การพัฒนาแนวทางการดูแลทารกแรกเกิดที่มารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอด

dc.contributor.authorยิ่งขวัญ อยู่รัตน์en_US
dc.contributor.authorปราณี ขำคมกุลen_US
dc.contributor.authorบุญยรัตน์ ปิ่นเวหาen_US
dc.contributor.authorผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงานen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดีen_US
dc.date.accessioned2022-08-31T15:10:56Z
dc.date.available2022-08-31T15:10:56Z
dc.date.created2565-08-31
dc.date.issued2564
dc.descriptionปัญญามหิดล คุณภาพคน คุณภาพงาน " Mahidol culture : M-A-H-I-D-O-L”. ณ อาคารมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, นครปฐม. 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564. หน้า 93-94en_US
dc.description.abstractห้องคลอดให้การดูแลทารกที่เกิดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่ แรกเริ่มโดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทีมกุมารแพทย์และทีมสูติแพทย์ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการลดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก เนื่องจาก โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นโรงเรียนแพทย์ทำให้มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของ แพทย์ประจำบ้านและมีพยาบาลจบใหม่เข้ามาปฏิบัติงาน และจากจำนวน ผู้รับบริการในกลุ่มมารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอดมีปริมาณไม่มากนักเฉลี่ย ปีละ 10-15 ราย ทำให้ทีมผู้ดูแลไม่ได้มีความชำนาญมากในการให้การดูแล และระบบการทำงานไม่ได้มีการเอื้ออำนวยมากทำให้เกิดเหตุการณ์และปัญหา ที่พบได้แก่ มีรายงานการคำนวณยาต้านไวรัสให้ทารกแรกเกิดเกินจำนวน (Over doses) เกิดขึ้นในห้องคลอดจำนวน 1 ครั้ง ระบบเดิมที่มีการใช้ HN ของมารดาในการคีย์ยาต้านไวรัส Zidovudine (AZT syrup) มาเตรียมไว้ สำหรับให้ยาทารกแรกเกิดทันทีทำให้ไม่มีข้อมูลในระบบของโรงพยาบาล เกี่ยวกับการได้รับยาครั้งแรกของทารก มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้หากมี การตรวจสอบภายหลัง มีการใช้ระบบการ Stock ยาต้านไวรัส Zidovudine (AZT syrup) ซึ่งไม่เหมาะสมเนื่องจากอัตราการใช้น้อยทำให้ยาหมดอายุไป ก่อน และเสี่ยงต่อการบริหารยาเองโดยไม่ผ่านเภสัชกร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ระบบโดยการรอให้ทารกเกิดมี HN และ AN แล้วจึงค่อยทำการเบิกยาโดยใช้ ใบยา COPY (เนื่องจากในห้องคลอดไม่มีระบบ IPD ของทารกแรกเกิดจึงไม่ สามารถทำการคีย์สั่งยาจากระบบได้) ที่ห้องยาชั้นใต้ดินอาคาร 4 ชั้น 1 บางครั้งยาขาดต้องไปติดต่อจากคลังยาอื่นทำให้ทารกได้รับยาต้านไวรัสช้า เกินไป (มีการได้รับยาต้านไวรัสหลังเกิด 5 ชั่วโมงเนื่องจากห้องยาไม่ทราบว่า จะมีการใช้ยาทำให้ไม่ได้มีการเตรียมยาไว้) สูตรยาต้านไวรัสที่มีการปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลเชิงประจักษ์ทำให้บางครั้งทารกได้รับยาไม่ ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทางห้องคลอด โรงพยาบาลรามาธิบดีจึง ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงการดูแลทารกกลุ่มมารดาติดเชื้อเอชไอวีขึ้นเพื่อ เป็นการวางแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐาน ทารกได้รับยาด้าน ไวรัสที่ครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก และเพื่อให้ เจ้าหน้าที่และทีมสุขภาพปลอดภัยไม่เกิดการติดเชื้อจากการทำงานเชื่อมโยง สอดคล้องกับ 2P Safety ด้าน Patient Care Process, Infection Control และ Medication Safety และเพื่อเตรียมขอรับการรับรองเฉพาะโรคด้านเอช ไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ผลดำเนินโครงการ 4 ปีพบว่า เวลาเฉลี่ยที่ทารกได้รับยาต้านเอชไอวี ภายหลังคลอดไม่เกิน 2 ชั่วโมงและอัตราการปฏิบัติตามแนวทางการดูแล ทารกแรกเกิดมารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอดเพิ่มขึ้นครบถ้วนคิดเป็น 100%en_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/79472
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderกองพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectทารกแรกเกิดen_US
dc.subjectมารดาติดเชื้อเอชไอวีen_US
dc.subjectเชื้อเอชไอวีen_US
dc.subjectHIVen_US
dc.subjectีห้องคลอดen_US
dc.subjectMahidol Quality Fairen_US
dc.titleการพัฒนาแนวทางการดูแลทารกแรกเกิดที่มารดาติดเชื้อเอชไอวีในห้องคลอดen_US
dc.typeProceeding Abstracten_US

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ra-pc-yingkwan-2564.pdf
Size:
1.19 MB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description: