The effect of group cognitive behavior play therapy program on self-control among late childhood
10
Issued Date
2018
Copyright Date
2018
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
ix, 111 leaves : col. ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Clinical Psychology))--Mahidol University, 2018
Suggested Citation
Yanisa Kiattisirichai The effect of group cognitive behavior play therapy program on self-control among late childhood. Thesis (M.Sc. (Clinical Psychology))--Mahidol University, 2018. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/92313
Title
The effect of group cognitive behavior play therapy program on self-control among late childhood
Alternative Title(s)
ผลของโปรแกรมกลุ่มการเล่นบำบัดชนิดปรับความคิดและพฤติกรรมต่อความสามารถในการควบคุมตนเองของเด็กตอนปลาย
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The objective of this studying was to develop and evaluate the effectiveness of group cognitive behavior play therapy program on self-control among late childhood in foster care. The 12 boys with age 8-10 years at Mahamek Home for Boys attended the 40-50 minutes group session twice a week for 7 consecutive weeks. The effectiveness of the program was evaluated by using externalizing domain in Thai Youth Checklist (TYC) and Self-Control Skill in 5 Situations Test. Descriptive statistic, Wilcoxon Signed Ranks Test, and qualitative analysis were used in data analysis. Results revealed increment in mean score of Self-Control in 5 Situations Test with p-value at .267, related to decrement in mean score of overall externalizing behavior problem in TYC with p-value at .086. Examined score in sub-domain of TYC found statistically decreased in aggression sub-domain with p-value at .028 and decreased in externalizing and impulsivity with p-value at .257 and .146, but found slightly increased in immaturity sub-domain with p-value at .892. The results conclude that the program is effective in fostering self-control skill especially in aggressive domain among foster child with age 8-10 years old. However, this program is needed to be developed by including caretaker in group session for enhancing the program effectiveness. To diminish the limitation of this study, investigating in controlled experimental design and long-term effectiveness should be done in further research.
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมกลุ่มการเล่นบำบัดชนิดปรับความคิดและพฤติกรรมต่อความสามารถในการควบคุมตนเองของเด็กตอนปลายในสถานสงเคราะห์ โปรแกรมประกอบด้วยกิจกรรมรายบุคคลก่อน 1 ครั้งและกิจกรรมกลุ่ม 14 ครั้ง ดำเนินกิจกรรมกลุ่มครั้งละ 40-50 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้งทำต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ กับเด็กชายอายุ 8-10 ปี ในสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ ประเมินการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มจากแบบสำรวจพฤติกรรมเด็ก (TYC) ด้านปัญหาพฤติกรรมการแสดงออก และแบบประเมินความสามารถในการควบคุมตนเอง ชนิดสถานการณ์ โดยใช้ descriptive statistic, Wilcoxon sign rank test และ qualitative analysis ผลการวิจัยพบการเพิ่มขึ้นของค่าเฉลี่ยคะแนนจากแบบประเมินความสามารถในหารควบคุมตนเองชนิดสถานการณ์ (p-value = .267) สอดคล้องกับการลดลงของปัญหาพฤติกรรมแสดงออกจากแบบประเมิน TYC (p-value = .086) และเมื่อพิจารณาด้านย่อยของแบบประเมิน TYC พบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านพฤติกรรมก้าวร้าว (pvalue = .028) เช่นเดียวกับด้านปัญหาพฤติกรรมเกเรและด้านหุนหันผันแล่นที่ลดลง (p-value = .257 และ .146) แต่ทั้งนี้พบการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปัญหาพฤติกรรมด้านเด็กกว่าวัย (p-value = .892) จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเอง และลดปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกได้โดยเฉพาะพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กชายอายุ 8-10 ปีใน สถานสงเคราะห์ได้ อย่างไรก็ตามโปรแกรมครั้งนี้ยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาต่อ พิจารณานา ผู้ปกครองเข้าร่วมในกลุ่มบำบัดเป็นข้อแนะนำสำหรับการวิจัยต่อไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรม และควรศึกษาประสิทธิภาพของโปรแกรมในระยะยาวเพิ่มเติม
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมกลุ่มการเล่นบำบัดชนิดปรับความคิดและพฤติกรรมต่อความสามารถในการควบคุมตนเองของเด็กตอนปลายในสถานสงเคราะห์ โปรแกรมประกอบด้วยกิจกรรมรายบุคคลก่อน 1 ครั้งและกิจกรรมกลุ่ม 14 ครั้ง ดำเนินกิจกรรมกลุ่มครั้งละ 40-50 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้งทำต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ กับเด็กชายอายุ 8-10 ปี ในสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาเมฆ ประเมินการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มจากแบบสำรวจพฤติกรรมเด็ก (TYC) ด้านปัญหาพฤติกรรมการแสดงออก และแบบประเมินความสามารถในการควบคุมตนเอง ชนิดสถานการณ์ โดยใช้ descriptive statistic, Wilcoxon sign rank test และ qualitative analysis ผลการวิจัยพบการเพิ่มขึ้นของค่าเฉลี่ยคะแนนจากแบบประเมินความสามารถในหารควบคุมตนเองชนิดสถานการณ์ (p-value = .267) สอดคล้องกับการลดลงของปัญหาพฤติกรรมแสดงออกจากแบบประเมิน TYC (p-value = .086) และเมื่อพิจารณาด้านย่อยของแบบประเมิน TYC พบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านพฤติกรรมก้าวร้าว (pvalue = .028) เช่นเดียวกับด้านปัญหาพฤติกรรมเกเรและด้านหุนหันผันแล่นที่ลดลง (p-value = .257 และ .146) แต่ทั้งนี้พบการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปัญหาพฤติกรรมด้านเด็กกว่าวัย (p-value = .892) จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเอง และลดปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกได้โดยเฉพาะพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กชายอายุ 8-10 ปีใน สถานสงเคราะห์ได้ อย่างไรก็ตามโปรแกรมครั้งนี้ยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาต่อ พิจารณานา ผู้ปกครองเข้าร่วมในกลุ่มบำบัดเป็นข้อแนะนำสำหรับการวิจัยต่อไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรม และควรศึกษาประสิทธิภาพของโปรแกรมในระยะยาวเพิ่มเติม
Description
Clinical Psychology (Mahidol University 2018)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
Degree Discipline
Clinical Psychology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
