Compliance of Covid-19 prevention guideline among village health volunteers in high area : a case study of a Thai-Myanmar border district
14
7
Issued Date
2022
Copyright Date
2022
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xii, 98 leaves
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Public Health Infectious Diseases and Epidemiology))--Mahidol University, 2022)
Suggested Citation
Yosita Thuadard Compliance of Covid-19 prevention guideline among village health volunteers in high area : a case study of a Thai-Myanmar border district. Thesis (M.Sc. (Public Health Infectious Diseases and Epidemiology))--Mahidol University, 2022). Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/113919
Title
Compliance of Covid-19 prevention guideline among village health volunteers in high area : a case study of a Thai-Myanmar border district
Alternative Title(s)
การปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ของอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่เสี่ยง : กรณีศึกษาของอำเภอในชายแดนไทย-พม่า
Author(s)
Advisor(s)
Abstract
The COVID-19 pandemic has been a burden for all countries around the world. In Thailand, village health volunteers (VHVs) have become a key focus in the COVID-19 surveillance system, especially in the villages near the Thai-Myanmar border. They need to be a role model for other villagers to prevent COVID-19, which includes wearing masks, washing hands, and maintaining social distancing. This cross-sectional survey study aimed to study the proportion and factors associated with COVID-19 prevention guidelines among the village health volunteers (VHVs) in the Thai-Myanmar border district and used Binary logistics regression for the analysis. The findings found that half of VHVs have complied with COVID-19 prevention (54.1%). The results showed that 3 factors significantly increased the compliance: non-smoking (OR 2.395, 95%CI = 1.045-5.491, p-value = 0.039), perceive costs of compliance (OR 5.393, 95%CI = 2.160-13.468, p-value = < 0.001), and availability of feasible technical options (OR 5.272, 95%CI = 1.807-15.383, p-value = 0.002). The findings can represent the factors in improving the compliance with prevention. Therefore, COVID-19 prevention program providers should scale up the community perception in all aspects. IMPLICATION OF THESIS: Suggestions for further research 1. The hand-washing to prevent the disease need 7 steps but most participants did not follow the recommendation. The intervention in teaching the VHVs the correct method of hand washing need implementation. 2. The high-risk persons including smokers and VHVs who have a low level of technique of PPE use and need more training.
การย้ายถิ่นฐานจากประเทศพม่าส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมากที่สุด หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ชายแดนเมียนมาร์มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 จากทั้งคนงานที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กลายเป็นความสำเร็จที่สำคัญของระบบเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดน นอกจากหน้าที่ในการควบคุมโรคโควิด-19 พวกเขายังต้องเป็นแบบอย่างให้กับชาวบ้านในการป้องกันโรคโควิด-19 อีกด้วย นั่นก็คือ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ และการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยการศึกษาแบบสำรวจตามภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัดส่วนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการป้องกันโรคโควิด-19 ของ อสม. ในเขตที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-พม่า โดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกส์แบบทวิ ผลการวิจัยพบว่า อสม. ครึ่งหนึ่งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 (54.1%) และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรค ได้แก่ การไม่สูบบุหรี่ (OR 2.395, 95%CI = 1.045-5.491, p-value = 0.039) การรับรู้ค่าใช้จ่าย (OR 5.393, 95%CI = 2.160-13.468, p-value = < 0.001) และความพร้อมด้านการปฏิบัติงาน (OR 5.272, 95%CI = 1.807-15.383, p-value = 0.002) จากผลการวิจัยนี้ ความพร้อมด้านการปฏิบัติงานจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการฝึกอบรม อสม. เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคต่อไป การนำผลของวิทยานิพนธ์ไปใช้ 1. การล้างมือเพื่อป้องกันโรคนั้นจำเป็นต้องมีครบ 7 ขั้นตอนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข แต่ส่วนใหญ่ อสม. ส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนั้นหน่วยงานส่วนท้องถิ่นควรดำเนินการจัดกิจกรรมการสอนล้างมือที่ถูกต้องครบ 7 ขั้นตอนเพื่อส่งเสริมการล้างมือในการป้องกันโรคที่ถูกต้องสำหรับ อสม. ต่อไป 2. นอกจาก อสม. จะมีความเสี่ยงสูงจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วนั้น ผลการวิจัยพบว่า อสม. ที่สูบบุหรี่นั้นมีการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคน้อย โดยมีการใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกวิธี ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวควรดำเนินการให้คำแนะนำและฝึกอบรมเพิ่มเติม
การย้ายถิ่นฐานจากประเทศพม่าส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมากที่สุด หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ชายแดนเมียนมาร์มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 จากทั้งคนงานที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กลายเป็นความสำเร็จที่สำคัญของระบบเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดน นอกจากหน้าที่ในการควบคุมโรคโควิด-19 พวกเขายังต้องเป็นแบบอย่างให้กับชาวบ้านในการป้องกันโรคโควิด-19 อีกด้วย นั่นก็คือ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ และการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยการศึกษาแบบสำรวจตามภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัดส่วนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการป้องกันโรคโควิด-19 ของ อสม. ในเขตที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-พม่า โดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกส์แบบทวิ ผลการวิจัยพบว่า อสม. ครึ่งหนึ่งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 (54.1%) และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรค ได้แก่ การไม่สูบบุหรี่ (OR 2.395, 95%CI = 1.045-5.491, p-value = 0.039) การรับรู้ค่าใช้จ่าย (OR 5.393, 95%CI = 2.160-13.468, p-value = < 0.001) และความพร้อมด้านการปฏิบัติงาน (OR 5.272, 95%CI = 1.807-15.383, p-value = 0.002) จากผลการวิจัยนี้ ความพร้อมด้านการปฏิบัติงานจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการฝึกอบรม อสม. เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคต่อไป การนำผลของวิทยานิพนธ์ไปใช้ 1. การล้างมือเพื่อป้องกันโรคนั้นจำเป็นต้องมีครบ 7 ขั้นตอนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข แต่ส่วนใหญ่ อสม. ส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนั้นหน่วยงานส่วนท้องถิ่นควรดำเนินการจัดกิจกรรมการสอนล้างมือที่ถูกต้องครบ 7 ขั้นตอนเพื่อส่งเสริมการล้างมือในการป้องกันโรคที่ถูกต้องสำหรับ อสม. ต่อไป 2. นอกจาก อสม. จะมีความเสี่ยงสูงจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วนั้น ผลการวิจัยพบว่า อสม. ที่สูบบุหรี่นั้นมีการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคน้อย โดยมีการใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกวิธี ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวควรดำเนินการให้คำแนะนำและฝึกอบรมเพิ่มเติม
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Faculty of Public Health
Degree Discipline
Public Health Infectious Diseases and Epidemiology
Degree Grantor(s)
Mahidol University
