A comparison between religious and scientific perspectives on Thai buddhist cosmology
7
Issued Date
2021
Copyright Date
2021
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xvi, 423 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (Ph.D. (Religious Studies)--Mahidol University 2021)
Suggested Citation
Nantakarn Imphong A comparison between religious and scientific perspectives on Thai buddhist cosmology. Thesis (Ph.D. (Religious Studies)--Mahidol University 2021). Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113889
Title
A comparison between religious and scientific perspectives on Thai buddhist cosmology
Alternative Title(s)
การเปรียบเทียบมุมมองทางศาสนากับวิทยาศาสตร์ที่มีต่อพุทธจักรวาลวิทยาของไทย
Author(s)
Abstract
In Thai Buddhist cosmology, the principles of Paṭiccasamuppāda and Tilakkhaṇa share some similar ideas with the causality principle of science. Scientists regard them as a fundamental universal principle that underpins the laws of nature, which is unsurprising. Another similarity is Saṃsāra, the cycle of rebirth, which may be compared to the birth and extinction of stars but is not comparable to the physical Universe as a whole. Thai Buddhist scholars have accepted that Buddhist and scientific cosmologies are compatible. I argue that when it comes to the physical matter of the universe, its definition, evolution, shape, and space and time, the perspectives of Buddhist scholars and scientists are radically different and cannot be compared. Furthermore, Buddhist and scientific approaches to understanding natural laws are diametrically opposed; Buddhism concentrates on the mind, whilst science concentrates on the physical universe; thus, they cannot be naturally compared. The most notable difference between religious and scientific perspectives is that Buddhist scholars strive to reconcile Buddhism and science, whereas scientists do not. The comparison of Buddhist and scientific cosmology exemplifies the comparison of Buddhism and science, as both feature unique magisteria referred to as non-overlapping magisteria. However, Buddhism seeks scientific cooperation for two main reasons: 1) to clarify Buddhist teachings and help people understand them better, and 2) to satisfy the ethics and morality of those who adhere to scientific materialism. Interestingly, neither side would aim to destroy the other.
ในพุทธจักรวาลวิทยาของไทย หลักปฏิจจสมุปบาทและไตรลักษณ์มีแนวคิดบางอย่างที่คล้ายกับหลักความเป็นเหตุเป็นผลของวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ถือว่าหลักการเหล่านี้เป็นหลักสากลขั้นพื้นฐานที่สนับสนุนกฎของธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด ความคล้ายคลึงกันอีกประการหนึ่งคือ สังสารวัฏ หรือหลักการเวียนว่ายตายเกิด อาจเทียบได้กับการกำเนิดและการดับสูญไปของดวงดาวแต่มันไม่สามารถเทียบได้กับจักรวาลทางกายภาพโดยรวม นักวิชาการพุทธศาสนาของไทยยอมรับว่าพุทธจักรวาลวิทยากับจักรวาลวิทยาเข้ากันได้ ข้าพเจ้าขอโต้แย้งว่าหากเป็นเรื่องทางกายภาพของจักรวาล คำจำกัดความ วิวัฒนาการ รูปร่าง และกาลอวกาศ มุมมองของนักวิชาการพุทธศาสนาและนักวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ นอกจากนี้ วิธีการเข้าถึงและการทำความเข้าใจกฎของธรรมชาติระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างแน่นอน พุทธศาสนามุ่งความสนใจไปที่เรื่องของจิตใจในขณะที่วิทยาศาสตร์มุ่งความสนใจไปที่เรื่องของโลกทางกายภาพ ดังนั้นจึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยธรรมชาติ ความแตกต่างที่โดดเด่นที่สุดระหว่างมุมมองทางศาสนากับวิทยาศาสตร์คือนักวิชาการพุทธศาสนาพยายามสร้างความปรองดองระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์ ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไม่พยายามที่จะทำเช่นนั้น การเปรียบเทียบพุทธจักรวาลวิทยากับจักรวาลวิทยาเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนการเปรียบเทียบระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์ เนื่องจากทั้งสองมีลักษณะเฉพาะของมาจิสเตอเรียซึ่งเรียกว่ามาจิสเตอเรียที่ไม่ทับซ้อนกัน (non-overlapping magisteria) อย่างไรก็ตามพุทธศาสนาแสวงหาความร่วมมือกับวิทยาศาสตร์ด้วยเหตุผลหลักสองประการคือ 1) เพื่อทำให้คำสอนของพุทธศาสนามีความกระจ่างและช่วยให้ผู้คนเข้าใจคำสอนมากขึ้น และ 2) เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมให้กับผู้ที่ยึดมั่นในวัตถุนิยมทางวิทยาศาสตร์ เป็นที่น่าสนใจว่าไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมุ่งทำลายซึ่งกันและกัน
ในพุทธจักรวาลวิทยาของไทย หลักปฏิจจสมุปบาทและไตรลักษณ์มีแนวคิดบางอย่างที่คล้ายกับหลักความเป็นเหตุเป็นผลของวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ถือว่าหลักการเหล่านี้เป็นหลักสากลขั้นพื้นฐานที่สนับสนุนกฎของธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด ความคล้ายคลึงกันอีกประการหนึ่งคือ สังสารวัฏ หรือหลักการเวียนว่ายตายเกิด อาจเทียบได้กับการกำเนิดและการดับสูญไปของดวงดาวแต่มันไม่สามารถเทียบได้กับจักรวาลทางกายภาพโดยรวม นักวิชาการพุทธศาสนาของไทยยอมรับว่าพุทธจักรวาลวิทยากับจักรวาลวิทยาเข้ากันได้ ข้าพเจ้าขอโต้แย้งว่าหากเป็นเรื่องทางกายภาพของจักรวาล คำจำกัดความ วิวัฒนาการ รูปร่าง และกาลอวกาศ มุมมองของนักวิชาการพุทธศาสนาและนักวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ นอกจากนี้ วิธีการเข้าถึงและการทำความเข้าใจกฎของธรรมชาติระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างแน่นอน พุทธศาสนามุ่งความสนใจไปที่เรื่องของจิตใจในขณะที่วิทยาศาสตร์มุ่งความสนใจไปที่เรื่องของโลกทางกายภาพ ดังนั้นจึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยธรรมชาติ ความแตกต่างที่โดดเด่นที่สุดระหว่างมุมมองทางศาสนากับวิทยาศาสตร์คือนักวิชาการพุทธศาสนาพยายามสร้างความปรองดองระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์ ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไม่พยายามที่จะทำเช่นนั้น การเปรียบเทียบพุทธจักรวาลวิทยากับจักรวาลวิทยาเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนการเปรียบเทียบระหว่างพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์ เนื่องจากทั้งสองมีลักษณะเฉพาะของมาจิสเตอเรียซึ่งเรียกว่ามาจิสเตอเรียที่ไม่ทับซ้อนกัน (non-overlapping magisteria) อย่างไรก็ตามพุทธศาสนาแสวงหาความร่วมมือกับวิทยาศาสตร์ด้วยเหตุผลหลักสองประการคือ 1) เพื่อทำให้คำสอนของพุทธศาสนามีความกระจ่างและช่วยให้ผู้คนเข้าใจคำสอนมากขึ้น และ 2) เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมให้กับผู้ที่ยึดมั่นในวัตถุนิยมทางวิทยาศาสตร์ เป็นที่น่าสนใจว่าไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมุ่งทำลายซึ่งกันและกัน
Degree Name
Doctor of Philosophy
Degree Level
Doctoral degree
Degree Department
College of Religious Studies
Degree Discipline
Religious Studies
Degree Grantor(s)
Mahidol University
