Identification of immunological factors which determine disease progression in pediatric AIDS in Thailand
2
Issued Date
2023
Copyright Date
2000
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiv, 154 leaves : ill.
ISBN
9746647172
Access Rights
restricted access
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Microbiology))--Mahidol University, 2000
Suggested Citation
Benjamas Aiamkitsumrit Identification of immunological factors which determine disease progression in pediatric AIDS in Thailand. Thesis (M.Sc. (Microbiology))--Mahidol University, 2000. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/90412
Title
Identification of immunological factors which determine disease progression in pediatric AIDS in Thailand
Alternative Title(s)
การศึกษาปัจจัยทางสภาวะภูมิคุ้มกันซึ่งส่งผลต่อการดำเนินโรคเอดส์ของเด็กในประเทศไทย
Author(s)
Abstract
Human Immunodeficiency Virus Type 1 infection reveals the different patterns of disease progression, especially in children. HIV-infected children represent the disease progression more rapidly than do adults, due to the maturity of immune system, incubation period including property of virus itself. Most of the information come from studying HIV-infected adults, however, the mechanism of disease progression remains to be controversial. The present study investigated the immunological factors, which determine disease progression in pediatric AIDS in Thailand. This study focused only on cellular immune function by determination of co-stimulatory molecule expression on T cells, B cells and monocytes. The presence of co-stimulatory molecules was detected by dual staining with specific mAbs, followed by flow cytometry. The results of this study were as follows: First, symptomatic HIV-infected children exhibited higher amount of CD80 positive B lymphocyte than did the control. In the same group, the expressions of CD80 on monocyte and CD28 on T lymphocyte were significantly diminished when compared to the non-infected control. Second, mild/asymptomatic disease progressor represented a significant reduction of both CD80 on monocyte and CD28 on T lymphocyte expressions whereas the amount of CD80 molecule on B-lymphocytes did not differ in the healthy control. Lastly,CTLA-4 or CD152 expression on T lymphocyte of all HIV-infected children was not different in the non-infected control. In addition, a further study in replicative senescence of immune cells was also performed by Southern hybridization. CD4+ and CD8+ T cells of HIV-infected children showed a significant decrease in Telomere Restriction Fragment (TRF) length, when compared to the healthy control. Remarkably, CD14+ cells of all HIV-infected children did not show a different TRF length from that of the control. This finding suggests that impairment of co-stimulatory mediated immune response and immunosenescence play a role in HIV disease progressions and may lead to immunodeficiency in AIDS children.
เด็กที่ติดเชื้อ HIV จะมีลักษณะการดำเนินโรคแตกต่างไปจากผู้ใหญ่ ความแตกต่าง ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ การดำเนินโรคในเด็กค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับการดำเนิน โรคในผู้ใหญ่ ปัจจัยที่ควบคุมการดำเนินโรคในเด็กได้แก่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย, ระยะเวลาที่ได้รับเชื้อ รวมทั้งคุณสมบัติของไวรัส เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ได้มีผู้ศึกษา อย่างกว้างขวางในผู้ใหญ่ แต่ข้อมูลเหล่านั้นยังไม่สามารถหาข้อสรุปของกลไกที่แน่นอนได้ อาจเนื่องมาจากความซับซ้อนของกลไกหรือ อาจเนื่องมาจากระยะเวลาดำเนินโรคที่ยาวนาน ทำให้การศึกษาในช่วงสั้น ๆ ไม่ได้ข้อมูลที่มีนัยสำคัญ จากการศึกษาโรคติดเชื้อในเด็ก พบว่า ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเด็กเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความรุนแรงและอัตราเร็ว ในการดำเนินโรค ทั้งนี้เนื่องจาก การพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเด็กไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ความสามารถในการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ด้วยเหตุผล ของสภาพภูมิคุ้มกันแะลความเร็วในการดำเนินโรคในเด็ก จึงได้ทำการศึกษาปัจจัยทางภูมิ คุ้มกันที่มีบทบาทต่อการดำเนินโรคในเด็กซึ่งติดเชื้อ HIV ในประเทศไทย โดยการศึกษาจะเน้น เฉพาะภูมิคุ้มกันระดับเซล โดยศึกษาประสิทธิภาพในการทำงานทางอ้อม คือ การศึกษาการแสดงออก ของ co-stimulatory molecules ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการตอบสนองของ T-lymphocyte, B-lymphocyte และ monocyte จากการศึกษาสามารถตรวจพบความผิดปกติในระบบการทำงานของ immune cell ในเด็ก ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละกลุ่ม ดังนี้ เด็กที่มีลักษณะของการ ดำเนินโรคเร็วจะมีปริมาณของ immune cell ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ประสิทธิภาพ ในการทำงานของ immune cell ก็สูญเสียไปด้วยเนื่องจากความผิดปรกติของการแสดงออกของ co-stimulatory molecule นั่นคือ ปริมาณการแสดงออกของ CD80 บน B-lymphocyte เพิ่มขึ้น แต่ใน monocyte จะพบว่าปริมาณ CD80 molecule ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ปริมาณ ของ CD28 molecule ที่แสดงออกบน T lymphocyte ก็ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ส่วนเด็ก ที่มีลักษณะของการดำเนินโรคช้าจะแสดงความผิดปรกติของการแสดงออกของ co-stimulatory molecule ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของ immune cell ลดลงโดยที่ปริมาณของ immune cells ยังไม่ได้ถูกทำลายจนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้ติดเชื้อ นั่นคือ ปริมาณการแสดงออกของ CD80 บน monocyte และ CD28 บน T lymphocyte ลดต่ำลง แต่ ปริมาณ CD80 บน B-lymphocyte นั้นไม่แตกต่างจากเด็กที่ไม่ได้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามไม่พบ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการแสดงออกของ CTLA-4 molecule บน T lymphocyte ในเด็กที่ ติดเชื้อ HIV ที่แตกต่างไปจากเด็กที่ไม่ได้ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาถึงประสิทธิภาพในการทำงานของ immune cell โดยดูจาก turnover rate ของ immune cell ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แก่ CD4+T cell, CD8+T cell และ CD14+cekk จากการศึกษาพบว่าขนาดของ Telomere Restriction Fragment ซึ่งเป็น ตัวบ่งบอกอายุการทำงานของ CD4+T cell และ CD8+T cell ในเด็กที่ติดเชื้อจะมีขนาด สั้นกว่าเด็กที่ไม่ติดเชื้อ HIV นอกจากนี้ยังไม่พบความแตกต่างของขนาด Telomere Restriction Fragment ในกลุ่มของ CD14+ cell อย่างมีนัยสำคัย เมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างเด็กที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ HIV รายงานการวิจัยนี้สามารถบ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพการทำงานของ immune cell โดยผ่านทาง co-stimulatory pathway, จำนวนของ immune cell และอายุการทำงานของ immune cell มีความสัมพันธ์กับอัตราการดำเนินโรค รวมถึงความรุนแรงของโรค AIDS ของเด็กที่ติดเชื้อ HIV ในประเทศไทย
เด็กที่ติดเชื้อ HIV จะมีลักษณะการดำเนินโรคแตกต่างไปจากผู้ใหญ่ ความแตกต่าง ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ การดำเนินโรคในเด็กค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับการดำเนิน โรคในผู้ใหญ่ ปัจจัยที่ควบคุมการดำเนินโรคในเด็กได้แก่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย, ระยะเวลาที่ได้รับเชื้อ รวมทั้งคุณสมบัติของไวรัส เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ได้มีผู้ศึกษา อย่างกว้างขวางในผู้ใหญ่ แต่ข้อมูลเหล่านั้นยังไม่สามารถหาข้อสรุปของกลไกที่แน่นอนได้ อาจเนื่องมาจากความซับซ้อนของกลไกหรือ อาจเนื่องมาจากระยะเวลาดำเนินโรคที่ยาวนาน ทำให้การศึกษาในช่วงสั้น ๆ ไม่ได้ข้อมูลที่มีนัยสำคัญ จากการศึกษาโรคติดเชื้อในเด็ก พบว่า ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเด็กเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความรุนแรงและอัตราเร็ว ในการดำเนินโรค ทั้งนี้เนื่องจาก การพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเด็กไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ความสามารถในการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ด้วยเหตุผล ของสภาพภูมิคุ้มกันแะลความเร็วในการดำเนินโรคในเด็ก จึงได้ทำการศึกษาปัจจัยทางภูมิ คุ้มกันที่มีบทบาทต่อการดำเนินโรคในเด็กซึ่งติดเชื้อ HIV ในประเทศไทย โดยการศึกษาจะเน้น เฉพาะภูมิคุ้มกันระดับเซล โดยศึกษาประสิทธิภาพในการทำงานทางอ้อม คือ การศึกษาการแสดงออก ของ co-stimulatory molecules ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการตอบสนองของ T-lymphocyte, B-lymphocyte และ monocyte จากการศึกษาสามารถตรวจพบความผิดปกติในระบบการทำงานของ immune cell ในเด็ก ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละกลุ่ม ดังนี้ เด็กที่มีลักษณะของการ ดำเนินโรคเร็วจะมีปริมาณของ immune cell ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ประสิทธิภาพ ในการทำงานของ immune cell ก็สูญเสียไปด้วยเนื่องจากความผิดปรกติของการแสดงออกของ co-stimulatory molecule นั่นคือ ปริมาณการแสดงออกของ CD80 บน B-lymphocyte เพิ่มขึ้น แต่ใน monocyte จะพบว่าปริมาณ CD80 molecule ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ปริมาณ ของ CD28 molecule ที่แสดงออกบน T lymphocyte ก็ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ส่วนเด็ก ที่มีลักษณะของการดำเนินโรคช้าจะแสดงความผิดปรกติของการแสดงออกของ co-stimulatory molecule ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของ immune cell ลดลงโดยที่ปริมาณของ immune cells ยังไม่ได้ถูกทำลายจนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้ติดเชื้อ นั่นคือ ปริมาณการแสดงออกของ CD80 บน monocyte และ CD28 บน T lymphocyte ลดต่ำลง แต่ ปริมาณ CD80 บน B-lymphocyte นั้นไม่แตกต่างจากเด็กที่ไม่ได้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามไม่พบ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการแสดงออกของ CTLA-4 molecule บน T lymphocyte ในเด็กที่ ติดเชื้อ HIV ที่แตกต่างไปจากเด็กที่ไม่ได้ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาถึงประสิทธิภาพในการทำงานของ immune cell โดยดูจาก turnover rate ของ immune cell ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แก่ CD4+T cell, CD8+T cell และ CD14+cekk จากการศึกษาพบว่าขนาดของ Telomere Restriction Fragment ซึ่งเป็น ตัวบ่งบอกอายุการทำงานของ CD4+T cell และ CD8+T cell ในเด็กที่ติดเชื้อจะมีขนาด สั้นกว่าเด็กที่ไม่ติดเชื้อ HIV นอกจากนี้ยังไม่พบความแตกต่างของขนาด Telomere Restriction Fragment ในกลุ่มของ CD14+ cell อย่างมีนัยสำคัย เมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างเด็กที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ HIV รายงานการวิจัยนี้สามารถบ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพการทำงานของ immune cell โดยผ่านทาง co-stimulatory pathway, จำนวนของ immune cell และอายุการทำงานของ immune cell มีความสัมพันธ์กับอัตราการดำเนินโรค รวมถึงความรุนแรงของโรค AIDS ของเด็กที่ติดเชื้อ HIV ในประเทศไทย
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Science
Degree Discipline
Microbiology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
