Effects of windlass enhancing feature on Kinematics and kinetics during late stance phase of running
10
Issued Date
2023
Copyright Date
2017
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiv, 145 leaves : ill.
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Sports Science))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Onwaree Ingkatecha Effects of windlass enhancing feature on Kinematics and kinetics during late stance phase of running. Thesis (Ph.D. (Sports Science))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/89832
Title
Effects of windlass enhancing feature on Kinematics and kinetics during late stance phase of running
Alternative Title(s)
ผลของคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาสต่อคิเนมาติกส์ในช่วงสุดท้ายของการลงน้ำหนักของการวิ่ง
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The purpose of this study was to investigate the biomechanical aspects in the running footwear with and without windlass enhancing feature on kinematic and kinetic changes in the late stance phase of running. Fourteen healthy participants were regular recreational runners at least 3 days per week with age 20+0.66 years old, body weight 64.56+5.79 kgs, height 171.79+4.66 cm. and BMI 21.87+1.62 kg/m2. Data collection was conducted by 3 dimensional motion analysis system with 8 infrared cameras and AMTI force platform. Visual 3D was used to calculate all parameters. Repeated measure analysis of variance was conducted with statistical acceptance at 0.05 level. The results presented the significant differences of range of motion (ROM) of both Lt. and Rt. Metatarsophalangeal joints (MTPJs) when comparing between barefoot (BF), the running footwear with and without windlass enhancing feature (RW and RNW) throughout the last 40 percent of running cycle. BF and RNW had greater plantarflexion than RW. RNW had greater plantarflexion than RW between the 61st and 66th percentage, BF had greater plantarflexion than RNW between the 83rd and 98th percentage in Lt. ankle, BF had greater plantarflexion than RW between the 61st and 64th percentage (p < 0.05). BF had greater extension than RW between the 61st and 71st percentage (p < 0.05). As for the vertical ground reaction force (VGRF) revealed that BF had greater VGRF than RW between the 61st and 84th, and BF had greater VGRF than RNW between the 65th and 84th percentage in Lt. lower extremity, BF had greater VGRF than RNW between the 67th and 82nd percentage in Rt. lower extremity (p < 0.05). No significant difference was found in ROM of Lt. hip and both knee between BF, RW and RNW, VGRF between RW and RNW in lower extremity, between BF and RW, between RW and RNW in Rt. lower extremity throughout the last 40 percent of running cycle. In conclusion, the windlass enhancing feature effects on the movement of lower extremities, especially MTPJs. Although the significant difference was not found in VGRF, the propulsive force in RW was less than RNW and BF in the late phase. In addition, the movements of both lower extremities were different even it was the same movement pattern.
งานศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวกลศาสตร์ของรองเท้าที่มี และไม่มีคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาสต่อการเปลี่ยนแปลงทางคิเนมาติกส์ และคิเนติกส์ในช่วงสุดท้ายของการลงน้ำหนักของการวิ่ง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้มีสุขภาพดี จำนวน 14 คน ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นประจำอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ อายุเฉลี่ย 20.14+0.66 ปี น้ำหนักตัวเฉลี่ย 64.56+5.79 กิโลกรัม ส่วนสูงเฉลี่ย 171.79+4.66 เซนติเมตร และค่าดัชนีมวลกาย 21.87+1.62 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยเครื่อง วิเคราะห์การเคลื่อนไหว 3 มิติโดยใช้กล้องวิดีโออินฟาเรด 8 ตัว และเครื่องวัดแรงปฏิกิริยาจากพื้น AMTI ทำการคำนวณข้อมูลทั้งหมดด้วยโปรแกรม Visual 3D นำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสติถิโดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนที่มีการวัดซ้ำที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (p < 0.05) ผลการศึกษาพบความแตกต่างของพิสัยการเคลื่อนไหว (ROM) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ที่ข้อต่อ Metatarsophalangeal (MTPJs) ทั้งข้างซ้ายและขวา เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเท้าเปล่า (BF) กับรองเท้าที่มีคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาส (RW) และรองเท้าที่มีกับไม่มีคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาส (RNW) ตลอด 40 เปอร์เซ็นต์ท้ายของ วงรอบการวิ่ง โดย BF และRNW มี Plantarflexion มากกว่า RW ROM ของข้อเท้าซ้ายใน RNW มี Plantarflexion มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-66 และใน BF มี Plantarflexion มากกว่า RNW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 83-98 ข้อเท้าขวาใน BF มี Plantarflexion มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-64 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ROM ของข้อสะโพกขวาใน BF มี Extension มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-71 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) แรงปฏิกิริยาจากพื้นในแนวดิ่ง (VGRF) พบว่า VGRF ของของขาซ้ายใน BF มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-84 และใน BF มากกว่า RNW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 65-84 และ VGRF ของขาขวาใน BF มากกว่า RNW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 67-82 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) และไม่พบความแตกต่างใน ROM ของข้อสะโพกซ้าย ข้อเข่าทั้ง 2 ข้างระหว่าง BF RW และ RNW แรงปฏิกิริยาจากพื้นระหว่าง RW กับ RNW ในขาซ้าย และระหว่าง BF กับ RW และ RW กับ RNW ในขาขวาตลอด 40 เปอร์เซ็นต์ท้ายของวงรอบการวิ่ง สรุปผลการศึกษาในครั้งนี้คุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาสส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของขา โดยเฉพาะที่ MTPJs ถึงแม้ว่าจะไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในแรงปฏิกิริยาจากพื้น แต่พบว่า RW จะมีแรงถีบเท้าในช่วงท้ายน้อยกว่า RNW และ BF อีกทั้งยังพบอีกว่า การเคลื่อนไหวของขาทั้ง 2 ข้างมีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบเดียวกัน
งานศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวกลศาสตร์ของรองเท้าที่มี และไม่มีคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาสต่อการเปลี่ยนแปลงทางคิเนมาติกส์ และคิเนติกส์ในช่วงสุดท้ายของการลงน้ำหนักของการวิ่ง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้มีสุขภาพดี จำนวน 14 คน ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นประจำอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ อายุเฉลี่ย 20.14+0.66 ปี น้ำหนักตัวเฉลี่ย 64.56+5.79 กิโลกรัม ส่วนสูงเฉลี่ย 171.79+4.66 เซนติเมตร และค่าดัชนีมวลกาย 21.87+1.62 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยเครื่อง วิเคราะห์การเคลื่อนไหว 3 มิติโดยใช้กล้องวิดีโออินฟาเรด 8 ตัว และเครื่องวัดแรงปฏิกิริยาจากพื้น AMTI ทำการคำนวณข้อมูลทั้งหมดด้วยโปรแกรม Visual 3D นำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสติถิโดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนที่มีการวัดซ้ำที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (p < 0.05) ผลการศึกษาพบความแตกต่างของพิสัยการเคลื่อนไหว (ROM) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ที่ข้อต่อ Metatarsophalangeal (MTPJs) ทั้งข้างซ้ายและขวา เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเท้าเปล่า (BF) กับรองเท้าที่มีคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาส (RW) และรองเท้าที่มีกับไม่มีคุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาส (RNW) ตลอด 40 เปอร์เซ็นต์ท้ายของ วงรอบการวิ่ง โดย BF และRNW มี Plantarflexion มากกว่า RW ROM ของข้อเท้าซ้ายใน RNW มี Plantarflexion มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-66 และใน BF มี Plantarflexion มากกว่า RNW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 83-98 ข้อเท้าขวาใน BF มี Plantarflexion มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-64 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ROM ของข้อสะโพกขวาใน BF มี Extension มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-71 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) แรงปฏิกิริยาจากพื้นในแนวดิ่ง (VGRF) พบว่า VGRF ของของขาซ้ายใน BF มากกว่า RW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 61-84 และใน BF มากกว่า RNW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 65-84 และ VGRF ของขาขวาใน BF มากกว่า RNW ระหว่างเปอร์เซ็นต์ที่ 67-82 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) และไม่พบความแตกต่างใน ROM ของข้อสะโพกซ้าย ข้อเข่าทั้ง 2 ข้างระหว่าง BF RW และ RNW แรงปฏิกิริยาจากพื้นระหว่าง RW กับ RNW ในขาซ้าย และระหว่าง BF กับ RW และ RW กับ RNW ในขาขวาตลอด 40 เปอร์เซ็นต์ท้ายของวงรอบการวิ่ง สรุปผลการศึกษาในครั้งนี้คุณลักษณะที่ส่งเสริมกลไกวินด์ลาสส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของขา โดยเฉพาะที่ MTPJs ถึงแม้ว่าจะไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในแรงปฏิกิริยาจากพื้น แต่พบว่า RW จะมีแรงถีบเท้าในช่วงท้ายน้อยกว่า RNW และ BF อีกทั้งยังพบอีกว่า การเคลื่อนไหวของขาทั้ง 2 ข้างมีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบเดียวกัน
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral Degree
Degree Department
College of Sports Science and Technology
Degree Discipline
Sports Science
Degree Grantor(s)
Mahidol University
