Comparison of risk assessment for decision making by using analytic hierarchy process : case study of tank farm in power plant
Issued Date
2024
Copyright Date
2017
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 106 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.Sc. (Industrial Hygiene and Safety))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Phatchayanee Detchang Comparison of risk assessment for decision making by using analytic hierarchy process : case study of tank farm in power plant. Thematic Paper (M.Sc. (Industrial Hygiene and Safety))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92407
Title
Comparison of risk assessment for decision making by using analytic hierarchy process : case study of tank farm in power plant
Alternative Title(s)
การเปรียบเทียบวิธีการประเมินความเสี่ยงเพื่อใช้ในการตัดสินใจโดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ : กรณีศึกษาคลังน้ำมันเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้า
Author(s)
Abstract
The risk assessment for tank farm in power plant can be done by many techniques. However, there are no studies showing which one is the most suitable for this process. So, the main objective of this study was to compare the effectiveness of risk assessment techniques for the tank farm in power plant which including Checklist, What-If and HAZOP analysis. Risk assessment team was set up by ten workers who had different jobs in power plant. To compare between each technique, the 6 criteria (the number of identified risks, the cost of eliminating intolerable risks, the number of identified human errors, the identified high risk levels , the time and budget required) had been used to perform the assessment. Moreover, the Analytic Hierarchy Process (AHP) which is the method to analyze complex decision were used to determine which ones was the most suitable. The results of this study showed that HAZOP could get the highest number of identified risks and high risk levels whereas, What-if analysis could encounter the greatest number of human errors, and Checklist spent lowest controlling cost, budget and time for hazard identification. The Analytic Hierarchy Process (AHP) which analyzed under the 6 criteria showed that HAZOP was more effective than What-if and Checklist analysis to perform risk assessment of tank farms in power plant with a consistency ratio less than 0.1, which is acceptable.
การประเมินความเสี่ยงในคลังน้ำมันเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้ามีหลายวิธี แต่ยังไม่มีการศึกษาใด ที่แสดงให้เห็นว่าวิธีใดเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสาหรับกระบวนการนี้ ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้จึงมี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีการประเมินความเสี่ยงในคลังน้ามันเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยวิธี Checklist, What-if analysis และ HAZOP โดยมีทีมประเมินความเสี่ยงเป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่แตกต่างกันในโรงไฟฟ้าจำนวน 10 คน การเปรียบเทียบแต่ละวิธี มีเกณฑ์การตัดสินใจที่ใช้ในการประเมินจำนวน 6 เกณฑ์ ได้แก่ จำนวนความเสี่ยงที่พบ, ต้นทุนในการลดความเสี่ยงสูง, จำนวนความผิดพลาดของมนุษย์ที่พบ, จำนวนความเสี่ยงสูงที่พบ, เวลาและงบประมาณที่ใช้นอกจากนั้นยังมีการนำ กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process: AHP) ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์การตัดสินใจที่ซ้ำซ้อน มาใช้ในการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ผลการศึกษาพบว่าวิธี HAZOP มีจำนวนความเสี่ยงและจำนวนความเสี่ยงสูงที่พบมาก ที่สุด แต่วิธี What-if analysis พบจำนวนความผิดพลาดของมนุษย์มากที่สุด และวิธี Checklist ใช้ต้นทุนในการลดความเสี่ยงสูง เวลาและงบประมาณที่ใช้ในการชี้บ่งอันตรายน้อยที่สุด กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) ภายใต้เกณฑ์การตัดสินใจทั้ง 6 เกณฑ์ แสดงให้เห็นว่าวิธี HAZOP มีประสิทธิภาพในการประเมินความเสี่ยงในคลังน้ำมันเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้ามากกว่าวิธี What-if analysis และ Checklist และมีค่าอัตราส่วนความสอดคล้องของข้อมูลน้อยกว่า 0.1 ซึ่งเป็นค่าที่ยอมรับได้
การประเมินความเสี่ยงในคลังน้ำมันเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้ามีหลายวิธี แต่ยังไม่มีการศึกษาใด ที่แสดงให้เห็นว่าวิธีใดเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสาหรับกระบวนการนี้ ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้จึงมี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีการประเมินความเสี่ยงในคลังน้ามันเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยวิธี Checklist, What-if analysis และ HAZOP โดยมีทีมประเมินความเสี่ยงเป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่แตกต่างกันในโรงไฟฟ้าจำนวน 10 คน การเปรียบเทียบแต่ละวิธี มีเกณฑ์การตัดสินใจที่ใช้ในการประเมินจำนวน 6 เกณฑ์ ได้แก่ จำนวนความเสี่ยงที่พบ, ต้นทุนในการลดความเสี่ยงสูง, จำนวนความผิดพลาดของมนุษย์ที่พบ, จำนวนความเสี่ยงสูงที่พบ, เวลาและงบประมาณที่ใช้นอกจากนั้นยังมีการนำ กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process: AHP) ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์การตัดสินใจที่ซ้ำซ้อน มาใช้ในการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ผลการศึกษาพบว่าวิธี HAZOP มีจำนวนความเสี่ยงและจำนวนความเสี่ยงสูงที่พบมาก ที่สุด แต่วิธี What-if analysis พบจำนวนความผิดพลาดของมนุษย์มากที่สุด และวิธี Checklist ใช้ต้นทุนในการลดความเสี่ยงสูง เวลาและงบประมาณที่ใช้ในการชี้บ่งอันตรายน้อยที่สุด กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) ภายใต้เกณฑ์การตัดสินใจทั้ง 6 เกณฑ์ แสดงให้เห็นว่าวิธี HAZOP มีประสิทธิภาพในการประเมินความเสี่ยงในคลังน้ำมันเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้ามากกว่าวิธี What-if analysis และ Checklist และมีค่าอัตราส่วนความสอดคล้องของข้อมูลน้อยกว่า 0.1 ซึ่งเป็นค่าที่ยอมรับได้
Description
Industrial Hygiene and Safety (Mahidol University 2017)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Industrial Hygiene and Safety
Degree Grantor(s)
Mahidol University