนวคิดในการศึกษานี้คือ ความเป็นปัจเจกบุคคล เครื่องมือนี้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง จำนวน 5 คน และและแบบวัดนี้ผ่านการสัมภาษณ์กระบวนการคิด (Cognitive interview) ในผู้ป่วยมะเร็ง จำนวน 2 รอบ โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมรอบละ 10 คน พบว่าค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (S-CVI) เท่ากับ .88. แบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยมีข้อคำถาม 20 ข้อ ในการศึกษานำร่องพบว่าแบบวัดนี้มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบวัดนี้ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยาโดยเก็บข้อมูลในผู้ป่วยมะเร็งทั้งชายและหญิง จำนวน 190 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยชายที่เป็นมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ และผู้ป่วยหญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ โดยทำการทดสอบ ความตรงเชิงโครงสร้างด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจด้วยวิธี Principle Component Analysis (PCA) หมุนแกนแบบตั้งฉากโดยมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมากกว่า .40 ผลการวิเคราะห์พบว่าแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทย ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณ 2) ความทุกข์ทางจิตวิญญาณ 3) ความไม่แน่นอนทางจิตวิญญาณ และ 4) การเตรียมความพร้อมด้านจิตวิญญาณ ซึ่งสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ 58.34% และนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน โดยเก็บข้อมูลในผู้ป่วยกลุ่มใหม่ จำนวน 203 คน ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่า โครงสร้างองค์ประกอบความผาสุกด้านจิตวิญญาณมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี (X2= 141.97, df = 149 (p = 0.65), X2/df = .95, GFI = .93, AGFI = .90, NFI = .97, NNFI = 1.00, CFI = 1.00, RFI = .96, SRMR = .05, และ RMSEA = .00) แบบวัดนี้มีค่าความเชื่อมั่นชนิดความสอดคล้องภายใน (Cronbach's alpha coefficients) ของแบบวัดทั้งฉบับเท่ากับ .76 นอกจากนี้ยังมีความตรงตามสภาพ (Concurrent validity)โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson's correlation coefficient )ระหว่างคะแนนรวมของแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยกับแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณฉบับภาษาไทย มีค่า เท่ากับ .66 (p < .001). นอกจากนี้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Spearman rank correlation) ของแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยกับแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณของผู้ใหญ่ชาวไทยพุทธที่เจ็บป่วยเรื้อรังมีค่าเท่ากับ .75 (p < .001) และแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยกับดัชนีวัดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง (เฉพาะส่วนความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิต ) มีค่าเท่ากับ .58 (p < .001). การศึกษาครั้งนี้พบว่า เครื่องมือนี้มีค่าความเชื่อมั่นชนิดความสอดคล้องภายใน ความตรงเชิงเนื้อหา ความตรงเชิง โครงสร้าง และความตรงตามสภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการประเมินความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับ ผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นคนไทย
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบคุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยาของแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทย (SWS-TC) โดยความหมายและองค์ประกอบของความผาสุกด้านจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็งคนไทยในการศึกษาครั้งนี้ ได้พัฒนามาจากการสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง โดยกรอบแนวคิดในการศึกษานี้คือ ความเป็นปัจเจกบุคคล เครื่องมือนี้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง จำนวน 5 คน และและแบบวัดนี้ผ่านการสัมภาษณ์กระบวนการคิด (Cognitive interview) ในผู้ป่วยมะเร็ง จำนวน 2 รอบ โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมรอบละ 10 คน พบว่าค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (S-CVI) เท่ากับ .88. แบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยมีข้อคำถาม 20 ข้อ ในการศึกษานำร่องพบว่าแบบวัดนี้มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบวัดนี้ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยาโดยเก็บข้อมูลในผู้ป่วยมะเร็งทั้งชายและหญิง จำนวน 190 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยชายที่เป็นมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ และผู้ป่วยหญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ โดยทำการทดสอบ ความตรงเชิงโครงสร้างด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจด้วยวิธี Principle Component Analysis (PCA) หมุนแกนแบบตั้งฉากโดยมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมากกว่า .40 ผลการวิเคราะห์พบว่าแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทย ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณ 2) ความทุกข์ทางจิตวิญญาณ 3) ความไม่แน่นอนทางจิตวิญญาณ และ 4) การเตรียมความพร้อมด้านจิตวิญญาณ ซึ่งสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ 58.34% และนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน โดยเก็บข้อมูลในผู้ป่วยกลุ่มใหม่ จำนวน 203 คน ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่า โครงสร้างองค์ประกอบความผาสุกด้านจิตวิญญาณมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี (X2= 141.97, df = 149 (p = 0.65), X2/df = .95, GFI = .93, AGFI = .90, NFI = .97, NNFI = 1.00, CFI = 1.00, RFI = .96, SRMR = .05, และ RMSEA = .00) แบบวัดนี้มีค่าความเชื่อมั่นชนิดความสอดคล้องภายใน (Cronbach's alpha coefficients) ของแบบวัดทั้งฉบับเท่ากับ .76 นอกจากนี้ยังมีความตรงตามสภาพ (Concurrent validity)โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson's correlation coefficient )ระหว่างคะแนนรวมของแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยกับแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณฉบับภาษาไทย มีค่า เท่ากับ .66 (p < .001). นอกจากนี้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Spearman rank correlation) ของแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยกับแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณของผู้ใหญ่ชาวไทยพุทธที่เจ็บป่วยเรื้อรังมีค่าเท่ากับ .75 (p < .001) และแบบวัดความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคนไทยกับดัชนีวัดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง (เฉพาะส่วนความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิต ) มีค่าเท่ากับ .58 (p < .001). การศึกษาครั้งนี้พบว่า เครื่องมือนี้มีค่าความเชื่อมั่นชนิดความสอดคล้องภายใน ความตรงเชิงเนื้อหา ความตรงเชิง โครงสร้าง และความตรงตามสภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการประเมินความผาสุกด้านจิตวิญญาณสำหรับ ผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นคนไทย
Description
Nursing (Mahidol University 2017)
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
Mahidol University. Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
Degree Discipline
Nursing
Degree Grantor(s)
Mahidol University
