ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุในพื้นที่เฝ้าระวังทางประชากรกาญจนบุรี

dc.contributor.advisorวาทินี บุญชะลักษี
dc.contributor.advisorกาญจนา ตั้งชลทิพย์
dc.contributor.authorฐิติพร สีวันนา
dc.date.accessioned2024-01-23T06:22:37Z
dc.date.available2024-01-23T06:22:37Z
dc.date.copyright2555
dc.date.created2567
dc.date.issued2555
dc.descriptionวิจัยประชากรและสังคม (มหาวิทยาลัยมหิดล 2555)
dc.description.abstractการศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุ และ 3) เพื่อเสนอแนะให้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลการสำรวจโครงการกาญจนบุรี พ.ศ.2547 เก็บข้อมูลโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 4,277 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ไคสแควส์และการวิเคราะห์สมการถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษาพบว่า ประชากรที่ศึกษามีพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายถึงร้อยละ 96.5 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุในช่วงวัยสูงอายุตอนกลางและตอนปลาย ไม่ได้เรียนหนังสือ ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม มีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ มีหนี้สินในครัวเรือน อยู่ร่วมกับสมาชิกในครัวเรือนมากกว่า 3 คนขึ้นไป อาศัยในเขตชนบท และอยู่ในหมู่บ้านที่มีคนไม่ออกกำลังกายมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 สำหรับผลการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกเชิงพหุ พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ พฤติกรรมการบริโภคผักและผลไม้ ปัจจัยทางสังคมและสภาพแวดล้อม คือ จำนวนสมาชิกในครัวเรือน พื้นที่อยู่อาศัย และร้อยละการไม่ออกกำลังกายของคนในหมู่บ้าน ตัวแปรทุกตัวในการศึกษานี้สามารถร่วมกันอธิบายการแปรผันของพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุได้ร้อยละ 21.04 (Pseudo R-square = 0.2104) นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกเชิงพหุขั้นตอน พบว่า ร้อยละการไม่ออกกำลังกายของคนในหมู่บ้านเป็นตัวแปรที่สามารถอธิบายการแปรผันของพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุได้ดีที่สุด คือร้อยละ 11.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนควรร่วมมือกันในการส่งเสริมความรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย รวมทั้งพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆ นอกจากนี้ควรจัดกิจกรรมการออกกำลังกายแบบกลุ่ม เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนและครอบครัวมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายกับผู้สูงอายุ ตลอดจนจัดสรรเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการออกกาลังกาย และจัดสถานที่รวมทั้งอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน
dc.format.extentก-ฌ, 105 แผ่น
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (วิจัยประชากรและสังคม))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2555
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/93595
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectผู้สูงอายุ
dc.subjectผู้สูงอายุ -- สุขภาพและอนามัย
dc.subjectการออกกำลังกาย
dc.subjectผู้สูงอายุกับการออกกำลังกาย
dc.subjectกายบริหาร
dc.titleปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการไม่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุในพื้นที่เฝ้าระวังทางประชากรกาญจนบุรี
dc.title.alternativeFactors affecting on non-exercising of the elderly in Kanchanaburi Demographic Surveillance System
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mods.location.urlhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2555/cd462/5336444.pdf
thesis.degree.departmentสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
thesis.degree.disciplineวิจัยประชากรและสังคม
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหิดล
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

Files