การวิเคราะห์ความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ fitness MuayThai
Issued Date
2567
Copyright Date
2563
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
ก-ฌ, 145 แผ่น : ภาพประกอบ
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยมหิดล
Bibliographic Citation
วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การจัดการการกีฬา))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2563
Suggested Citation
ธีรฤทธิ์ โอสถานนท์ การวิเคราะห์ความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ fitness MuayThai . วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การจัดการการกีฬา))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2563. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/91996
Title
การวิเคราะห์ความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ fitness MuayThai
Alternative Title(s)
Marketing mix need analysis of consumers' use of fitness MuayThai
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทย FITNESS MUAYTHAI (2) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทย FITNESS MUAYTHAI ซึ่งใช้วิธีดำเนินการวิจัยแบบเชิงสำรวจโดยแบ่งการวิจัยออกเป็ น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็ นการศึกษาความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทยและเปรียบเทียบความต้องการจำเป็นระหว่าง เจเนอเรชั่น Y และ เจเนอเรชั่น X ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ผู้วิจัยเลือกใช้การกำหนดขนาดตัวอย่างแบบไม่ใช้สถิติ ซึ่งกำหนดขนาดตัวอย่างตาม magic number โดยกำหนดขนาดตัวอย่าง จำนวน 100 คน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ เป็นสมาชิกฟิตแฟคมวยไทย อคาเดมี่ จำนวน 50 คน และสมาชิก อาร์เอสเอ็มอคาเดมี่มวยไทย จำนวน 50 คน และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความแตกต่างระหว่าง สภาพปัจจุบัน (สภาพที่เป็นจริง) สภาพที่พึงประสงค์ (สภาพที่คาดหวัง) และความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 เป็นการศึกษาความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทย และเปรียบเทียบความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทยระหว่าง เจเนอเรชั่น Y และ เจเนอเรชั่น X ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ผู้วิจัยเลือกใช้การกำหนดขนาดตัวอย่างจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (stratified random sampling) โดยแบ่งกลุ่มผู้ที่สนใจใช้บริการฟิตเนสมวยไทย ซึ่งยังไม่เคยเป็นสมาชิกฟิตเนสมวยไทยมาก่อน จำนวน 300 คน และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์โดยใช้การทดสอบสถิติที (independent t-test) ระยะที่ 1 ผลการศึกษาความต้องการส่วนประสมทางการตลาดต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทย ระหว่าง เจเนอเรชั่น Y และ เจเนอเรชั่น X พบว่า สภาพปัจจุบัน (สภาพที่เป็นจริง) ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.03, SD = 0.47) โดยกลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นสูงสุดด้านบุคคล (People) (M=4.30, SD=0.56) รองลงมาคือ ด้านราคา (Price) (M=4.23, SD=0.53) และด้านสถานที่ (Place) (M=4.18, SD=0.43) ตามลำดับ ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ (สภาพที่คาดหวัง) ภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (M = 4.90, SD = 0.24) โดยกลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นสูงสุด ด้านบุคคล (People) (M=4.96, SD=0.12) รองลงมา คือ ด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทางกายภาพ (Physical Evidence and Presentation) (M=4.92, SD=0.27) และด้านกระบวนการ (Process) (M=4.91, SD=0.28) ตามลำดับ ความต้องการจำเป็นของส่วนประสมทางการตลาดของการตัดสินใจเลือกใช้บริการฟิตเนสมวยไทย จำแนกตามกลุ่มเจเนอเรชั่น พบว่า กลุ่มเจเนอเรชั่น Y มีความจำเป็นเร่งด่วน จำนวน 2 ด้าน ในขณะที่ กลุ่มเจเนอเรชั่น X มีความจำเป็นเร่งด่วน จำนวน 3 ด้าน ซึ่งเป็ นความจำเป็นเร่งด่วนของทั้ง 2 เจเนอเรชั่น มีความสอดคล้องกันในสองอันดับแรก คือ ด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) และรองลงมาคือด้านกระบวนการ (Process) ในขณะที่ เจเนอเรชั่น X มีความต้องการจำเป็นเพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับที่สาม ในด้านผลิตภัณฑ์ หรือบริการ (Product or Service) ตามลำดับ ระยะที่ 2 ผลการวิเคราะห์และเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาดของฟิตเนสมวยไทย กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Product or Service) (M=4.73, SD= 0.33) รองลงมา คือ ด้านสถานที่ (Place) และด้านบุคคล (People) (M=4.56 SD= 0.46) และ (M=4.46, SD= 0.51) ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาดของฟิตเนส มวยไทย โดยจำแนก ตามกลุ่มเจเนอเรชั่น ระหว่างกลุ่มเจเนอเรชั่น Y และ กลุ่มเจเนอเรชั่น X ในภาพรวม พบว่า ผู้ที่สนใจใช้บริการฟิตเนสมวยไทยฯ กลุ่มเจเนอเรชั่น Y (M = 4.39) และ กลุ่ม เจเนอเรชั่น X (M = 4.34) มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาดของฟิตเนสมวยไทยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 1.04, p = .31) ข้อเสนอแนะ : ผู้ประกอบการฟิตเนสมวยไทยควรให้ความสำคัญในเรื่องการให้บริการ และวัสดุอุปกรณ์ที่มีความเป็นมาตรฐานมีการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
The objective of this study was (1) to study the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI (2) to compare the needs of marketing mix need for the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI which the survey research has been used by dividing into 2 periods as follows: The first period was to study the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI and to compare the need between Y and X generation. The researcher collected the data from the questionnaire with non-statistics sample size, but the magic number was used instead of defining the sample size. The sample size was 100 people which had the details as follows: 50 people were members of FITFAC MUAYTHAI academy and 50 people were members of RSM MUAYTHAI Academy. Then the data were analyzed by SPSS for finding the average, means, standard deviation, and the difference between the actual condition and the expected condition, and the need condition. The second period was to study the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI and to compare the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI between Y and X. The researcher collected the data by using the questionnaire, and the stratified random sampling has been used for defining the sample size by dividing those 300 customers who were interested in using FITNESS MUAYTHAI, and have never been a member of FITNESS MUAYTHAI. The data were analyzed by SPSS for finding the average, means, standard deviation, and independent t-test. In the first period, the result from the study of the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI between Y and X generation found that the actual overall condition was high (M = 4.03, SD = 0.47). The highest comment was in the people aspect (M=4.30, SD=0.56), the second highest was in the price aspect (M=4.23, SD=0.53), and the place aspect (M=4.18, SD=0.43) respectively. The expected overall condition was the highest (M = 4.90, SD = 0.24). The highest comment was in the people aspect (M=4.96, SD=0.12), followed by the physical evidence (M=4.92, SD=0.27) and presentation process (M=4.91, SD=0.28), respectively. The marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI was defined as generations found that two aspects were urgently needed for the Y generation, and 3 aspects for the X generation. The urgent need for both generations was related to the first and second highest which were promotion and process. In the meantime, the urgent need for the X generation was increased at the third highest and product or service, respectively. The second period was the result of analyzing and comparing the comment level about the marketing mix of FITNESS MUAYTHAI. The overall result was the highest. The highest aspect was product or service (M=4.73, SD= 0.33), followed by the place and people (M=4.56 SD= 0.46) and (M=4.46, SD= 0.51), respectively. The result of comparing the comment level about the marketing mix of FITNESS MUAYTHAI between Y generation and X generation overall found that people in Y generation who were interested in using FITNESS MUAYTHAI (M = 4.39) and X generation (M = 4.34) showed no statistical significant difference in the marketing mix of FITNESS MUAYTHAI (t = 1.04, p = .31). The FITNESS MUAYTHAI entrepreneurs should give importance to the service issue and the standardized equipment, and should also consider increasing the channels for the customers to approach to respond to the customer's needs by efficiency.
The objective of this study was (1) to study the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI (2) to compare the needs of marketing mix need for the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI which the survey research has been used by dividing into 2 periods as follows: The first period was to study the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI and to compare the need between Y and X generation. The researcher collected the data from the questionnaire with non-statistics sample size, but the magic number was used instead of defining the sample size. The sample size was 100 people which had the details as follows: 50 people were members of FITFAC MUAYTHAI academy and 50 people were members of RSM MUAYTHAI Academy. Then the data were analyzed by SPSS for finding the average, means, standard deviation, and the difference between the actual condition and the expected condition, and the need condition. The second period was to study the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI and to compare the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI between Y and X. The researcher collected the data by using the questionnaire, and the stratified random sampling has been used for defining the sample size by dividing those 300 customers who were interested in using FITNESS MUAYTHAI, and have never been a member of FITNESS MUAYTHAI. The data were analyzed by SPSS for finding the average, means, standard deviation, and independent t-test. In the first period, the result from the study of the marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI between Y and X generation found that the actual overall condition was high (M = 4.03, SD = 0.47). The highest comment was in the people aspect (M=4.30, SD=0.56), the second highest was in the price aspect (M=4.23, SD=0.53), and the place aspect (M=4.18, SD=0.43) respectively. The expected overall condition was the highest (M = 4.90, SD = 0.24). The highest comment was in the people aspect (M=4.96, SD=0.12), followed by the physical evidence (M=4.92, SD=0.27) and presentation process (M=4.91, SD=0.28), respectively. The marketing mix need towards the customer's decision making in using FITNESS MUAYTHAI was defined as generations found that two aspects were urgently needed for the Y generation, and 3 aspects for the X generation. The urgent need for both generations was related to the first and second highest which were promotion and process. In the meantime, the urgent need for the X generation was increased at the third highest and product or service, respectively. The second period was the result of analyzing and comparing the comment level about the marketing mix of FITNESS MUAYTHAI. The overall result was the highest. The highest aspect was product or service (M=4.73, SD= 0.33), followed by the place and people (M=4.56 SD= 0.46) and (M=4.46, SD= 0.51), respectively. The result of comparing the comment level about the marketing mix of FITNESS MUAYTHAI between Y generation and X generation overall found that people in Y generation who were interested in using FITNESS MUAYTHAI (M = 4.39) and X generation (M = 4.34) showed no statistical significant difference in the marketing mix of FITNESS MUAYTHAI (t = 1.04, p = .31). The FITNESS MUAYTHAI entrepreneurs should give importance to the service issue and the standardized equipment, and should also consider increasing the channels for the customers to approach to respond to the customer's needs by efficiency.
Description
การจัดการการกีฬา (มหาวิทยาลัยมหิดล 2563)
Degree Name
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Department
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
Degree Discipline
การจัดการการกีฬา
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยมหิดล