4 results
Search Results
Now showing 1 - 4 of 4
Publication Open Access การปนเปื้อนของแบคทีเรียบริเวณที่ตั้งถังขยะในโรงอาหาร(2561) เนตรชนก กำลังมาก; ชัชวาล สิงหกันต์; วิชระ สิงหะคเชนทร์; ธวัช เพชรไทย; Netchanok Kamlangmak; Chatchawal Singhakant; Vajira Singhakajen; Tawach Prechthai; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมการศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษา ลักษณะของถังขยะและการปนเปื้อนของแบคทีเรีย บนพื้นบริเวณรอบถังขยะภายในโรงอาหาร 3 แห่ง จากสถานศึกษาแห่งหนึ่ง การศึกษาประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การประเมินลักษณะทั่วไปและลักษณะ สุขาภิบาลของถังขยะ 2 ประเภท คือ... ถังขยะรวม และถังขยะเศษอาหาร โดยใช้แบบสำารวจลักษณะ สุขาภิบาลและศึกษาการปนเปื้อนของแบคทีเรีย บนพื้นที่ระยะ 0, 20, 40, 60, 80, 100, และ 300 เซนติเมตรจากถังขยะ นอกจากนี้ได้ทำการเปรียบเทียบ ปริมาณแบคทีเรียทั้งหมดบนพื้นทั้งก่อนและหลัง การใช้งานถังขยะPublication Open Access ศักยภาพการชะละลายของโลหะหนักและความเป็นพิษของตะกอนดิน จากระบบบำบัดน้ำชะขยะในสถานที่ฝังกลบขยะชุมชน(2562) นุชจรีย์ หมื่นนรินทร์; ชวลิต วโรดมรังสิมันต์; ธวัช เพชรไทย; Nutjaree Muennarin; Chaowalit Warodomrungsimun; Tawach Prechthai; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อศึกษาศักยภาพ การชะละลายของโลหะหนักและความเป็นพิษของ ตะกอนดินในบ่อบำบัดน้ำชะขยะจากสถานที่กำจัด มูลฝอยชุมชน 4 แห่งในประเทศไทย ลักษณะทาง กายภาพและเคมีของตะกอนดินถูกวิเคราะห์ในห้อง ปฏิบัติการ ขณะที่การชะละลายของโลหะ...เทคโนโลยี และมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการตะกอนดิน จากระบบบำบัดน้ำชะขยะPublication Open Access การย่อยสลายกากไขมันของไส้เดือนดิน Pheretima peguana และ Eisenia foetida ในกระบวนการหมักมูลไส้เดือนของกากไขมันร่วมกับดินค่ำ(2558) ปวีณา เจริญอักษร; สุเทพ ศิลปานันทกุล; วิธิดา พัฒนาอิสรานุกุล; ธวัช เพชรไทย; Suthep Silapanuntakul; Withida Patthanaissaranukool; Tawach Prechthai; ธวัช เพชรไทย; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม; Mahidol university. Faculty of Public Health. Department of Environmental Health Sciencesงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพของไส้เดือนดิน Pheretima peguana และ Eisenia foetida ด้วยการทำาปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนของกากไขมันจากถังดักไขมันของระบบน้ำาเสียชุมชน โดยทำการเตรียมกากไขมัน ที่ความเข้มข้น 20% 40% และ80% โดยน้ำหนัก ในการทำาปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนมีการทำาปุ๋ยหมัก (ชุดควบคุม) ที่ปราศจากไส้เดือนดิน หาค่าประสิทธิภาพและสัมประสิทธิ์การกำาจัดกากไขมันของการทำาปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนและการทำาปุ๋ยหมัก เป็นเวลา 84 วัน จากการศึกษาพบว่าค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการกำาจัดกากไขมันที่ความเข้มข้น 20% 40% และ 80% ของการทำาปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน Pheretima peguana มีค่า mean(SD) เท่ากับ 84.2(4.5) 68.3(14.1) และ 53.8(10.7)% ตามลำดับ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการกำาจัดกากไขมันในการทำปุ๋ยหมัก มีค่า mean(SD) เท่ากับ 76.5(4.3) 55.4(21.7) และ 43.8(10.1)% ตามลำาดับ การทดลองพบค่าสัมประสิทธิ์การกำาจัดกากไขมันที่ 20% และ 40%ของการทำาปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน Pheretima peguana มีค่า mean(SD) เท่ากับ 0.6(0.09) และ 0.7(0.11)% ต่อวัน ซึ่งสูงกว่า Eisenia foetida และการทำาปุ๋ยหมัก ขณะที่ไม่มีความแตกต่างระหว่าง Eisenia foetida กับการทำาปุ๋ยหมัก นอกจากนี้ความเข้มข้นของกากไขมันที่เพิ่มขึ้นในกระบวนการทำาปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ส่งผลให้อัตราการย่อยสลายกากไขมันลดลง This study aimed to determine the potential of Pheretima peguana and Eisenia foetida earthworms in a vermicomposting process for Fat, Oil and Grease (FOG) waste collected from grease traps of a municipal wastewater treatment system. Different ratios of FOG and night soil were prepared at 20%, 40% and 80% by weight for the vermicom- posting process. The composting process without adding any earthworms was also done in all conditions. The removal effi ciencies and degradation coeffi cients of FOG were then determined after 84 days of vermicomposting time. The average FOG removal effi ciency at 20, 40 and 80% FOG concentration with Pheretima peguana was 85.9(4.2), 86.5(5.2) and 57.0(6.0)% while that with Eisenia foetida was 84.2(4.5), 68.3(14.1) and 53.8(10.7)%, respectively. Moreover, the average FOG removal effi ciency of the composting process was found to be 76.5(4.3), 55.4(21.7) and 43.8(10.1)%, respectively. The FOG degradation coeffi cient of the vermicomposting process with Pheretima peguana at 20 and 40% FOG was 0.639(0.091) and 0.650(0.106) day-1, which is relatively higher than with Eisenia foetida under the same composting conditions. In fact, there was no difference in degradation between composting with Eisenia foetida and the composting process alone. In addition, the increase of the FOG concentration in the vermicomposting process leads to a decrease in the degradation rate of FOG.Publication Open Access การจัดการกากไขมันจากบ่อดักไขมัน โดยกระบวนการทำปุ๋ยหมักร่วมกับดินค่ำและขี้เลื่อย(2558) วิรจิรวัส รวิชญทรัพย์; ธวัช เพชรไทย; ธนาศรี สีหะบุตร; วรพจน์ กนกกันฑพงษ์; Tawach Prechthai; Tanasri Sihabut; ธวัช เพชรไทย; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมกากไขมันเป็นกากของเสียอินทรีย์ที่โดยทั่วไปถูกกำาจัดจากถังดักไขมันที่ใช้ในระบบบำบัดน้ำเสีย ครัวเรือน ดังนั้นจึงควรถูกจัดการและกำจัดอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกากไขมันการทำเป็นปุ๋ยหมักร่วมกับวัสดุอื่นอาจสามารถนำามาใช้ในการจัดการของเสียประเภทนี้เพื่อที่จะนำกากไขมันกลับมาใช้ประโยชน์เป็นสารปรับสภาพดิน ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเพื่อศึกษาความเหมาะสมของกระบวนการทำาปุ๋ยหมักร่วมระหว่างกากไขมันดินค่ำและขี้เลื่อย วัสดุหมักถูกเตรียมโดยการผสมกากไขมัน 19.5 กิโลกรัม ร่วมกับดินค่ำ 12.0 กิโลกรัม และขี้เลื่อย 8.5 กิโลกรัม กระบวนการหมักดำเนินการในถังหมักที่มีการพลิกกลับกองปุ๋ยหมักเป็นระยะ จากนั้นระยะเวลาที่เหมาะสมและคุณภาพของปุ๋ยหมักถูกประเมินในการทดลองนี้ ผลการทดลองแสดงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในถังหมักที่ 63 องศาเซลเซียสก่อนที่จะลดลงเท่าอุณหภูมิภายนอกที่ภายในระยะเวลา 76 วัน ผลการวิเคราะห์คุณสมบัติของผลผลิตปุ๋ยหมักพบว่าค่าสัดส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนและค่าพีเอชของปุ๋ยหมักเท่ากับ 17.5:1 และ 5.45 ตามลำาดับขณะที่ความเข้มข้นของกากไขมันและปริมาณอินทรีย์วัตถุเท่ากับ ร้อยละ 2.0 และ 35.0 โดยน้ำหนักนอกจากนี้ความเข้มข้นรวมของไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในปุ๋ยหมักเท่ากับ ร้อยละ 1.2, 6.0 และ 28.8 โดยน้ำหนัก ตามลำาดับ สุดท้ายค่าดัชนีการงอกที่ร้อยละ 132.0 ที่พบในเมล็ดผักบุ้งจีน(Ipomceaaquatica Forsk) แสดงศักยภาพของปุ๋ยหมักจากกากไขมันร่วมกับดินค่ำและขี้เลื่อยในการใช้เป็นสารปรับสภาพดิน
