Comparative study between benchmarking and self evaluation for improvement of working environment
Issued Date
2005
Copyright Date
2005
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiv, 212 leaves : ill.
ISBN
9740460801
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Industrial Hygiene and Safety))--Mahidol University, 2005
Suggested Citation
Supaporn Suwanpitak Comparative study between benchmarking and self evaluation for improvement of working environment. Thesis (M.Sc. (Industrial Hygiene and Safety))--Mahidol University, 2005. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/106034
Title
Comparative study between benchmarking and self evaluation for improvement of working environment
Alternative Title(s)
การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างวิธีเปรียบเทียบเพื่อหาวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด และวิธีประเมินตนเองในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน
Author(s)
Abstract
Benchmarking is a searching method to find the best practice by comparison of practices, and absorbtion of the best method in order to develop organizational excellence. This research was quasi-experimental, it aimed to compare two improvements in environment and working conditions. These were the benchmarking method and self evaluation method, which is the process of using intellectual concepts to improve working conditions. The benchmarking performance had 3 steps. The planning step was to survey the working environment, and choose and prepare teams for benchmarking. The search step was to find the best practice for comparison. The observation and analyze step was to report benchmarking findings, and to conclude the results of best practices to achieve working environment improvement. The self evaluation method had 2 steps. The planning step was to survey the working environment, and choose and prepare teams for self evaluation. The observation and evaluation step was to conclude the results of best practices to achieve working environment improvement. Results of this study showed that the benchmarking method and self evaluation method were not significantly different, after a field observation of 216 production workers. There were 88 persons in the benchmarking group and 128 persons in the self evaluation group. The statistical analysis showed that the scores of practice for improving working and environmental conditions were not different (p-value > 0.05). The comparison of recognition of knowledge for safety policy and management between the benchmarking team and self evaluation team revealed that the scores were significantly different (p-value = 0.006). It was also found that the self evaluation team had more recognition concerning the knowledge of safety policy and management than the benchmarking team. The result of this research reveals that the application of a self evaluation method is an appropriate system useful to reduction of unnecessary steps of work and capable of bringing the best benefit to an organization. However, there should be monitoring systems for prevention of bias and discontinuation of practices.
เบนซ์มาร์กกิ้ง เป็นกระบวนการค้นคว้าหาวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุดโดยการเปรียบเทียบกระบวนการหรือวิธีการปฏิบัติกับผู้ที่ทำได้ดีกว่า และนำผลของการเปรียบเทียบนั้นมาปรับปรุงและพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก ทำให้ได้มาซึ่งวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อให้องค์กรก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน 2 วิธี คือวิธีเบนซ์มาร์กกิ้ง และวิธีประเมินตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการใช้ปัญญาพิจารณา ใคร่ครวญตรวจหาเหตุผลเพื่อคิดค้นวิธีปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมการทำงาน สำหรับวิธีเบนซ์มาร์กกิ้งมีขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอนคือ การวางแผน (สำรวจสภาพแวดล้อมการทำงาน, เลือก และเตรียมทีมงานเบนซ์มาร์กกิ้ง) การค้นหา องค์กรที่จะนำมาเปรียบเทียบ จากองค์กรที่ดีที่สุดในกลุ่ม และ การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ( รายงานผลการวัด หรือเปรียบเทียบ, กำหนดเป็นข้อปฏิบัติการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน) และวิธีประเมินตนเองมีขั้นตอนการดำเนินงาน 2 ขั้นตอนคือ การวางแผน (สำรวจสภาพแวดล้อมการทำงาน, เลือก และเตรียมทีมงานประเมินตนเอง) และ การเก็บและประเมินผลข้อมูล (สรุปเป็น ข้อปฏิบัติการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน) ผลการศึกษาพบว่า วิธีเบนซ์มาร์กกิ้ง และวิธีประเมินตนเอง ได้ผลไม่แตกต่างกัน โดยเก็บตัวอย่างในพนักงานฝ่ายผลิต จำนวน 216 คน ในจำนวนนี้เป็น พนักงานโรงงานเบนซ์มาร์กกิ้งจำนวน 88 คน และพนักงานโรงงานประเมินตนเอง จำนวน 128 คน จากการทดสอบทางสถิติพบว่า คะแนนข้อปฏิบัติการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานของวิธีเบนซ์มาร์กกิ้ง และวิธีประเมินตนเอง ไม่แตกต่างกัน (p > 0.05) และจากการเปรียบเทียบคะแนนความตระหนักในความรู้เกี่ยวกับนโยบายและการบริหารงานความปลอดภัย ระหว่างทีมเบนซ์มาร์กกิ้ง กับทีมประเมินตนเอง พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.006) โดยที่ทีมประเมินตนเองมีคะแนนความตระหนักในความรู้เกี่ยวกับนโยบายและการบริหารความปลอดภัยมากกว่าทีมเบนซ์มาร์กกิ้ง ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการนำวิธีการประเมินตนเองมาใช้อย่างมีระบบ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อหน่วยงานได้ แต่ควรที่จะมีระบบติดตามเพื่อป้องกันอคติและความไม่ต่อเนื่องในการปฏิบัติ
เบนซ์มาร์กกิ้ง เป็นกระบวนการค้นคว้าหาวิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุดโดยการเปรียบเทียบกระบวนการหรือวิธีการปฏิบัติกับผู้ที่ทำได้ดีกว่า และนำผลของการเปรียบเทียบนั้นมาปรับปรุงและพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก ทำให้ได้มาซึ่งวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อให้องค์กรก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน 2 วิธี คือวิธีเบนซ์มาร์กกิ้ง และวิธีประเมินตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการใช้ปัญญาพิจารณา ใคร่ครวญตรวจหาเหตุผลเพื่อคิดค้นวิธีปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมการทำงาน สำหรับวิธีเบนซ์มาร์กกิ้งมีขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอนคือ การวางแผน (สำรวจสภาพแวดล้อมการทำงาน, เลือก และเตรียมทีมงานเบนซ์มาร์กกิ้ง) การค้นหา องค์กรที่จะนำมาเปรียบเทียบ จากองค์กรที่ดีที่สุดในกลุ่ม และ การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ( รายงานผลการวัด หรือเปรียบเทียบ, กำหนดเป็นข้อปฏิบัติการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน) และวิธีประเมินตนเองมีขั้นตอนการดำเนินงาน 2 ขั้นตอนคือ การวางแผน (สำรวจสภาพแวดล้อมการทำงาน, เลือก และเตรียมทีมงานประเมินตนเอง) และ การเก็บและประเมินผลข้อมูล (สรุปเป็น ข้อปฏิบัติการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน) ผลการศึกษาพบว่า วิธีเบนซ์มาร์กกิ้ง และวิธีประเมินตนเอง ได้ผลไม่แตกต่างกัน โดยเก็บตัวอย่างในพนักงานฝ่ายผลิต จำนวน 216 คน ในจำนวนนี้เป็น พนักงานโรงงานเบนซ์มาร์กกิ้งจำนวน 88 คน และพนักงานโรงงานประเมินตนเอง จำนวน 128 คน จากการทดสอบทางสถิติพบว่า คะแนนข้อปฏิบัติการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานของวิธีเบนซ์มาร์กกิ้ง และวิธีประเมินตนเอง ไม่แตกต่างกัน (p > 0.05) และจากการเปรียบเทียบคะแนนความตระหนักในความรู้เกี่ยวกับนโยบายและการบริหารงานความปลอดภัย ระหว่างทีมเบนซ์มาร์กกิ้ง กับทีมประเมินตนเอง พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.006) โดยที่ทีมประเมินตนเองมีคะแนนความตระหนักในความรู้เกี่ยวกับนโยบายและการบริหารความปลอดภัยมากกว่าทีมเบนซ์มาร์กกิ้ง ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการนำวิธีการประเมินตนเองมาใช้อย่างมีระบบ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อหน่วยงานได้ แต่ควรที่จะมีระบบติดตามเพื่อป้องกันอคติและความไม่ต่อเนื่องในการปฏิบัติ
Description
Industrial Hygiene and Safety (Mahidol University 2005)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Industrial Hygiene and Safety
Degree Grantor(s)
Mahidol University
