Prevalence of insufficient fruit and vegetable intake and the associated factors in older adults in Thailand
Issued Date
2017
Copyright Date
2017
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
x, 91 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.P.H.M. (Primary Health Care Management))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Kanyapak Silarak Prevalence of insufficient fruit and vegetable intake and the associated factors in older adults in Thailand. Thesis (M.P.H.M. (Primary Health Care Management))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92334
Title
Prevalence of insufficient fruit and vegetable intake and the associated factors in older adults in Thailand
Alternative Title(s)
ความชุกของการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้สูงอายุในประเทศไทย
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
Nowadays older adults are the fastest growing segment of the worlds population and this group has increasing chronic conditions such as diabetes, heart disease, cancer and specific geriatric problems. This study aimed to describe the prevalence of insufficient fruit and vegetable intake, and examine factors associated with insufficient fruit and vegetable intake in adults aged 50 years and older in Thailand ; A cross-sectional study of 3,875 subjects in 16 districts from 14 provinces across different regions of Thailand were included through, multi-stage cluster sampling. The variables collected included socio-demographic factors, lifestyles factors, anthropometric factors, health related factors and fruit and vegetable intake. An electronic form was developed for data entering from all the study sites while a face to face interview method was used to fill up the electronic form of questionnaire and the participants interviewed by trained research assistants. Chi-square test and multiple logistic regression were performed to examine associations between the independent variables and insufficient fruit and vegetable intake. The results showed that a total of 3,875 of the subjects, and a total 3,787 (97.73%) completed questionnaires were included in the analysis and that the majority (72.9%) were 50 to 69 years old. Overall prevalence of insufficient fruit and vegetable intake were 77.4%, 78.3% among men and 76.9% among women. In multivariable analysis, current marital status, household monthly income, region, and tobacco used (Adj OR 1.36, 95% CI 1.04-1.78) were significantly associated with insufficient fruit and vegetable intake. After adjusting for other factors, older adults who used tobacco were 1.36 times more likely to have fruits and vegetable intake than those who did not use. In conclusion, the amount of fruits and vegetables intake by older adults in communities of Thailand, were considerably lower than current recommendations (daily intake of at least five servings or 400 g), and therefore the results suggested that public education and campaigns on adequate consumption of fruits and vegetable should be promoted targeting widowed/ divorced/separate marital status, low household monthly income, north eastern region, and tobacco use. Our findings could help in health promotion policy implementation to increase fruit and vegetable intake among this target group in Thailand.
ปัจจุบันนี้ประชากรวัยผู้สูงอายุถือเป็นสัดส่วนที่เติบโตรวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรกลุ่มวัยอื่น ทั่วโลก เป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรังด้วย เช่น โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ,โรคมะเร็ง และปัญหาสุขภาพเฉพาะของผู้สูงอายุ จุดประสงค์ของการศึกษานี้เพื่ออธิบายสถานการณ์ความชุก และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอในประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป เป็นการศึกษาภาพตัดขวาง สำรวจ ณ เดือน กันยายน 2558 ถึงมีนาคม 2559 ทำการสุ่มตัวอย่างประชากร จำนวน 3,875 คน จาก 16 อำเภอ 14 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ตัวแปรที่นำมาศึกษารวมถึง ปัจจัยด้านลักษณะประชากรและสังคม ปัจจัยด้านพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจัยด้านการตรวจสมรรถภาพร่างกาย ปัจจัยด้านสภาวะโรคเรื้อรัง และการบริโภคผักและผลไม้ ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวโดยผู้สัมภาษณ์ที่ผ่านการอบรม และบันทึกรวบรวมผลผ่านระบบสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์สถิติโดยพรรณาลักษณะตัวอย่างที่เป็นตัวแปรกลุ่ม ด้วยความถี่และร้อยละการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอกับปัจจัยเสี่ยงแต่ละตัวใช้สถิติไคสแควร์ และ ตัวแปรถดถอยลอจิสติกพหุคูณ คำนวณค่า adjusted Odds ratio และ 95% ช่วงความเชื่อมั่น ผลการศึกษามีประชากรเข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 3,875 คน การศึกษานี้มีผู้ตอบแบบสอบถามครบถ้วน จำนวน 3,787 คน คิดเป็นร้อยละ 97.73 พบว่า ประชากร ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 50-59 ปี (72.9%) และความชุกของการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอเท่ากับ 77.4%, 78.3% ในผู้ชาย และ 76.9% ในผู้หญิง ผลการวิเคราะห์หลายตัวแปร พบว่า สถานภาพสมรสปัจจุบันรายได้ของครอบครัวต่อเดือน ภูมิภาค และการสูบบุหรี่ (Adj OR 1.36, 95% CI 1.04-1.78) เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการบริโภคผัก และผลไม้ไม่เพียงพอ ในผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่พบว่าน่าจะมีโอกาสบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่สูบถึง 1.37 เท่า บทสรุปพบว่าปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ในผู้สูงอายุในประเทศไทยพบว่าต่ำกว่าคำแนะนำมาก (เท่ากับอย่างน้อย 5 ส่วนบริโภค หรือ 400 กรัมต่อวัน) ผลการศึกษานี้ได้ แนะนำว่าควรให้สุขศึกษาและรณรงค์ให้มีการบริโภคผักและผลไม้ให้เพียงพอในกลุ่มเป้ าหมายดังกล่าว คือ กลุ่มหม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่, กลุ่มที่มีรายได้ของครอบครัวต่อเดือนต่ำ, คนที่อาศัยอยู่ภาคอีสาน และกลุ่มผู้สูบบุหรี่ การค้นพบนี้สามารถช่วยส่งเสริมนโยบายสุขภาพเพื่อนำสู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ในกลุ่มเป้าหมาย ในประเทศไทย
ปัจจุบันนี้ประชากรวัยผู้สูงอายุถือเป็นสัดส่วนที่เติบโตรวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรกลุ่มวัยอื่น ทั่วโลก เป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรังด้วย เช่น โรคเบาหวาน,โรคหัวใจ,โรคมะเร็ง และปัญหาสุขภาพเฉพาะของผู้สูงอายุ จุดประสงค์ของการศึกษานี้เพื่ออธิบายสถานการณ์ความชุก และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอในประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป เป็นการศึกษาภาพตัดขวาง สำรวจ ณ เดือน กันยายน 2558 ถึงมีนาคม 2559 ทำการสุ่มตัวอย่างประชากร จำนวน 3,875 คน จาก 16 อำเภอ 14 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ตัวแปรที่นำมาศึกษารวมถึง ปัจจัยด้านลักษณะประชากรและสังคม ปัจจัยด้านพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจัยด้านการตรวจสมรรถภาพร่างกาย ปัจจัยด้านสภาวะโรคเรื้อรัง และการบริโภคผักและผลไม้ ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวโดยผู้สัมภาษณ์ที่ผ่านการอบรม และบันทึกรวบรวมผลผ่านระบบสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์สถิติโดยพรรณาลักษณะตัวอย่างที่เป็นตัวแปรกลุ่ม ด้วยความถี่และร้อยละการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอกับปัจจัยเสี่ยงแต่ละตัวใช้สถิติไคสแควร์ และ ตัวแปรถดถอยลอจิสติกพหุคูณ คำนวณค่า adjusted Odds ratio และ 95% ช่วงความเชื่อมั่น ผลการศึกษามีประชากรเข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 3,875 คน การศึกษานี้มีผู้ตอบแบบสอบถามครบถ้วน จำนวน 3,787 คน คิดเป็นร้อยละ 97.73 พบว่า ประชากร ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 50-59 ปี (72.9%) และความชุกของการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอเท่ากับ 77.4%, 78.3% ในผู้ชาย และ 76.9% ในผู้หญิง ผลการวิเคราะห์หลายตัวแปร พบว่า สถานภาพสมรสปัจจุบันรายได้ของครอบครัวต่อเดือน ภูมิภาค และการสูบบุหรี่ (Adj OR 1.36, 95% CI 1.04-1.78) เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการบริโภคผัก และผลไม้ไม่เพียงพอ ในผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่พบว่าน่าจะมีโอกาสบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่สูบถึง 1.37 เท่า บทสรุปพบว่าปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ในผู้สูงอายุในประเทศไทยพบว่าต่ำกว่าคำแนะนำมาก (เท่ากับอย่างน้อย 5 ส่วนบริโภค หรือ 400 กรัมต่อวัน) ผลการศึกษานี้ได้ แนะนำว่าควรให้สุขศึกษาและรณรงค์ให้มีการบริโภคผักและผลไม้ให้เพียงพอในกลุ่มเป้ าหมายดังกล่าว คือ กลุ่มหม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่, กลุ่มที่มีรายได้ของครอบครัวต่อเดือนต่ำ, คนที่อาศัยอยู่ภาคอีสาน และกลุ่มผู้สูบบุหรี่ การค้นพบนี้สามารถช่วยส่งเสริมนโยบายสุขภาพเพื่อนำสู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ในกลุ่มเป้าหมาย ในประเทศไทย
Description
Primary Health Care Management (Mahidol University 2017)
Degree Name
Master in Primary Health Care Management
Degree Level
Master's degree
Degree Department
ASEAN Institute for Health Development
Degree Discipline
Primary Health Care Management
Degree Grantor(s)
Mahidol University