การประเมินคุณภาพของรำข้าวเจ้าในการนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

dc.contributor.authorดวงใจ มาลัยen_US
dc.contributor.authorบุญทวี กุยยกานนท์ เบทส์en_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาโภชนวิทยา.en_US
dc.date.accessioned2015-08-28T03:49:01Z
dc.date.accessioned2021-09-15T16:04:00Z
dc.date.available2015-08-28T03:49:01Z
dc.date.available2021-09-15T16:04:00Z
dc.date.created2558-08-28
dc.date.issued2544
dc.descriptionประชุมวิชาการสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 9 เรื่องการกระจายอำนาจ: ผลกระทบและทิศทางการพัฒนาสุขภาพ, วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2544 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ. กรุงเทพ: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2544. หน้า 105.en
dc.description.abstractรำข้าวเจ้าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันพืช อาหารสัตว์และอื่นๆ ซึ่งมีมูลค่าต่ำ จากการศึกษาพบว่า รำข้าวเจ้ามีผลดีต่อสุขภาพของสัตว์ทดลองและมนุษย์ จึงน่าจะนำมาใช้เป็นแหล่งของวัตถุดิบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยาของรำข้าวเจ้าพร้อมทั้งประเมินคุณภาพในการนำไปใช้เป็นอาหาร โดยศึกษาในรำข้าวเจ้านึ่ง (รำนึ่ง) และกากรำข้าวเจ้า (กากรำ) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมันนนของรำนึ่ง ตัวอย่างที่ใช้ได้จากโรงงานสกัดน้ำมันพืช จังหวัดปทุมธานี ในระหว่าง มกราคม ถึง ธันวาคม 2543 โดยสุ่มตัวอย่าง 3 ซ้ำ ผลการศึกษาทางกสยภาพพบว่า รำนึ่งมีสีเหลืองออกแดง ขณะที่กากรำมีสีเหลืองอ่อน ทั้งสองชนิดมีสิ่งแปลกปลอมน้อย และกากรำมีขนาดอนุภาคเล็กจำนวนมากกว่ารำนึ่ง โดยรำนึ่งมีอนุภาคส่วนใหญ่มีขนาดน้อยกว่า 50 เมช (72.11%) ขณะที่อนุภาคของกากรำส่วนใหญ่มีขนาดน้อยกว่า 100 เมช (51.50%) การกำมีโครงสร้างเป็นรูพรุนมากกว่ารำนึ่งและการรำมีความหนืดต่ำ และรำข้าวทั้งสองชนิกไม่เกิดเจล ผลการสึกษาสมบัติทางเคมีพบว่าส่วนประกอบของอาหารของรำนึ่งมีน้อยกว่ากากรำ ยกเว้นไขมัน โดยรำนึ่งมีโปรตีนและใยอาหารน้อยกว่ากากรำ ยกเว้นไขมัน โดยรำนึ่งและใยอาหารน้อยกว่ากากรำ (11.66 และ 16.87, 27.96 และ 36.74 หน่วย ตามลำดับ) รำทั้งสองชนิดมีปริมาณไฟเตตสูง ไม่พบอะฟลาทอกซินบี 1 ในรำทั้งสองชนิด และรำทั้งสองชนิดมีค่า Aw และ pH ใกล้เคียงกัน และมีปริมาณแป้งน้อย ผลการศึกษาทางจุลชีวิทยาพบว่า รำทั้งสองชนิดมีปรอมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดค่อนข้างสูงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (<106 โคโลนี/กรัม) และมีปริมาณราเกินเกณฑ์ของอาหารประเภทแป้ง (>102 โคโรนี/กรัม) และไม่พบยีสต์ในรำนึ่ง แต่พบมากในกากรำและจากผลของการทดสอบทางประสาทสัมผัสพบว่า กากรำมีกลิ่นหอมของรำปกติและมีสีอ่อน ขณะที่รำนึ่งมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและมีสีคล้ำ จึงสามารถประเมินผลโดยสรุปได้ว่ากากรำมีข้อดีทางกสยภาพเคมี และประสาทสัมผัสมากกว่ารำนึ่งในการพิจารณานำไปใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำรำข้าวเจ้ามาใช้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารโดยตรง แต่สามารถนำไปใช้โดยอ้อม เช่นนำไปใช้สกัดเอาสารที่มีประโยชน์ และถ้าต้องการนำมาใช้โดยตรงควรนำไปผ่านกระบวนการบางอย่างเพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ หรือปรับปรุงเรื่องสุขลักษณะขงอโรงงานสกัดน้ำมันในการผลิตและเก็บรักษาให้เหมาะสมen_US
dc.description.sponsorshipได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากเงินทุน CMBen_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63532
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectการประเมินคุณภาพen_US
dc.subjectผลิตภัณฑ์อาหารen_US
dc.subjectรำข้าวเจ้าen_US
dc.titleการประเมินคุณภาพของรำข้าวเจ้าในการนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารen_US
dc.typeProceeding Abstracten_US

Files

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Plain Text
Description: