Building brand awareness through content marketing on a Facebook fan page : a case study of Be1Sale
6
Issued Date
2015
Copyright Date
2015
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 62 leaves : ill., tables
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thematic Paper (M.Sc. (Information Technology Management))--Mahidol University, 2015
Suggested Citation
Pisit Methatham Building brand awareness through content marketing on a Facebook fan page : a case study of Be1Sale. Thematic Paper (M.Sc. (Information Technology Management))--Mahidol University, 2015. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/94040
Title
Building brand awareness through content marketing on a Facebook fan page : a case study of Be1Sale
Alternative Title(s)
การใช้การตลาดเชิงเนื้อหาเพื่อสร้างการรับรู้ตราสินค้าผ่านเฟสบุ๊คแฟนเพจ : กรณีศึกษา บีวันเซล
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The purpose of this research is to understand the marketing presentation patterns that have the potential to build the brand awareness for hotel/travel deals business through a Facebook Fan Page and to promote a new brand in a highly competitive marketplace. This research provides useful information related to travel to create the positive attitude and reliability through various presentation 4 patterns, given as using a photo with a link or hashtag of tourist attraction, using a photo with information of tourist attraction, using a collage photo with information of tourist attraction, and using multiple photos with information of tourist attraction. The results were obtained from 14,757 participants and were evaluated the positive feedback by the proportion of 'Likes' (%Likes). The information of the same tourist attraction was posted in the different pattern on the next day to avoid lack of variety and interest. The data were gathered and then summarized every Sunday. This research revealed that the pattern of using collage photos with information of tourist attraction had the highest positive feedback by 4.09%. Thus, new entrepreneurs who are interested in the hotel and travel business could use this pattern as the best guideline for building brand awareness.
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบประเภทและรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาการตลาดในการสร้างการรับรู้ตราสินค้าที่พักและการท่องเที่ยวผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจ เพิ่มโอกาสในการผลักดันตราสินค้าของผู้ประกอบการใหม่เข้าสู่ตลาดที่มีการแข่งขันกันสูง โดยงานวิจัยนี้ใช้เนื้อหาที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในการสร้างทัศนคติความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย โดยแยกเป็น 4 รูปแบบ ใช้ภาพประกอบกับลิ้งค์ของสถานที่ท่องเที่ยว, ใช้ภาพประกอบกับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว, ใช้ภาพตัดปะพร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว และใช้ภาพหลายภาพประกอบกับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ถึงกลุ่มประชากรผู้ชื่นชอบแฟนเพจที่พักและการท่องเที่ยวใหม่แห่งหนึ่ง จำนวน 14,757 คน ซึ่งจะวัดผลการตอบรับด้วยสัดส่วนของผู้ชื่นชอบเนื้อหา (%LIKE) ทั้งนี้เนื้อหาของสถานที่เดียวกันจะถูกประชาสัมพันธ์ด้วยรูปแบบที่ต่างกันในวันถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่หลากหลายของเนื้อหา โดยข้อมูลของแต่ละสัปดห์จะถูกรวบรวมและสรุปผลในวันอาทิตย์ ทั้งนี้ผลวิจัยพบว่าการนำเสนอเนื้อหาข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ด้วยภาพตัดปะประกอบกับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวนั้นได้รับผลตอบรับดีมากที่สุด ซึ่งหากผู้ประกอบการที่พักและการท่องเที่ยวรายใหม่ใช้รูปแบบการนำเสนอข้างต้นเป็นแนวทางจะสามารถสร้างการรับรู้ตราสินค้าในตลาดได้ดียิ่งขึ้น
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบประเภทและรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาการตลาดในการสร้างการรับรู้ตราสินค้าที่พักและการท่องเที่ยวผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจ เพิ่มโอกาสในการผลักดันตราสินค้าของผู้ประกอบการใหม่เข้าสู่ตลาดที่มีการแข่งขันกันสูง โดยงานวิจัยนี้ใช้เนื้อหาที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในการสร้างทัศนคติความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย โดยแยกเป็น 4 รูปแบบ ใช้ภาพประกอบกับลิ้งค์ของสถานที่ท่องเที่ยว, ใช้ภาพประกอบกับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว, ใช้ภาพตัดปะพร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว และใช้ภาพหลายภาพประกอบกับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ถึงกลุ่มประชากรผู้ชื่นชอบแฟนเพจที่พักและการท่องเที่ยวใหม่แห่งหนึ่ง จำนวน 14,757 คน ซึ่งจะวัดผลการตอบรับด้วยสัดส่วนของผู้ชื่นชอบเนื้อหา (%LIKE) ทั้งนี้เนื้อหาของสถานที่เดียวกันจะถูกประชาสัมพันธ์ด้วยรูปแบบที่ต่างกันในวันถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่หลากหลายของเนื้อหา โดยข้อมูลของแต่ละสัปดห์จะถูกรวบรวมและสรุปผลในวันอาทิตย์ ทั้งนี้ผลวิจัยพบว่าการนำเสนอเนื้อหาข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ด้วยภาพตัดปะประกอบกับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวนั้นได้รับผลตอบรับดีมากที่สุด ซึ่งหากผู้ประกอบการที่พักและการท่องเที่ยวรายใหม่ใช้รูปแบบการนำเสนอข้างต้นเป็นแนวทางจะสามารถสร้างการรับรู้ตราสินค้าในตลาดได้ดียิ่งขึ้น
Description
Information Technology Management (Mahidol University 2015)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Engineering
Degree Discipline
Information Technology Management
Degree Grantor(s)
Mahidol University
