Strategies to drive the administration of community justice in Thai society
1
Issued Date
2021
Copyright Date
2021
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiii, 525 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (D.P.A. (Public Policy and Public Management))--Mahidol University, 2021
Suggested Citation
Worapol Pinit Strategies to drive the administration of community justice in Thai society. Thesis (D.P.A. (Public Policy and Public Management))--Mahidol University, 2021. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/114986
Title
Strategies to drive the administration of community justice in Thai society
Alternative Title(s)
ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย
Author(s)
Abstract
The objectives of this study are 1) to study the basic information and analyze the environment of community justice administration in Thai society, 2) to compile the concept of creating driven strategies of community justice administration in Thai society, and 3) to synthesize the concept of creating driven strategies of community justice administration in Thai society. The research is divided into three stages. Stage 1 - studying basic information on community justice administration. A questionnaire was prepared by using SWOT analysis technique to ask personnel working in community justice in the pilot provincial justice office in 19 provinces. The results were analyzed to form strategies by using the TOWS Matrix technique. Stage 2 - doing in-depth interview and focus group meeting using Ethnographic Delphi Futures Research (EDFR). Stage 3 - analyzing and synthesizing information for driven strategies of community justice administration in Thai society by undertaking EDFR and seeking of experts’ consensus. The research instruments were a semi-structured interview, questionnaire, and statistics used in data analysis consisted of descriptive analysis, median analysis, mode, and interquartile ranges. The results showed that 1. Driven strategies of Community Justice Administration in Thai society provide a vision of “community justice as a proactive service for equal and fair access to the justice system” for providing justice to people at all levels with community justice as an alternative justice process at the local level in reducing the number of lawsuits in the mainstream justice process. These principles are to create peace and reduce conflicts in society. 2. Based on the study of the environmental context related to community justice, it was found that there were four strategic issues: 1) a strategy for upgrading the operation of the Community Justice Center to support the need for assistance from the people's sector; 2) a strategy for network development at the local level to support the cooperation of the peoples’ sector and the community justice center; 3) a strategy for developing an excellent management system to strengthen the Community Justice Center, and 4) a strategy for using legal powers to facilitate justice through the operation of the Community Justice Center. 3. Regarding the study, it was found that strategy 4, the strategy of using legal powers to facilitate justice through the operation of the Community Justice Center, is considered as a strategic challenge. The problems of government administration with different directions for community justice policies and the lack of direct community justice laws, resulting in the lack of a system for managing community justice, including government mechanisms between the Ministry of Interior and the Ministry of Justice, are not conducive to legal advocacy because of the working contexts not being integrated. 4. The results of the study of driven strategies of community justice administration in Thai society consist of 1 vision, 5 missions, 4 strategic issues, 13 goals, 46 indicators, and 24 strategies. It was found that the stakeholders had consistent opinions that Driving Community Justice Administration in Thai Society was appropriate, feasible to implement, and beneficial to the provision of justice for society.
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย 2) ประมวลแนวคิดในการสร้างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย และ 3) สังเคราะห์แนวคิดในการสร้างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย งานวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานการบริหารงานยุติธรรมชุมชน จัดทำแบบสอบถามด้วยเทคนิค SWOT Analysis ผลสรุปมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกร่างเป็นยุทธศาสตร์ด้วยเทคนิค TOWS Matrix ขั้นตอนที่ 2 ประมวลแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการประชุมกลุ่ม (Focus Group) ด้วยเทคนิค Ethnographic Delphi Futures Research (EDFR) ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทยด้วยการหาฉันทามติ (Consensus) จากผู้ทรงคุณวุฒิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย การพรรณนาวิเคราะห์ การวิเคราะห์หาค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ผลการวิจัยพบว่า 1. ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย มีวิสัยทัศน์คือ “ยุติธรรมชุมชนเป็นงานบริการเชิงรุกเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม” เพื่ออำนวยความ เป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกระดับชั้นด้วยงานยุติธรรมชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือกในระดับท้องถิ่น เพื่อลดปริมาณคดีความในกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก เป็นการสร้างความสงบสุขลดความขัดแย้งในสังคม 2. จากการศึกษาบริบทสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับยุติธรรมชุมชนพบว่ามีประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเด็น ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์การยกระดับการดำเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อรองรับความต้องการขอรับความช่วยเหลือจากภาคประชาชน 2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่ายระดับท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน 3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริหารจัดการที่เป็นเลิศเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ศูนย์ยุติธรรมชุมชน และ 4) ยุทธศาสตร์การใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่ออำนวยความเป็นธรรมผ่านการดำเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน 3. จากการศึกษาพบว่ายุทธศาสตร์ที่ 4 ยุทธศาสตร์การใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่ออำนวยความเป็นธรรมผ่านการดำเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความท้าทาย (Strategic Challenge) เพราะปัญหาการบริหารงานของภาครัฐที่มีทิศทางการจัดทำนโยบายงานยุติธรรมชุมชนที่แตกต่างกัน และขาดการจัดทำกฎหมายยุติธรรมชุมชนโดยตรง ส่งผลถึงการขาดความเป็นระบบในการบริหารจัดการงานยุติธรรมชุมชน รวมไปถึงกลไกของภาครัฐระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เอื้อต่อการทำให้เกิดการผลักดันเชิงกฎหมาย เนื่องจากบริบทการทำงานยังไม่สามารถบูรณาการกันได้ 4. ผลสรุปการศึกษายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย ประกอบด้วย 1 วิสัยทัศน์ 5 พันธกิจ 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ 13 เป้าประสงค์ 46 ตัวชี้วัด 24 กลยุทธ์ ทั้งนี้ พบว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ และเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมแก่สังคม
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย 2) ประมวลแนวคิดในการสร้างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย และ 3) สังเคราะห์แนวคิดในการสร้างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย งานวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานการบริหารงานยุติธรรมชุมชน จัดทำแบบสอบถามด้วยเทคนิค SWOT Analysis ผลสรุปมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกร่างเป็นยุทธศาสตร์ด้วยเทคนิค TOWS Matrix ขั้นตอนที่ 2 ประมวลแนวคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการประชุมกลุ่ม (Focus Group) ด้วยเทคนิค Ethnographic Delphi Futures Research (EDFR) ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทยด้วยการหาฉันทามติ (Consensus) จากผู้ทรงคุณวุฒิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย การพรรณนาวิเคราะห์ การวิเคราะห์หาค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ผลการวิจัยพบว่า 1. ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย มีวิสัยทัศน์คือ “ยุติธรรมชุมชนเป็นงานบริการเชิงรุกเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม” เพื่ออำนวยความ เป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกระดับชั้นด้วยงานยุติธรรมชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือกในระดับท้องถิ่น เพื่อลดปริมาณคดีความในกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก เป็นการสร้างความสงบสุขลดความขัดแย้งในสังคม 2. จากการศึกษาบริบทสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับยุติธรรมชุมชนพบว่ามีประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเด็น ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์การยกระดับการดำเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อรองรับความต้องการขอรับความช่วยเหลือจากภาคประชาชน 2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่ายระดับท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน 3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริหารจัดการที่เป็นเลิศเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ศูนย์ยุติธรรมชุมชน และ 4) ยุทธศาสตร์การใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่ออำนวยความเป็นธรรมผ่านการดำเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน 3. จากการศึกษาพบว่ายุทธศาสตร์ที่ 4 ยุทธศาสตร์การใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่ออำนวยความเป็นธรรมผ่านการดำเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความท้าทาย (Strategic Challenge) เพราะปัญหาการบริหารงานของภาครัฐที่มีทิศทางการจัดทำนโยบายงานยุติธรรมชุมชนที่แตกต่างกัน และขาดการจัดทำกฎหมายยุติธรรมชุมชนโดยตรง ส่งผลถึงการขาดความเป็นระบบในการบริหารจัดการงานยุติธรรมชุมชน รวมไปถึงกลไกของภาครัฐระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เอื้อต่อการทำให้เกิดการผลักดันเชิงกฎหมาย เนื่องจากบริบทการทำงานยังไม่สามารถบูรณาการกันได้ 4. ผลสรุปการศึกษายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย ประกอบด้วย 1 วิสัยทัศน์ 5 พันธกิจ 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ 13 เป้าประสงค์ 46 ตัวชี้วัด 24 กลยุทธ์ ทั้งนี้ พบว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการบริหารงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ และเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมแก่สังคม
Degree Name
Doctor of Public Administration
Degree Level
Doctoral degree
Degree Department
Faculty of Social Sciences and Humanities
Degree Discipline
Public Policy and Public Management
Degree Grantor(s)
Mahidol University
